​ศาสนาโซโรอัสเตอร์(Zoroastrianism)

ศาสนาโซโรอัสเตอร์(Zoroastrianism)

มีแหล่งกำเนิดในเปอร์เซียหรือประเทศอิหร่านในปัจจุบัน

บางแห่งเรียกว่า ศาสนาปาร์ซี (Parsi) หรือศาสนาบูชาไฟ(Religion of Fire Worship) ที่ได้ชื่อว่า

โซโรอัสเตอร์นั้นมีชื่อตามผู้ตั้งศาสนาโซโรอัสเตอร์ และมีอีกชื่อหนึ่งว่า ซาราธุสตรา(Zoroaster or Zarathustra) เป็นผู้ตั้งศาสนานี้ ที่เรียกว่า ศาสนาปาร์ซี เพราะเป็นศาสนาของชาวปาร์ซีที่อยู่ในประเทศเปอร์เซีย และที่ได้สมญานามว่า ศาสนาบูชาไฟ เพราะศาสนานี้นับถือพระเจ้าอหุรมัสดา (Ashura Mazda) เป็นพระเจ้าแห่งความดีแห่งแสงสว่าง จึงใช้แสงประทีปหรือแสงดวงอาทิตย์ หรือแสงไฟเป็นเครื่องหมายแห่งการบูชา

ศาสนานี้เกิดเมื่อประมาณก่อน พ.ศ. 117 หรือก่อน ค.ศ. 660 ปี ศูนย์กลางของศาสนาโซโรอัสเตอร์ที่เมืองมุมไบ(เดิมชื่อบอมเบย์) ประเทศอินเดียในปัจจุบัน

ศาสดาของศาสนาโซโรอัสเตอร์คือท่านโซโรอัสเตอร์ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ซาราธุสตรา เกิดในศตวรรษที่ 7 ก่อน ค.ศ. ตามประวัติกล่าวว่ามีชีวิตอยู่ในระหว่าง ค.ศ. 660-583


คัมภีร์ของศาสนาโซโรอัสเตอร์ คือ คัมภีร์อเวสตะ

คำว่า อเวสตะ แปลว่า ความรู้ ตรงกับคำว่า เวทะ อันเป็นคัมภีร์พระเวทของพราหมณ์หรือฮินดู ภาษาที่ใช้จารึกเป็นภาษาอเวสตะ(มีลักษณะคล้ายภาษาสันสกฤต)

คัมภีร์อเวสตะแบ่งออกเป็น 5 หมวดใหญ่ ดังนี้
1.ยัสนะ เป็นหมวดที่ว่าด้วยพิธีกรรม การพลีกรรมบวงสรวงต่อพระเจ้า มีอยู่ด้วยกัน 5 บท
2.วิสเปรัต เป็นหมวดว่าด้วยบทสวดอ้อนวอนต่อเทพทั้งปวง ใช้คู่กับยัสนะ ประกอบด้วยบทง่ายๆ 20 บท

3.เวทิทัท เป็นหมวดว่าด้วยบทสวดขับไล่ภูตผีปีศาจและเทพซึ่งเป็นฝ่ายร้ายเป็นกฎที่เป็น ปฏิปักษ์ต่อมารร้าย เฉพาะนักพรตหรือพระในศาสนานี้เท่านั้นจะใช้เวทิทัทประกอบพิธีกรรม นอกจากนั้นหมวดนี้ยังได้กล่าวถึงเรื่องของจักรวาล ประวัติศาสตร์ และคำสอนเรื่องนรกสวรรค์

4 ยัษฏส์ เป็นหมวดว่าด้วยบทสวดบูชาอันเป็นกวีสำหรับใช้สวดบูชาทูตสวรรค์ 21 องค์และวีรบุรุษแห่งศาสนาโซโรอัสเตอร์ ถือว่าของนักพรต

5.โขรทะ-อเวสตะ แปลว่าเป็นหมวดสำคัญของคัมภีร์อเวสตะ เป็นหมวดที่เป็นหนังสือบทสวดคู่มืออย่างย่อสำหรับใช้ในหมู่ศาสนิกชนสามัญทั่วไป

หลักคำสอนสำคัญบางประการของศาสนาโซโรอัสเตอร์
1.คุณธรรมคำสอนที่จะนำไปอยู่ร่วมกับเทพทั้งปวง 6 ประการ
1.1 พฤติกรรมที่สุจริตทั้งกาย วาจา และจิตใจ
1.2 ความมีจิตใจบริสุทธิ์สะอาด
1.3 ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
1.4 ความเมตตากรุณาต่อสัตว์ที่มีคุณประโยชน์
1.5 การทำงานที่มีคุณค่า
1.6 การช่วยเหลือผู้ยากจนให้ได้รับการศึกษา

2.บาปและบุญ
บาปเป็นมิตรของพาลชน แต่เป็นศัตรูของสาธุชน ได้แก่ ทุจริตทางกาย วาจา และจิต โทสะ วิหิงสา พยาบาท ดื้อดึง เย่อหยิ่ง เล่นการพะนัน ดูหญิงด้วยกามวิตก โลภ ปราศจากความละอาย ริษยา และอื่นๆ ซึ่งอยู่ในหมวดความชั่ว ทุกคนจะต้องงดเว้นให้ห่างไกล เพราะถ้าทำบาปแล้วย่อมได้รับผลของบาปนั้น ส่วนบุญนั้นคือ การกระทำที่ชอบ ซึ่งเป็นมิตรของสาธุชน แต่เป็นศัตรูของพาลชน ได้แก่ การให้ทาน มีความเมตตากรุณา มุทิตา กล่าวาจาอ่อนหวานไพเราะ แสวงหาความรู้ พูดสิ่งที่เป็นจริง ฯลฯ ศาสนิกทุกคนควรเป็นสาธุชนกระทำแต่ในสิ่งที่เป็นบุญเท่านั้น

3. หน้าที่ของมนุษย์ 3 ประการ
3.1 ทำศัตรูให้เป็นมิตร
3.2 ทำคนชั่วให้เป็นคนดี
3.3 ทำคนโง่ให้เป็นคนฉลาด

4.หลักการสร้างนิสัยที่ดี 4 ประการ
4.1 เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อบุตคคลสมควร
4.2 มีความยุติธรรม
4.3 เป็นมิตรกับทุกคน
4.4 ขจัดความอสัตย์ออกไปจากตัวเอง

5.ข้อปฏิบัติของนักพรต ธรรม มี 5 ข้อ
1.เป็นผู้บริสุทธิ์
2.เป็นผู้เที่ยงธรรมต่อคนและสัตว์ในไตรทวาร
3.เป็นผู้มีความรู้เชื่อถือได้
4.เป็นผู้ฉลาดในพิธีกรรม
5.เป็นผู้อดทนต่อความชั่ว

วินัย มี 10 คือ
1.ต้องมีชื่อเสียงดี
2.ต้องไม่มีชื่อเสียงชั่ว
3ต้องไม่ทุบตีและกล่าวคำหยาบต่อครูอาจารย์
4.ครูอาจารย์สอนอย่างไรต้องรับอย่างนั้น และต้องสอนตามที่อาจารย์สอน
5.ต้องวางกฎเกณฑ์การให้รางวัลแก่คนที่ทำดี ลงโทษแก่ผู้ทำความชั่วโดยเที่ยงธรรม
6. ต้องต้อนรับผู้มาหาด้วยอาจาระอันงดงาม
7.ต้องห้ามมิให้ผู้ใดประพฤติชั่ว
8.ต้องสารภาพความชั่วที่ตัวกระทำ
9.ต้องรู้ความเคลื่อนไหวของศาสนาและบำรุงศาสนา
10. ภักดีต่อผู้ปกครองทางอาณาจักรและศาสนจักร

6.การบูชาไฟ
มหาเทพอาหุรมัสดา เป็นผู้ทรงความบริสุทธิ์ เป็นผู้ทรงแสงสว่างยิงกว่าแสงสว่างอันใด เป็นผู้ประทานความอบอุ่นให้แก่มวลมนุษย์ทั้งหลาย ดังนั้นไฟจึงเป็นสัญลักษณ์แห่งเทพเจ้า ด้วยว่าเมื่อมีไฟอยู่ในที่ใด ย่อมเผาผลาญสิ่งสกปรกโสมมทั้งหลายให้เหลือแต่ความบริสุทธิ์ ข้อนี้ฉันใด เทพเจ้า(อาหุรมัสดา) ประทับอยู่ในที่ใด ที่นั่นย่อมมีแต่ความบริสุทธิ์ โดยเหตุนี้ศาสนิกชนของศาสนานี้จึงได้ชื่อว่าศาสนาของผู้บูชาไฟ(Religion of Fire Worshipper)

ศาสนิกชนแห่งศาสนาโซโรอัสเตอร์ถือว่า จะต้องมีสถานที่จุดไฟเพื่อบูชาไว้ไม่ขาดสาย จะต้องคอยระวังไม่ให้ไฟดับ จะต้องตามไฟเป็นเครื่องบูชาไว้เป็นนิตย์ จะต้องถือว่านอกจากไฟ ไม่มีอะไรจะล้างสิ่งสกปรกให้สะอาดได้

พิธีกรรมของศาสนาโซโรอัสเตอร์
1. พิธีบูชาไฟ ชาวโซโรอัสเตอร์ ถือว่า ไฟเป็นสัญลักษณ์แห่งเทพเจ้า ผู้ทรงเป็นผู้บริสุทธิ์ ผู้ทรงแสงสว่างยิ่งกว่าแสงสว่างใดๆ ผู้ทรงประทานความอบอุ่นให้มวลมนุษยชาติ เพราะฉะนั้นเมื่อไฟอยู่ที่ไหน ย่อมจะเผาผลาญสิ่งสกปรกโสมมทั้งหลายให้สูญสิ้นไป เหลือแต่ความบริสุทธิ์สะอาด เหลือแต่ความสว่างไสวเหลือแต่ความอบอุ่น

2. พิธีนมัสการตอนสายัณห์ พอแดดร่มลมตกแต่ละวัน ชาวศาสนิกชนแห่งโซโรอัสเตอร์ จะพากันแต่งตัวด้วยผ้าขาวมีสไบพาดบ่าลอยชายลงทั้งสองข้าง ไปชุมนุมพร้อมกันอย่างมีระเบียบ ณ ชายหาดแห่งทะเล เพื่อประกอบพิธีนมัสการตอนสายัณห์ โดยการโค้งตัวลงบรรจงจุ่มมือทั้งสองในน้ำทะเล แล้วเอามาแตะหน้าผากอย่างช้าๆ แล้วจับชายสไบทั้งสองมาแตะหน้าผากอีกครั้ง ปลดสไบมาคาดพุงแล้วหันหน้าไปทางดวงอาทิตย์ซึ่งกำลังจะตกลับขอบฟ้า พร้อมสวดมนต์พร้อมกันเบาๆ ว่า “หุมะตา, หะขะตา, หะเวสะตา” (ข้าทั้งปวงขอสรรเสริญผู้มีกาย วาจา และใจสุจริต) หลังจากนั้นพวกเขาก็จะก้มลงนมัสการไปทางทิศทั้ง 4 ทิศละ 3 ครั้ง แล้วเอามือทั้งสองจุ่มน้ำทะเลมาแตะหน้าผากอีกครั้ง

3. พิธีศพ เมื่อมีคนตายลง ชาวโซโรอัสเตอร์ จะไม่เผาศพจะไม่ฝังศพ จะไม่ทิ้งซากศพลงในน้ำ เพราะโดยหลักการแล้ว ศาสนานี้ถือว่าไฟเป็นสัญลักษณ์แห่งพระเจ้า จึงมีความศักดิ์สิทธิ์มาก และในขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าดินน้ำก็เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน ถ้าเผาศพก็เกรงว่าจะทำให้ไฟหมดความศักดิ์สิทธิ์และแปดเปื้อนด้วยสิ่งสกปรก ถ้าจะฝังดินก็เกรงว่าดินจะหมดความศักดิ์สิทธิ์ หรือทิ้งซากศพลงในน้ำก็เกรงว่าน้ำจะสกปรกและหมดความศักดิ์สิทธ์ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงเอาศพไปวางไว้บนหอคอยที่สูงซึ่งสร้างไว้เป็นพิเศษเพื่อ การนี้เรียกชื่อว่า หอคอยแห่งความสงบ(The Tower of Silence) ทิ้งไว้อย่างนั้นให้เป็นอาหารของแมลงของมด ของสัตว์อื่นๆ เช่น นก อีกา อีแร้ง หรือแม้แต่สุนัข เป็นต้น

จุดหมายปลายทางสูงสุดของศาสนาโซโรอัสเตอร์ อันเป็นสุขที่แท้จริงและนิรันดร คือ สวรรค์ วิธีจะบรรลุถึงจุดหมายปลายทางนั้น ศาสนิกชนจะต้องตั้งอยู่ในศีลธรรม คือ บำเพ็ญตนให้มีความบริสุทธิ์ทางกาย วาจา ใจ และบูชาพระเจ้าด้วยความจงรักภักดีอย่างแท้จริง
นิกายสำคัญของศาสนาโซโรอัสเตอร์
นิกายที่สำคัญของศาสนาโซโนอัสเตอร์มี 2 นิกาย คือ
1.นิกายชหันชหิส นิกายนี้คงถือคัมภีร์ที่ว่าด้วยการที่พระเจ้าแจ้งเรื่องต่างๆลงมาทางศาสดาโซ โรอัสเตอร์เป็นสำคัญ ซึ่งคัมภีร์ดังกล่าวเป็นคัมภีร์เกิดใหม่ในสมัยต้นศตวรรษที่ 3 อันได้มีการแปลคัมภีร์ของศาสนานี้เป็นภาษาปาลวี ซึ่งใช้ในเปอร์เซียสมัยนั้น ชื่อว่า คัมภีร์เมนอกิขรัท
2.นิกายกัทมิส นิกายนี้ยึดมั่นในคัมภีร์ที่ว่าด้วยพิธีกรรมต่างๆ อันได้แก่ คัมภีร์ ชะยิต-เน-ชะยิต ซึ่งเกิดขึ้นในสมัยเดียวกันกับคัมภีร์เมนอกิขรัท

สัญลักษ์ของศาสนาโซโรอัสเตอร์
สัญลักษณ์ของศาสนาโซโรอัสเตอร์ ได้แก่ โคมไฟ ซึ่งมีความหมายถึงแสงสว่างและความอบอุ่น อันเป็นเครื่องหมายแสดงถึงคุณลักษณะของพระเจ้าอาหุรมัสดา ผู้ทรงความบิสุทธิ์ ผู้ทรงแสงสว่างยิ่งกว่าแสงสว่างอันใด ผู้ประทานความอบอุ่นให้แก่มนุษย์ทั้งปวง ไฟผู้ให้กำเนิดแสงสว่างย่อมเผาผลาญ



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ศาสนาสากล



ความเห็น (0)