.....แร้งวัดสระเกศ.....


เต็มลานวัดสระเกศด้วยเภทภัย.....ให้แร้งใหญ่จิกกินร่างสิ้นลม


.....แร้งวัดสระเกศ.....

.....จำเนียรกาลผ่านมาน่าสะพรึง
หากกล่าวถึงโรคภัยที่ใหญ่หลวง
"อหิวาตกโรค" พาโศกทรวง
โรคท้องร่วง "ห่าลง" ศพลงกอง

.....คำ "แร้งลง" บ่งชัด รัตนะ
โกสินทร์จะบอกต่อครา ร. สอง
โรครุมร้ายตายล้นเกลื่อนกล่นมอง
ยากจักจองศาลาวัดถ้ามี

.....ตายเป็นเบือเหลือซากชักลากไว้
ศพเผาไหม้มิทันกระชั้นถี่
กองภูเขาเลากาดูท่าที
สุดเหลือที่กลบฝังต้องรั้งรอ

.....ดูอนาถขาดคนมาสนป้อง
ซากศพครองเขตวัดมิจัดขอ
กายเน่าเหม็นเช่นหมาน้ำตาคลอ
นกแร้งก็ประสงค์คอยลงกิน

.....บินมืดฟ้าถลาว่อนคอยร่อนเฟ้น
ซากที่เห็นนอนตายร่างกายวิ่น
ด้วยฟอนเฟะเละแหลกกลางแอกดิน
รุมจิกชิ้นโอชะยากผละไป

.....อีกหนักหนาคราต่อถึง ร.สี่
ระบาดปี เก้าสอง ศพกองใส่
เต็มลานวัดสระเกศด้วยเภทภัย
ให้แร้งใหญ่จิกกินร่างสิ้นลม

.....เป็นเรื่องเก่าเล่ามาบอกสาเหตุ
วัดสระเกศแร้งดื่นฟังขื่นขม
เป็นวิสัยนัยยะความระทม
โรคร้ายถมตายยับสุดนับคณา

วันปีย์

.....หมายเหตุ : ... ปี เก้าสอง คือ พ.ศ.๒๓๙๒ ในรัชสมัยของ รัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ร. ๒ คือ รัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

.....เรื่อง "แร้งวัดสระเกศ"เป็นเรื่องบอกเล่ามาจากยุคโรคระบาด "อหิวาตกโรค" ซึ่งในสมัยนั้นเรียกว่า "โรคห่าลง" ครั้งแรกเกิดในยุคสมัยของ ร. ๒ ตรงกับ พ.ศ.๒๓๖๓ มีคนตายประมาณ ๓ หมื่นคน

.....อีกครั้งหนึ่งในยุคสมัย ร. ๔ ราวปี พ.ศ. ๒๓๙๒ เรียกว่า "ห่าลงปีระกา" มีคนตายประมาณ ๔ หมื่นคน ทั้ง ๒
ครั้ง ศพคนตายจากโรคระบาด ไม่สามารถจะเผาหรือฝังได้ทัน ต้องนำมากองทิ้งไว้ตามลานวัด กลายเป็นอาหารของ นกแร้ง นับพัน นับหมื่นตัว จนกลายเป็นที่มาของชื่อ "แร้งวัดสระเกศ"

หมายเลขบันทึก: 614001เขียนเมื่อ 15 กันยายน 2016 13:44 น. ()แก้ไขเมื่อ 15 กันยายน 2016 13:44 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี