น้ำที่ใสสะอาดเกินไปไร้ปลา คนที่ใสสะอาดเกินไปไร้เพื่อน

ข้างนอกเป็นกระทิง คิดเป็นระบบแบบอินทรีย์ ตรวจสอบออดิตแบบหมีและอินทรีย์

เข้าใจการสู้ของกระทิง คิดกว้างแบบอินทรีย์ มีแบบแผนแบบหมี ร่วมแรงฟื้นฟูเพื่อนแบบหนู

หลายครั้งคนเราก็ยึดถือเหตุผลความถูกต้องจนมองข้ามความรู้สึกของคนที่เรารัก ถ้าเป็นแบบนั้นก็น่าเสียดายเหลือเกิน เพราะสุดท้ายแล้วคนที่สูญเสีย และต้องเสียใจก็ไม่พ้นตัวเรานั่นเอง


人活着,没必要凡事都争个明白。
水至清则无鱼,人至清察则无友。
跟家人争,争赢了,亲情没了;
跟爱人争,争赢了,感情淡了;
跟朋友争,争赢了,情义没了。
争的是理,输的是情,伤的是自己。
黑是黑,白是白,让时间去证明。
放下自己的固执己见,宽心做人,

ในชีวิตคนเรา
ไม่จำเป็นต้องทะเลาะกันเพื่อให้เรื่องราวกระจ่างแจ้งชัดในทุกเรื่อง
เพราะน้ำที่ใสสะอาดเกินไปไร้ปลา คนที่ใสสะอาดเกินไปไร้เพื่อน
ทะเลาะกับคนในครอบครัว ต่อให้ชนะ ความผูกพันก็หมดไป
ทะเลาะกับคนรัก ต่อให้ชนะ ความรักก็จืดจางไป
ทะเลาะกับเพื่อน ต่อให้ชนะ มิตรภาพก็สูญหายไป
ทะเลาะกันเพราะเหตุผล ที่เสียหายคือความสัมพันธ์ ที่เจ็บปวดคือตนเอง
สีดำก็คือสีดำ สีขาวก็คือสีขาว ให้โลกเป็นผู้พิสูจน์เถอะ
วางอคติและความยึดติดของตนลงเสีย คุณก็จะกลายเป็นคนใจกว้างขึ้นมาในทันที

................................................................................

สัตว์ทั้ง 4 ประเภท แบ่งให้เป็น "ฐานแห่งการรับรู้" ได้เป็น 3 ฐานด้วยกัน หรืออีกนัยหนึ่ง แบ่งตามแกนสมอง 3 ก้อน ดังนี้

ฐานรับรู้ตัวแรก "ฐานร่างกาย" จับคู่กับ "สมองชั้นใน" เรียกว่าเป็นฐานสัญชาตญาณ ใช้ตัวแทน "กระทิง" ธาตุประจำตัวคือ

ธาตุไฟ บุคลิกภาพเป็นคนที่มุ่งความสำเร็จเป็นตัวตั้ง เป็นผู้นำที่รักพวกพ้อง ไม่ชอบเห็นคนเสียเปรียบถูกรังแก

จุดอ่อนเป็นคนใจร้อน ต้องการผลเร็ว การทำงานมีข้ามขั้นตอน ทำให้ละเลยรายละเอียด ขาดความเป็นระบบ เก่งในการบุกเบิกเรื่องใหม่-อ่อนในการรักษาเรื่องเก่า มุ่งสู่ความสำเร็จมากไป จึงมองข้ามความรู้สึกผู้คน ดังนั้น คำพูดคำจาจึงทำร้ายคนอื่นได้เสมอ.....

.......เข้าใจการสู้ของกระทิง คิดกว้างแบบอินทรีย์ มีแบบแผนแบบหมี ร่วมแรงฟื้นฟูเพื่อนแบบหนู.......

"กระทิง" เป็นตัวแทนของสัตว์ทิศเหนือ บุคลิกประจำตัว "ใฝ่สำเร็จ" ตรงไปตรงมา ลุย มุ่งมั่น กัดไม่ปล่อย คิดเร็วทำเร็ว ทำก่อนคิด โกรธง่ายหายเร็ว....

ในบรรดาบุคคลแวดล้อมในชีวิตการงานของคุณ กระทิงจะเป็นผู้ออกแอ็คชั่นเป็นหลักครับ ต้องแอ็คชั่น แอ็คชั่น และแอ็คชั่นครับ ทีนี้ถ้าหากเราเองไม่ใช่กระทิงล่ะ ถ้าเราเจอพวก action-oriented แบบนี้ในที่ทำงานแล้ว เราจะทำอย่างไรให้มีความสุขและสนุกครับ? เราจะทนอึดอัดกับการรู้สึกว่า เขาผลีผลามทำอะไรโดยไม่ยั้งคิด หรือเราจะหงุดหงิดรำคาญใจที่เขาทำงานไปก่อน โดยไม่ฟังเสียงเพื่อนร่วมทีม คำถามคือ เราจะสร้างพื้นที่แอ็คชั่นสำหรับคนเหล่านี้ ยอมรับในสิ่งที่เขาเป็นอย่างจริงใจ และชื่นชมเขาอย่างจริงจังได้อย่างไร?

เราต้องเข้าใจธรรมชาติของพวกกระทิงครับ ความสำเร็จในทัศนะของเขา คือ การได้ลงมือกระทำ แม้ว่าทำเสร็จแล้วอาจไม่มีระบบ หรือสมาชิกในทีมจะรู้สึก 'อิน' ไม่เท่ากันก็ไม่เป็นไร หรือแค่มีแผนการทำงานนั้นไม่พอ ต้องได้ทำ ได้ลงมือ เราจึงมักพบพวกกระทิงในกลุ่มนักกีฬา นักแสดง นักกู้ภัย ทหาร ตำรวจ พวกแอ็คชั่นทั้งหลายน่ะครับ

สิ่งที่คุณจะไม่ค่อยพบในพวกกระทิง คือ การนั่งคิด ใช้เวลาวางแผนครับ กระทิงจะคิดว่า 'เสียเวลา' สุดๆ มักจะพูดว่า "โอ๊ย ... จะหมดเวลา/เสียโอกาส อยู่แล้ว" ยังจะต้องมาคิดว่าใครในทีมรู้สึกอย่างไรกับเรื่องนั้น และพวกกระทิงก็จะไม่ซีเรียสกับหลักการเท่าใดนัก โดยเฉพาะถ้าหลักการนั้นมันขัดขวางทำให้เขาได้ลงมือทำช้าลงไปอีก

พวก 'หมี' ที่เน้นความเป็นระบบและข้อมูล ควรเข้าใจพวก 'กระทิง' ว่า เขามีสไตล์การทำงานที่เน้นความเสี่ยงและท้าทาย ในทัศนะเขา ถ้ามัวแต่มาทำระบบจะทำให้พลาดโอกาสเสียก่อน หรือสำหรับบางคนที่เห็นความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างคนในทีม ก็ไม่ควรรู้สึกแย่ที่ดูเหมือนว่ากระทิงไม่แคร์เพื่อนๆ เลย ทั้งที่โดยแท้แล้วกระทิงแคร์นะครับ เพียงแต่ในโลกของเขา เขาเชื่อว่าการช่วยเหลือเพื่อน ก็คือ การรีบลงมือทำให้เสร็จนั่นเอง

ถ้าคุณเป็นกระทิงหนุ่ม กระทิงสาว ทั้งที่ 'เปลี่ยว' และ 'ไม่เปลี่ยว' (ฮา) คุณควรจะเข้าใจแรงผลักดันพื้นฐานของคุณและทีม การที่บางคนในทีมใช้เวลาวางระบบ กว่าจะเซ็นเช็คแต่ละฉบับ ต้องคิดแล้วคิดอีก ดูรายละเอียดต่างๆ ให้เรียบร้อย ก็ทำเพื่อทีม การที่บางคนมีความคิด จินตนาการเยอะแยะ แม้หลายอย่างคิดเพ้อเจ้อไปบ้าง ทำจริงไม่ได้บ้าง ก็ทำเพื่อทีม หรือแม้กระทั่งบางคนที่ใช้เวลาไต่ถามทุกข์สุขและดูแลสุขภาพคนอื่นๆ ก็ทำเพื่อทีมเช่นกัน การมีองค์ประกอบเหล่านี้อย่างผสมผสาน ทำให้ทำงานกันเป็นทีมไปได้นาน ไม่ใช่ว่าทุกคนต้องลุยไปข้างหน้าพร้อมกับกระทิงอย่างคุณเสมอไป

หากเป้าหมายในชีวิตการงานของพวกเราไม่ใช่เรื่องเงิน (แต่เพียงอย่างเดียว) เป้าหมายเรายังเป็นเรื่องความสุขด้วยแล้ว เราจึงควรใช้ชีวิตการทำงานอย่างพร้อมจะเรียนรู้กันและกัน พร้อมจะเติบโตร่วมกับคนในทีมที่มีความหลากหลายเหล่านี้อย่างเข้าใจกันนั่นเองครับ

สำหรับเพื่อนคนที่ 4 ของเรา เขาคือ อินทรี ผู้มาจากทิศตะวันออก และมีธาตุลมครับ อินทรี โดยธรรมชาติแล้วจะบินสูงและเห็นภาพกว้าง เพื่อนร่วมงานชาวอินทรีของเรา ก็มีลักษณะเช่นนั้น กล่าวคือ เขาจะเป็นคนที่สนใจงานในภาพรวม เห็นกระบวนการทำงานทั้งหมด มองการณ์ไกล เฉียบคม มีญาณทัศนะ (intuition) และมีความสนใจในสิ่งใหม่ๆ และแตกต่างออกไปเสมอ

อินทรี จึงเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ และนำเสนอไอเดีย เปิดหน้างานใหม่ๆ ขึ้นมาอยู่เสมอ สมฉายาว่า อินทรี เจ้า project นั่นแหละครับ แถมเวลาใครมาชวนทำอะไร ก็มักจะปฏิเสธไม่ค่อยเป็น คือเห็นมันสนุกไปหมด ชอบเป็นขาแจมกับเขาไปทั่ว

ถ้าตัวคุณเองเป็นอินทรี คุณย่อมไม่อดทนต่อการทำงานแบบเดิมๆ ซ้ำกันทุกวัน คุณคอยคิดถึงงานอื่นที่แปลกแตกต่างออกไปเสมอ หรือมิเช่นนั้น คุณก็ชอบทดลองทำงานเดิมด้วยวิธีการใหม่ อินทรีอย่างคุณจะอึดอัดมาก ถ้ารู้สึกว่าถูกบังคับ ไม่มีทางเลือก หรือถ้าไม่รู้ว่างานที่ทำอยู่ไปสัมพันธ์เกี่ยวข้องอย่างไรกับงานในกระบวนการทั้งหมด

ด้วยความที่สนใจในภาพรวมนี้เอง ทำให้อินทรีมองข้ามการทำงานในรายละเอียดไป เมื่ออินทรีนึกถึงงานชิ้นหนึ่ง เขาจะมองภาพงานที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายต่างๆ และผลของงานจะนำไปสู่อะไร แต่อินทรีจะไม่รู้ว่าบางขั้นตอนของงานนั้น อาจขัดกับระเบียบหรือวิธีการทำงานขององค์กร กรณีอย่างนี้จึงขัดกับความเชื่อและอุปนิสัยของหมีที่ทำงานตามขั้นตอนและระเบียบอย่างเคร่งครัด

รวมไปถึงการบินสูงของอินทรี ยังอาจละเลยไม่ทันเห็นว่าเพื่อนร่วมงาน หรือลูกทีมบางคนกำลังมีปัญหา หรือบอบช้ำจากการทำงาน ในขณะที่หนูสังเกตเห็นและเข้าไปดูแลเพื่อนคนนั้นแล้ว

..........เข้าใจการสู้ของกระทิง คิดกว้างแบบอินทรีย์ มีแบบแผนแบบหมี ร่วมแรงฟื้นฟูเพื่อนแบบหนู.................

ความสำเร็จในทัศนะของอินทรีคือ การได้คิดวิเคราะห์ เชื่อมโยง หรือออกแบบสร้างงานใหม่ แต่อินทรีไม่ใช่นักปฏิบัติที่ชอบลงมือทำอะไรด้วยตัวเอง ซ้ำๆ นานๆ แต่มีแนวโน้มจะคิดแล้ว นำความคิดไปให้คนอื่นทำ ฉะนั้น เราจึงพบอินทรีได้ง่ายในหมู่อาชีพที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์และการวางแผน เช่น ครีเอทีฟ ผู้บริหารโครงการ และนักวิจัยและพัฒนาครับ

ความแตกต่างของ หมี กระทิง หนู และอินทรี ทั้ง 4 นี้ ล้วนหนุนเสริมพลังความสนใจและพรสวรรค์เฉพาะของแต่ละคนได้อย่างกลมกลืนและสร้างสรรค์ครับ แทนที่ต่างฝ่ายจะยกเอาความสนใจที่ต่างกันมาติติง กลับสามารถเสริมจุดด้อยที่แต่ละคนมีได้ เช่น อินทรีช่วยให้ทีมเห็นลู่ทางใหม่ คาดการณ์ทำนายผลลัพธ์การทำงาน ส่วนหมีช่วยจัดการในรายละเอียดให้ถูกต้องเป็นระเบียบ กระทิงช่วยขับเคลื่อนงานไปข้างหน้า ส่วนหนูก็ดูแลและยึดโยงทุกคนในกลุ่มเข้าไว้ด้วยกัน อย่างนี้จึงจะเป็น team work และทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข

งานที่สำเร็จลุล่วงในเวลาอันรวดเร็ว แต่ลูกทีมบางคนต้องเสียความรู้สึกดีๆ ต่อหัวหน้างานไป หรืองานราบรื่นเป็นระบบ แต่ทุกคนขาดความกระตือรือร้นค้นหาทดลองแนวทางใหม่ๆ อาจเรียกว่าเป็นงานที่ประสบความสำเร็จได้ แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของการทำงานอย่างมีความสุขครับ งานนั้นไม่ใช่เพียงเนื้องาน เอกสาร หรือยอดขาย

แต่งานยังหมายถึงพวกเราทุกคนที่เป็นคนขับเคลื่อนเฟืองจักรให้งานเดินไปสู่เป้าหมาย ความสุขจากการทำงานจึงควรเป็นความสุขของทุกคนที่เกิดขึ้นในระหว่างการทำงาน และตลอดเวลาที่ได้ทำงานร่วมกัน ไม่น่าจะใช่แค่ความสุขที่ได้เห็นงานเสร็จ

เคล็ดลับการทำความเข้าใจ และใช้ความแตกต่างเป็นพลังหนุนเสริมกันในทีมนี่แหละครับ คือที่มาของความสุขในการทำงาน

แนวคิดสัตว์ 4 ทิศนี้ จะไม่เกิดประโยชน์เลยครับ ถ้าเรานำความแตกต่างที่ว่านี้มาตอกย้ำ ตีตราให้กัน และกล่าวโทษการประสานงานที่มีปัญหาว่าเป็นเพราะเราต่างกัน ความแตกต่างไม่ได้เป็นข้อกำหนดมาจำกัดความสามารถและศักยภาพของแต่ละคนเลยครับ ตรงกันข้าม กลับเป็นเครื่องบ่งชี้และนำทางให้เราเห็นความหลากหลาย และความงดงามของทุกคน

ในโลกการทำงานเราล้วนอยู่ท่ามกลางเพื่อนผู้มีที่มาหลากหลาย เราไม่สามารถบังคับให้ทุกคนคิดเหมือนกันได้ เช่นกันกับความแตกต่างหลากหลายบนโลกใบนี้ เมื่อเรามีความสุขได้ง่ายๆ จากการเรียนรู้เข้าใจกันในที่ทำงาน มันคงไม่ยากเกินไปที่เราจะเข้าใจโลกใบที่ใหญ่กว่า และนำพามาซึ่งความสุขและสันติภาพในทุกๆ คนครับ

..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/611666



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การจัดการความรู้ KM Knowleage Management



ความเห็น (0)