ดิฉันทรมานหัวใจพอสมควร....เมื่อได้เลี้ยงดู....น่าจะลูกเราหล่ะ...หรือไม่ใช่ก็ฉั๊นเลี้ยงมากับมือ.....ใครจะมาขอเปลี่ยนคืนไม่ให้คืนแล้ว....

ดิฉันเป็นคนสายตาสั้นมากๆ มากเท่าที่เขาจะสั้นกันได้....ใส่แว่นสายตั้งแต่ประถม 4 แบบหนาเตอะ....แล้วเป็นไงใครๆ เขาก็ใส่แว่นกันทั้งเมือง
      เรื่องมันมีอยู่ว่าเมื่อคราที่ดิฉันต้องเข้าห้องผ่าตัดคลอดลูกคนแรก...ดิฉันโดนห้ามไม่ให้เอาวัตถุใดๆ เข้าห้องผ่าตัดรวมทั้งแว่นตาที่ติดตัวตลอดเวลา.....ด้วยความไม่มีประสบการณ์ดิฉันไม่โต้แย้งใดๆ ทั้งที่อยากเอาแว่นตาติดตัวไปด้วย....ดิฉันไม่มั่นใจเลยซักนิด....เสียงเด็กร้องจ้า...คุณหมอยกลูกให้ดูก็มองไม่ชัด...ไม่รู้หน้าตาเป็นยังไง...ครบ 32 หรือเปล่าเห็นไม่ถนัดตา...ที่ใครเขาเล่าว่าเห็นหน้าลูกครั้งแรกเรียกปิติ...พรั่งพรู...ดิฉันไม่ได้ความรู้สึกนั้น...มีแต่ความกังวลไม่เห็นเขาผูกข้อมือลูกกับตา...คืนนั้นเกิดกันตั้ง 13 ท้องเขาพาลูกดิฉันไปเลี้ยงดูอยู่ 2 วันหัดให้กลืนอาหารแกสำลักน้ำคร่ำกลืนไม่เป็น...ดิฉันกังวลมากไม่ได้เห็นหน้าตั้งแต่แรกเกิด...ครั้นพอได้เห็นเธอผิวขาวผ่อง ตาจีน....ผิดกับต้นตระกูลฉันมากทีเดียว...ดิฉันเคลือบแคลง...เหมือนบาป....ลูกดิฉันหรือเปล่าเนี่ย?...ส่งผิดคนหรือเปล่ายิ่งเลี้ยงดูยิ่งน่ารักน่าชัง จุดเด่นของเธอเลยคือ ตาจีน...ผิวขาว....อุ้มไปไหนใครก็ทักว่าลูกจีน....ช่างไม่เหมือน พ่อแม่เสียกระไร.....
ดิฉันทรมานหัวใจพอสมควร....เมื่อได้ใกล้ขิดเลี้ยงดู..ลูกเรานั่นแหล่ะหรือไม่ใช่ก็ฉั๊นเลี้ยงมากับมือ.....ใครจะมาขอเปลี่ยนคืนไม่ให้คืนแล้ว....
แกเติบโตท่ามกลางความรักความเอาใจใส่ที่หญิงคนนึงพึงจะมีให้แก่ลูกได้....ช่างได้ดั่งใจเสียนี่กระไร
         4 ปีต่อมา......ลูกคนที่ 2 ดิฉันไม่ยอมที่จะไม่เห็นหน้าแกอีกต่อไปขออนุญาตคุณพยาบาลขอดิฉันเอาแว่นตาเข้าไปดัวยนะคะ....ดิฉันอยากเห็นหน้าลูกแบบเต็มตา....คุณพยาบาลไปเจรจากันซักพัก....ออกมาบอกว่าได้ค่ะ....ดิฉันกำแว่นตาแน่นแนบตัวเพื่อจะได้ใส่ดูลูกให้เต็มตา....เขาก็ผ่าตัดกันไป...ดิฉันเคลิ้มหลับบ้างติ่นบ้างมีเสียงเรียกให้รู้สึกเป็นระยะๆ ได้ยินเสียงร้องจ้า....อ้าว!.ตายหล่ะแว่นตาดิฉันหายไปไหน.....ไม่มีเสียงที่จะเรียกคุณพยาบาลช่วยหาแว่นตาให้หน่อย.....คุณพยาบาลยื่นให้เหมือนรู้ใจ..คุณแม่คะ...นี่ค่ะแว่นตา..ดูลูกซิคะ....นี่ผูกมือให้แล้วนะ เขียนว่า ดญ.ไม่มีชื่อ ชุมอินทร์ ดิฉันจับมือแก....คนนี้แน่นอนคุณพยาบาลผูกข้อมือให้เห็นๆ ดิฉันเลี้ยงดูแก....แบบที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะพึงดูแลตัวอ่อนท่ามกลางความรักความเอาใจใส่ที่หญิงคนนึงพึงจะมีให้แก่ลูกได้.......ในที่สุดความเคลือบแคลงที่เกิดขึ้นกับลุกคนโตก็จางหายไป เพราะเจ้าคนเล็กถอดพิมพ์พี่มายังไงยังงั๊น.....ใครๆ เห็นก็คิดว่าเป็นเด็กคนเดียวกัน...เวลาเจ้าตัวเล็กดูรูปถ่ายพี่สาวทีไร...ก็จะบอกว่า....รูปแปม....แม่...รูปแปม   ลูกดิฉันทั้งสองคน.....