ก่อนอื่นต้องขอแก้ไขชื่อการประชุมจากบันทึกครั้งก่อนให้ถูกต้องเสียก่อนว่าการประชุมที่ได้ไปในครั้งนี้มีชื่อว่า"การพัฒนารูปแบบและแนวทางการเปิดเผยสภาวะการติดเชื้อเอชไอวีในเด็ก"ผู้จัดคือภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลและสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ร่วมกับศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ ด้านสาธารณสุข(TUC) ภายใต้โครงการที่มีชื่อว่าQS01

                                 

รูปแบบในการประชุมครั้งนี้เหมือนเป็นการนำเสนอผลงานและแนวคิด(Model&Flow Of practical service) ที่ทั้งสองสถาบันได้ทดลองปฏิบัติมาโดยได้เชิญหน่วยงานต่างๆ

ทั้งที่เป็นระดับผู้ที่คาดว่าจะได้นำไปใช้ คือ โรงพยาบาลต่างๆ จำนวน๘โรง(ซึ่งกระจายทั้งในระดับที่เป็นปฐมภูมิ รพศ.และรพ.ตติยภูมิ มีมาจากภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตกและรพ.ของกทมที่เป็นไซต์ของTUC.เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโมเดลและFlow Of practical serviceว่ามีความเหมาะสมและสามารถที่จะเป็นเหมือนโมเดลกลางๆที่จะนำไปใช้ในระดับประเทศได้เลยไหม และหรือถ้าจะนำไปใช้ต่อที่ในหน่วยงานของตนเองนั้นจะเป็นไปได้หรือไม่อย่างไรบ้างและมีอะไรที่อยากให้ทางผู้พัฒนาช่วยเหลือ/ทำให้เพิ่มเติม..

นอกจากนี้ยังได้มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญที่เป็นเหมือนตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการฝึกอบรมและพัฒนาความรู้ด้านเอชไอวีทั้งที่เป็น จาก๔กรมหลักของกระทรวง สถาบันด้านการวิจัย๒แห่ง(จำได้แต่ว่ามีHIV-NET) ตัวแทนNGOด้านเอดส์ที่ทำงานในกลุ่มเด็กเข้ามาร่วมรับฟังและให้ความคิดเห็น

                       

ในการนี้ทางผู้จัดนอกจากจะได้ได้มีการเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง อาทิเค้าโครงPPT.เกี่ยวกับผลการปฏิบัติงานในโครงการQS01, แบบฟอร์มที่ใช้ในการเก็บข้อมูล,โปรแกรมการเรียนการสอนให้แก่ผู้ดูแลเด็กเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการดำเนินการเปิดเผยสภาวะการติดเชื้อแก่เด็ก..เขายังได้มีการเปิดเวปไซด์สำหรับผู้สนใจที่จะเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้อีกที่www.pactg-bkk.orgค่ะ

ในการไปประชุมครั้งนี้นอกจากจะไปได้ลปรร.กับพี่ๆน้องๆรพ.ต่างๆเกี่ยวกับขั้นตอนการทำงานในการแจ้งผลเลือดแก่เด็กว่าเขามีอะไรเหมือนหรือต่างจากที่เราบ้าง แม้ในส่วนกลุ่มที่ไปด้วยกันก็ได้มีโอกาสลปรร.และทบทวนเกี่ยวกับกระบวนการทำงานของตัวเราเองด้วยเช่นกัน..ซึ่งจากโมเดลที่QS01นำเสนอดูตามลำดับขั้นก็คงคล้ายๆกันกับที่พี่หน่อย นบ.children nurse counselorของเราได้ทำอยู่...หากแต่อาจไม่ได้เขียนออกมาเป็นระบบและรูปแบบที่ชัดเจนนัก รวมถึงการใช้เครื่องมือวัดผลเพื่อประเมินผลดูความเปลี่ยนแปลงของเด็กหลังจากที่เราได้ทำการแจ้งผลเลือดไปแล้วซึ่งจากในหลายที่อาทิ รพ.เชียงรายก็เหมือนกันกับบำราศคือใช้ประเมินจากการสังเกตเป็นหลัก และครั้งนี้เราก็ได้รู้เพิ่มเติมว่าระยะของการติดตามผลของศิริราชและสถาบันเด็กเขาใช้ทั้งระยะสั้นและระยะกลาง(๒สัปดาห์-๖เดือน)...

ยังมีข่าวดีที่ได้รับรู้จากการมาประชุมครั้งนี้นั่นก็คือพี่หนู"พิมศิริ เลี่ยวศรีสุข"พยาบาลให้การปรึกษาด้านเอชไอวีในเด็กของสถาบันเด็กจะได้เข้ารับพระราชทานรางวัลจากพระองค์เจ้าโสมสวลี ในวันที่๑ธันวาคมที่จะถึงนี้ในฐานะผู้ทำงานด้านเอดส์ดีเด่น..ซึ่งจากที่ได้เคยเกี่ยวข้องทำกิจกรรมร่วมกับพี่พิมศิริ..ฟังข่าวนี้แล้วรู้สึกดีใจกับพี่เขาอย่างมากเพราะพี่หนูเป็นอีกผู้หนึ่งที่ทำงานด้วยหัวใจและมีความรู้ความเข้าใจในเด็กและครอบครัวผู้ติดเชื้ออย่างที่สมควรจะได้รับรางวัลนี้จริงๆ..

                                

สิ่งต้องทำต่อ..นอกเหนือจากเขียนรายงานส่งผบช.(ผู้บังคับบัญชา)แล้วคงจะแวะไปหาพี่นบ.เล่าถึงเหตุการณ์และความเป็นห่วงจากพี่หนูที่ส่งฝากมาให้พี่เขาได้รับรู้..นอกจากนี้ยังอาจต้องเข้าร่วมรับฟังกับทางแผนกเด็ก(PCTเด็ก)ในการประชุมครั้งหน้าเพื่อแจ้งข้อมูลและรับทราบการตัดสินใจจากทุกส่วนที่เกี่ยวข้องถึงการจะนำหรือปรับโมเดลQS01มาใช้ในบริบทของบำราศ..