GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ชีวิตที่พอเพียง : 159. ไปทำบุญบรรพบุรุษที่ชุมพร

        คุณพ่อของผม นายดำริ พานิช ถึงแก่กรรมวันที่ ๑ พย. ๔๗   อายุ ๘๙ ปี    หลังจากนั้นลูกๆ ก็นัดกันกลับบ้านไปทำบุญให้พ่อเพื่อระลึกถึงในช่วงวันที่ใกล้เคียงกับวันถึงแก่กรรม ปีละครั้ง     ปีนี้เรานัดกันวันที่ ๒๘ ตค.     โดยนัดกันไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว     นอกจากไปทำบุญแล้ว ก็ยังได้เยี่ยมแม่ด้วย     แม่ นางง้อ พานิช อายุ ๘๖ ปีแล้ว     สุขภาพดี แม้จะเป็นเบาหวาน

        ปีนี้ลูกสาวที่อยู่เมืองไทย มีเฉพาะคนโตที่เป็นทันตแพทย์เท่านั้นที่สามารถร่วมเดินทางไปได้     ผมจึงได้เพื่อนพนักงานขับรถเพียงคนเดียว     ผลัดกันขับกับผม     เนื่องจากผมเป็นโรคต่อมลูกหมากโต     ปัสสาวะค้างในกระเพาะปัสสาวะมาก     จึงต้องเข้าห้องน้ำบ่อย      ยิ่งตอนเช้ากินยาขับปัสสาวะ เพื่อลดความดันโลหิต (เป็นโรคความดันโลหิตสูงด้วย) ยิ่งทำให้ต้องเข้าห้องปัสสาวะบ่อย     เราจึงแวะปั๊มน้ำมันเพื่อเข้าห้องน้ำไปตลอดทาง

        ผมจึงได้ข้อเรียนรู้ข้อหนึ่ง เกี่ยวกับห้องน้ำตามปั๊มน้ำมัน     ว่าปีนี้ห้องน้ำสะอาด และจัดภูมิสถาปัตย์โดยรอบดีขึ้นผิดตา     ปีที่แล้วไม่ดีอย่างนี้    เป็นที่น่ายินดีมากที่บ้านเมืองของเราสะอาดน่าอยู่มากขึ้น     ผมหวังว่าแนวทางเช่นนี้จะระบาดไปสู่การให้ความสำคัญต่อความสวยงามน่าทัศนาของชุมชน     ย่านชุมชน    และเมือง     แต่เมื่อพิจารณาภาพรวมของปั๊มน้ำมันในปัจจุบัน     ไม่ใช่เป็นแค่ปั๊มน้ำมันอีกต่อไปแล้ว     แต่ได้กลายเป็นสถานบริการผู้เดินทางโดยรถยนต์     คือไม่ได้มีแค่บริการเติมน้ำมัน หรือบริการรถเท่านั้น     แต่มีบริการแก่คน (คนขับ และคนโดยสาร) ด้วย     โดยมีบริการร้านสะดวกซื้อ    ร้านอาหาร  ร้านเครื่องดื่ม  และบางแห่งมี outlet ย่อยๆ มาตั้งอยู่ด้วย      ถือเป็นวิวัฒนาการอย่างหนึ่งของบ้านเมือง  ควบคู่ไปกับวัฒนธรรมการเดินทางโดยรถยนต์

       เราแวะกินก๋วยเตี๋ยวตอน ๘ น. ที่เพชรบุรี     เป็นก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น ไก่ตุ๋น ที่อร่อยมาก และราคาถูกมาก     คือชามละ ๒๐ บาท  น้ำเปล่าให้ดื่มฟรี     ผมกินบะหมี่หมูตุ๋น มีเนื้อหมูให้มาก จนสงสัยว่าราคาเพียง ๒๐ บาท จะได้กำไรได้อย่างไร    น้ำก๋วยเตี๋ยวหอมยาจีน ผมซดน้ำจนเกลี้ยงถ้วย     ร้านนี้อยู่บนถนนที่เมื่อขับรถถึงเพชรบุรี ตรงหัวโค้งที่เลี้ยวซ้ายไปประจวบ  ก็ขับตรงไปเพื่อเข้าเพชรบุรี      ก่อนถึงสามแยกไฟแดงก็จอดรถริมถนนทางซ้ายมือ     ร้านอยู่ซ้ายมือริมถนน  จะมีคนกินแน่น     ผมผ่านทีไรต้องแวะทุกครั้ง   

       ตามปกติถ้าเราถึงประจวบช่วงเที่ยงหรือก่อนเที่ยงเล็กน้อย  เราจะแวะกินอาหารที่ร้าน "ประมง" ซึ่งอยู่ริมทะเลตรงสะพานท่าเรือประมง     ผมเป็นขาประจำตั้งแต่ลูกเขายังนอนแบเบาะ จนตอนนี้มาทำหน้าที่แทนแม่     และมีลูกของตัวเองมานอนแบเบาะให้เห็นเมื่อกว่ายี่สิบปีก่อน     แต่สองปีมานี้ร้านนี้ถูกไล่ที่   ย้ายไปที่อื่น ผมยังหาไม่พบ     แต่ไปพบร้านอร่อยอยู่ริมทะเลทางเหนือของเมือง     มีชื่อถนนเพราะๆ แต่ผมจำไม่ได้    และแถมยังจำชื่อร้านไม่ได้เสียอีก     ไปกินปีที่แล้วตอนขับรถไปชุมพร ไปงานเดียวกันนี้

       แต่ปีนี้เราผ่านประจวบตอน ๑๐ น. ยังอิ่มก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นอยู่เลย     เราจึงบึ่งต่อไปยังเป้าหมายต่อไป คือศูนย์บริการทางหลวงเขาโพธิ์  ซึ่งอยู่ชายแดนจังหวัดประจวบ ก่อนเข้าเขตชุมพร     ที่นั่นมีเสื้อผ้าราคาถูกขาย     เราซื้อผ้าขนหนูเช็ดเท้าในห้องน้ำ     ราคากิโลกรัมละ ๑๙๐ บาท     เป็นครั้งแรกที่ผมเคยเห็นการขายผ้าเป็นกิโลกรัม     ผมซื้อกางเกงสำหรับสวมในบรรยากาศสบายๆ ตัวหนึ่ง ราคา ๑๙๐ บาท     กางเกงตัวนี้คงจะออกจากโรงงานมาหลายปีแล้ว     กว่าจะมีคนมาซื้อไป     ผมเคยซื้อกางเกงขายาวจากที่นี่ไป พบว่าเนื้อผ้าดีมาก ใช้การได้ดี ตอนนั้นซื้อไปตัวละ ๒๒๐ บาท     นี่คือส่วนหนึ่งของชีวิตที่พอเพียง    
   
        เราหาอาหารเที่ยงกิน แต่ไม่มีอาหารที่น่ากิน     เราจึงซื้อซาละเปาทับหลี ที่มาทำขายที่นี่ กับข้าวเหนียวปิ้งกินรองท้อง     บึ่งไปชุมพรไปกินก๋วยเตี๋ยวครูอี๊ดที่เราติดใจตั้งแต่ตอนงานศพคุณพ่อ  เมื่อ ๒ ปีที่แล้ว 

       ร้านก๋วยเตี๋ยวครูอี๊ดอยู่บนถนนปรมินทร์มรรคา     ทางไปปากน้ำ     พอผ่านเรือนจำไปสัก ๒๐ เมตร ร้านจะอยู่ขวามือ     มีป้ายชื่อร้านเห็นได้ง่าย      ผมกินวุ้นเส้นต้มยำ     ภรรยาสั่งผัดไทยใส่กุ้งสด เพราะจำได้ว่าเคยกินแล้วอร่อยมาก    ผมเลยสั่งตามอีกจานหนึ่ง     โดนทั้งวุ้นเส้นต้มยำ และผัดไทย อิ่มจนจุก     รสอร่อยทั้งสองอย่าง     ผัดไทยใส่กากหมู ทำให้แปลกจากที่อื่น  

        แม่จะดีใจมาก ที่ลูกๆ และลูกสะใภ้จะมากันพร้อมหน้า ๖ คู่ (ที่จริงแม่มีลูกชายและลูกสะใภ้อยู่ที่ชุมพร ๓ คู่)    เตรียมอาหารไว้ให้กินเพียบ    ยิ่งมีแกะ หลานสาวแม่ที่สนิทกันมาก มาช่วยงานด้วย ยิ่งทำให้การเตรียมของกินไว้ให้พวกเรามากจนเหลือเฟือ    อาหารพิเศษวันนี้คือยำหนังหมู ทำไว้โคมเบ้อเริ่อ     แม่ชอบเล่าเรื่องการเก็บหอมรอมริบในสมัยก่อน    เล่าว่าครั้งหนึ่งไปเก็บเงินหนี้ได้ ๘ หมื่นบาท เอาไปฝากธนาคารแบบฝากประจำดอกเบี้ยทบต้นไว้ ๒๐ กว่าปี โดยไม่แตะต้องเลย     เงินสะสมเป็น ๒ ล้านกว่าบาท และที่แม่ชอบพูดที่สุด คือพออายุ ๗๕ ตามที่หมอดู ๒ คน ทำนายไว้ตรงกันว่าแม่จะอายุยืนถึง ๗๕ ปี     แม่ก็จัดการแบ่งเงินและสมบัติอื่นๆ ให้ลูกแต่ละคน จนตนเองแทบไม่เหลืออะไร     รู้สึกโปร่งโล่งเบาสบายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน     ตอนนี้แม่อายุ ๘๖ ยังแข็งแรงดี

        ตกเย็นน้องสะใภ้พาไปเลี้ยงที่ภัตตาคารริมทะเลชื่อ ชบาเล     ไปทางถนนไปปากน้ำสายเก่า จนเกือบสุดทาง มีป้ายบอกทางซ้าย     แล้วขับรถเข้าไปทางถนนเล็กๆ อีกสักครึ่งกิโล ไปที่ริมทะเล     ชายหาดสวย วิวสวย     สมาชิกในครอบครัวที่ไปร่วมคงจะเกือบ ๔๐ คน     แม่นับให้ฟังว่าแม่มีลูก ๗ (ที่จริง ๙ แต่ตายแต่ยังเล็ก ๒)  หลาน ๑๘  เหลน ๒     ผมบอกแม่ว่าต้องขอโทษที่ไม่สามารถผลิตเหลนให้แม่ได้     ลูกสาวรีบแก้ตัวว่ายังไม่หมดวัยเจริญพันธุ์ ยังมีสิทธิ์อยู่      เขาหัวไวว่าการขอโทษของผมนั้นเป็นการกล่าวโทษพวกเขา ๔ พี่น้อง

         อากาศริมทะเลยามเย็นสบายมาก  ลมดี  ก้อนเมฆได้แสงอาทิตย์อัสดง     สะท้อนแสงเหลืองแสดลงสู่พื้นน้ำ     วิวประภาคารและอาคารที่ปากน้ำงดงามมาก     แถมพวกสะใภ้เขาอวดรูปการแต่งงานของลูกสาวผม     ดูแล้วดูอีก วิพากษ์วิจารณ์กันสนุกสนาน     ผมจึงได้รูปวิวทะเล  และรูปวงสังคมเครือญาติเก็บไว้หลายรูป

         การกินอาหารเน้นการคุยเสียมาก     รุ่นหลานของแม่มีตั้งแต่ลูกสาวผม อายุ ๓๖  ไปจนถึงลูกของน้องชายคนเล็ก อายุ ๘ ขวบ     หลานคนนี้เป็นเพื่อนเล่นกับเหลนของแม่      คือน้ากับหลานอายุเท่ากัน

         เสร็จแล้วเรากลับมาตั้งวงคุยกันต่อที่บ้าน     น้องชายที่ทำสวนส้มเอาส้มโชกุนกองโตมาให้กิน     น้องสะใภ้เจ้าของสวนชำนาญมากในการเลือกส้มรสจัด     เอาให้ภรรยาผมกิน     พบว่าฝีมือเลือกแม่นจริงๆ     แม่มีความสุขมากที่ได้เห็นลูก หลาน ตั้งวงคุยกัน ๓ วง     คือวงชาย  วงหญิง  และวงหนุ่มสาว      จนสี่ทุ่มก็บอกกันว่าให้แม่นอนดีกว่า เพราะตามปกติแม่นอน ๒ ทุ่ม      

         ผมลองเข้า อินเทอร์เน็ต โดย แอร์การ์ดของ ฮัทช์ ที่บ้าน พบว่าบางครั้งก็มีคลื่น บางครั้งก็ไม่มี     เข้านอนตอนสี่ทุ่มกว่า      พอตีสี่ครึ่ง (วันที่ ๒๘) ก็รู้สึกตัวตามนาฬิกาในสมองที่ตั้งโปรแกรมไว้     พอรู้สึกตัวก็รู้สึกเย็นสบาย  รู้สึกสดชื่นจากอากาศบริสุทธิ์     บ้านผมอยู่ห่างทะเล ๒ กม.    ได้ยินเสียงฟ้าร้อง ฟ้าแลบ รุนแรงมาก     แล้วฝนก็เทลงมา

        อากาศยามเช้าที่บ้านนอกสดชื่นจริงๆ

                       

                 แม่กับลูกสะใภ้คนโตและหลานย่าคนแรก

                       

                                      แม่กับลูกชายคนโต

                       

                         แม่กับลูกและหลานๆ ที่ชายหาด

                        

               พี่สะใภ้คนโตกับน้องชายและน้องสะใภ้คนเล็ก

                       

                            งามชายหาดยามสนธยา

                        

                  วิพากษ์วิจารณ์รูปพิธีแต่งงานแบบอินเดีย

วิจารณ์ พานิช
๒๘ ตค. ๔๙
บ้านท่ายาง   อ. เมือง   ชุมพร 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 61143
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 9
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (9)

ท่ามกลางความรัก...ท่ามกลางธรรมชาติ...ความสุขคนที่อ่านพลอยสุขไปด้วยจริงๆค่ะ ขอบคุณค่ะ...

  • อิ่มบุญ อิ่มสุขค่ะ

ทำให้ชาวชุมพรคิดถึงบ้านเช่นกันค่ะ

ที่สุราษฎร์  มีคุณหมอท่านหนึ่งนามสกุล พานิช และเป็นคนชุมพรเช่นกัน  เป็นคุณหมอที่สมถะ   อะไรที่แนะนำให้คนไข้ดูแลตัวเองได้ท่านจะแนะนำ  โดยหลีกเลี่ยงการให้ยา   น่าแปลกนะคะ ที่คนนามสกุลนี้จะเป็นคนสมถะ   อยู่อย่างเรียบง่าย

อ่านแล้วได้รู้สึกถึงบรรยายกาศอันเกษม อยากให้สังคมไทยมีความอบอุ่นแบบนี้ทุกหย่อมหญ้า จะได้อยู่เย็นเป็นสุข (จริง ๆ ) ขอบคุณสำหรับความเบิกบานจากblogของอาจารย์เช้านี้ ขอบคุณคะ

หมอวิโรจน์ พานิช ที่สุราษฎร์ เป็นน้องชายคนเล็กครับ

วิจารณ์

ขอบพระคุณคะ...

เต็มอิ่มคะ...สำหรับบันทึกนี้

^__^

กะปุ๋ม

บรรยากาศดีจัง ชายหาดสวยงามจัง

   อิ่มใจ ได้หลายรสมากครับทั้งบรรยากาศ  ธรรมชาติ และความผูกพัน ความอบอุ่นในครอบครัวไทย 
   ทำไว้โคมเบ้อเริ่อ ... เผื่อบางท่านไม่เข้าใจ โคม = กาละมัง ครับ

ตายแล้ว ผมมาติดอยู่ในบล๊อกของอาจารย์ได้อย่างไร่เนี่ย..น่าจะเป็นความสุขที่ผมซืบซับได้ละมั้ง