กิจกรรมบำบัดกับกรอบของเรา (ทำกิจกรรมกับครอบครัว)

นักกิจกรรมบำบัดจะเครื่องมือสำคัญสิ่งหนึ่งเรียนว่า “กรอบความคิด”


กรอบความคิดเป็นคำเรียกง่ายๆของคำว่า A Model of Practice เป็นแบบจำลองของการปฏิบัติ หรือ การนำปรัชญาและการจัดระบบแนวคิดต่างๆ สู่การปฏิบัติทางวิชาชีพ การประเมิน และแนวทางการรักษา ถ้าเกิดนักกิจกรรมบำบัดไม่จัดเรียงระบบความคิดและแนวทางปฏิบัติให้ดีเสียก่อน การที่จะนำไปให้คนไข้รักษาก็เป็นไปไม่ได้ หรือเป็นไปด้วยความสับสนและวุ่นวาย ทำให้การมีกรอบความคิดนี้มีความสำคัญกับนักกิจกรรมบำบัดอย่างมาก


“กรอบความคิด” ของนักกิจกรรมบำบัดจะแบ่งได้ออกเป็น 2 กรอบใหญ่ๆ คือ


Person-Environment-Occupation-Performance (PEOP) - Christiansen & Baum (1997)

PEOP ประกอบด้วยทั้งหมด 4 คำคือ

1. Person คือ ปัจจัยเชิงลึกภายในผู้ป่วย ซึ่งมีทั้งความเชื่อ ความคิด ความรู้สึก อารมณ์ รวมถึงรายละเอียดของร่างกายที่มีลักษณะต่างไปของแต่ละคน อาจมีผลมาจากสภาพแวดล้อมรอบตัวของผู้ป่วย ส่วนนี้เองที่ทำให้การรักษาของแต่ละคนจะมีความแตกต่างกัน

2. Environment คือ ปัจจัยภายนอกหรือสิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้รับบริการ ทั้งทางสังคม (เช่น ศาสนา สถาบัน การเมือง) ทางกายภาพ (สิ่งก่อสร้าง) ทางธรรมชาติ (ดิน ฟ้า อากาศ) ข้อนี้เองที่ทำให้ส่งผลต่อการดำเนินชีวิต สภาพร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยมีความแตกต่างกัน

3. Occupation คือ กิจกรรมการดำเนินชีวิต ประกอบด้วย 4 ประเภท ได้แก่

- Activities กิจกรรมต่างๆ ที่เราทำ

- Tasks ศึกษารายละเอียดของกิจกรรมนั้นๆ ว่ามีขั้นตอนยังไงบ้าง เรียงลำดับความยากง่าย

- Role จับจุดว่ากิจกรรมนั้นๆ ที่มีคุณค่า กิจกรรมไหนมีผลต่อบทบาทของผู้รับบริการ แล้วเน้นที่บทบาทของผู้รับบริการตามลำดับขั้น (Hierarchy)

- Value มองถึงคุณค่าของกิจกรรมที่เราทำในแต่ละครั้ง

4. Performance คือ ความสามารถของผู้รับบริการเมื่อพิจารณาจาก 3 ข้อทางด้านบน

กรอบนี้จะเน้นกิจกรรมที่ได้คัดกรองว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้รับบริการ สิ่งแวดล้อม และสังคมมากที่สุด ให้สอดคล้องเชื่อมโยงกันไม่ขัดกันเอง เป็นกิจกรรมที่ผู้รับบริการหมั่นกระทำเป็นประจำอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน ทั้งหมดนี้ก็จะกลายเป็น หลักฐานข้อมูลที่จะนำไปต่อยอดต่อการกำหนด Person-centered intervention เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด คือ Well-being ต่อไป หรือกล่าวง่ายๆ ว่า "ให้บริการได้เน้นถึงบุคคลทั่วๆไปเป็นศูนย์กลางทั้งผู้รับบริการ ผู้บำบัด และบุคคลรอบข้าง ได้ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขนั่นเอง"


Model of Human Occupation (MOHO) - Kielhofner (1997)

พื้นฐานของโมเดลนี้ให้ความสำคัญกับ แรงจูงใจ (Motivation) ภายในที่แสดงถึง ความสามารถ ความสำเร็จ และบทบาทในแต่ละบุคคล ซึ่งสิ่งแวดล้อม (Environment)ที่เป็นสิ่งเร้าที่ให้ข้อมูลเข้าไปสู่ระบบ การตอบสนองต่างๆต้องมีความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม ลักษณะทางกายภาพ และโครงสร้างสังคม ได้แก่ วัฒนธรรม ผู้คนรอบข้าง ประชากร กลุ่มสังคม องค์กร วัตถุ

สรุปสั้นๆ MOHO คือ การสร้างพลังและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการให้ผู้เข้ารับบริการได้ทำกิจกรรมที่ตนชอบที่สุด


กิจกรรมที่อยากทำ คือ การได้ทำกิจกรรมต่างๆร่วมกับครอบครัว เพราะทุกวันนี้ไม่เคยได้ทำอะไรพร้อมหน้ากันสักครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารเช้าหรืออาหารเย็น การไปเที่ยว พักผ่อนในวันหยุดด้วยกันก็ไม่เคยไป จึงอยากทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นการไปเที่ยวในวันหยุดด้วยกัน การถ่ายรูป การเล่นเกม การออกกำลังกาย การร้องเพลง หรือการทำอาหารด้วยกัน เพื่อสร้างปฎิสัมพันธ์กับคนในครอบครัว ให้คนในครอบครัวได้สนิทกันมากขึ้น


ออกแบบกิจกรรมตาม PEOP : กิจกรรมในที่นี้ คือ การถ่ายรูป จะลองให้คนไข้ได้ศึกษากล้องถ่ายรูป ว่าลักษณะกล้องเป็นอย่างไร แต่ละปุ่มทำอะไร หลังจากนั้นก็ลองให้คนไข้นำไปถ่ายรูปสิ่งต่างๆตามที่คนไข้อยากจะถ่าย หากคนไข้มีปัญหาอะไร นักกิจกรรมบำบัดก็จะค่อยช่วยให้คำแนะนำ เมื่อคนไข้ทำกิจกรรมได้ดี คนไข้ก็จะเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจ


ออกแบบกิจกรรมตาม MOHO : เราจะยึดความต้องการของคนไข้เป็นหลัก โดยจะให้คนไข้ได้ทำกิจกรรมที่ตนชอบ ในที่นี้ คือ การถ่ายรูป นักกิจกรรมบำบัดจะให้ผู้ป่วยได้ทำสิ่งที่ชอบ ค่อยๆฝึกที่ละขั้นและใช้ส่วนนี้ในการสร้างความสัมพันธ์กับครอบครัว คนรอบข้าง จนกระทั้งสามารถนำเอากิจกรรมนี้มาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ป่วยได้ ทำให้ผู้ป่วยสามารถอยู่ร่วมกับคนในสังคมได้อย่างคนปกติทั่วไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กิจกรรมบำบัด



ความเห็น (0)