ชีวิตที่พอเพียง ๒๗๑๔ เฉียดหิมพานต์ ๖. จากคาร์กิลสู่เลห์

วันอังคารที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕ เราเดินทางจาก คาร์กิล สู่เลห์ ใช้เวลาเดินทางสลับหยุดชมวิว เที่ยววัดสองวัดในเลห์ ถึงที่พักคือ Hotel Holiday Ladakh เวลาหนึ่งทุ่ม

ออกจากโรงแรม รถเลี้ยวขวาไปข้ามสะพานข้ามแม่น้ำ Sojila ไปไต่ภูเขาที่เราเห็นจากหลังห้องพักวกไปวนมาจนขึ้นไป ถึงชั้นบนสุดไปหยุดชมวิวและถ่ายรูปเมือง คาร์กิล และแม่น้ำ โซจิลลาเห็นโรงแรมสีเขียวอยู่ไกลๆวันนี้เราเดินทางข้ามเขาสองลูก คือ Namikala และ Fotula

ระหว่างเดินทางภูมิประเทศเปลี่ยนจากเดิมมีต้นไม้สีเขียวกลายเป็นทะเลทราย ที่มองไปทางไหนเห็นแต่เขาหัวโล้น หรือเขาหินโดยแต่ละยอดมีหินที่มีสีและรูปร่างแตกต่างกันรถแล่นไปตามถนนที่วนไปวนมาตามไหล่เขาเพื่อเดินทางข้ามภูเขา ลูกนั้นๆมองจากถนนที่อยู่บนไหล่เขาสูงเห็นถนนที่เพิ่งผ่านมาคดเหมือนงูเลื้อย และในหุบเขาเห็นแม่น้ำ และหมู่บ้าน

ช่วงแรกมีนาต่อมาเห็นนาขั้นบันไดต่อมาถนนขาดบ้าง ถนนฝุ่นตลบเพราะเป็นทางโรยหินฝุ่นบ้าง เราแวะถ่าย ปัสสาวะข้างทางเป็นระยะๆต้นไม้ข้างทางสวย โดยเฉพาะต้นกุหลาบป่า

เราไปแวะชม วัด Mulbek เวลาเกือบ ๙ น.เป็นวัดเก่าแก่มีพระศรีอาริยเมตไตรย์สลักที่ก้อนหินสร้างตั้งแต่คริสต ศตวรรษที่ ๒พร้อมๆ กับพระพุทธรูปสลักหินที่อัฟกานิสถานที่ถูกพวกตาลีบันระเบิดเมื่อหลายปีก่อน ตัวพระวิหารไม่เก่าเท่า แต่ก็อายุเป็นพันปีมีจิตรกรรมฝาผนังที่แสดงความเชื่อของคนที่นับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน

ผ่าน Fotula Top สูง ๔.๑ ก.ม. เหนือระดับน้ำทะเลสูงกว่า Sojila ที่เราผ่านเมื่อวาน

Lamayuru Monastery อายุกว่าพันปี ตั้งอยู่บนยอดเขาหินทราย ที่ล้อมรอบด้วยภูเขาหินสีเหลือง ที่เรียกว่า Moon Land ขึ้นไปชมวัดที่มีพระพุทธรูปและภาพฝาผนังเก่ามากมายฟังแล้วสรุปกับตนเองว่าชาวพุทธทิเบตนับถือเทพมหากาล ว่าเป็นเทพที่คอยปกป้องคุ้มครองคนทิเบต จากความชั่วร้ายวิธีสังเกตว่าเป็นเทพผู้นี้คือ ยืนอยู่บนศพคนสองคน

พุทธทิเบตสร้างเทพของตนขึ้นมาหลายองค์ แต่ละองค์มีหลายอวตาร คล้ายเทพฮินดูองค์หนึ่งเป็นผู้หญิงชื่อ Achi-Jenzang Yingchuk (Dharma Dakini)

ในโบสถ์มีช่องเล็กๆ ไปยังถ้ำเล็กๆ ที่เขามีป้ายบอกว่า บรมครู Naropa เคยไปนั่งสมาธิในถ้ำนั้นNaropa เป็นศิษย์ของ Tilopa

Alchi Gumpa / Alchi Chhoskhop หรือวัดธรรมจักรอัลชิสร้างในปี ค.ศ. 1020 มีโบสถ์สองโบสถ์ คือโบสถ์สามชั้น (Sumtsek Temple) กับโบสถ์มัญชุศรี (Manjushri Temple) ภายในห้ามถ่ายรูป ในโบสถ์สามชั้นมีรูปปั้นของพระโพธิสัตว์ อวโลกิเตศวร สูง ๔ เมตร และมีภาพฝาผนัง ซึ่งแน่นอนว่ามีมหากาลเป็นตัวเอกและที่แปลกคือมีเทพสตรีหลายองค์มักเป็นภรรยาของเทพผู้ชายด้านหลังของโบสถ์สามชั้นเป็นรูปปั้นของพระศรีอาริยะเมตไตรย์ สูง ๕.๒ เมตร นี่คือพระพุทธเจ้า แห่งอนาคต และเป็นศาสดาองค์ที่ ๕ โดยพระพุทธเจ้าศากยมุนีเป็นองค์ที่ ๔ นอกจากนั้นยังมีรูปปั้นของพระโพธิสัตว์มัญชุศรีด้วยที่ฝาผนังมีจิตรกรรมฝาผนังเป็นเรื่องราวพุทธประวัติ

ใน Manjushri Temple มีรูปปั้นของพระโพธิสัตว์มัญชุศรี หลายองค์ หลายสี

ผมซื้อหนังสือ Alchi – the living heritage of Ladakh จากวัดมาเล่มหนึ่ง ราคาเพียง ๔๐๐ รูปีภายในมีรูปและคำอธิบายช่วยให้ฟื้นความจำจากการเข้าชมได้

ออกจากวัดอัลชิ เราไปแวะชมบริเวณที่แม่น้ำ Zanskar ไหลลงแม่น้ำ Indus (สินธุ) เห็นเป็นแม่น้ำสองสีชัดเจน ดูรูปได้ที่นี่แล้วไปแวะถ่ายรูปท้องฟ้าสวยแต่ที่สวยกว่าคือตอนเย็นที่แสงแดดอ่อนส่องหินภูเขาเป็นสีต่างกันสวยงามมาก ภาพที่เห็น เราเห็นจริง ถ่ายภาพเอาไว้ได้จริงแต่ที่เห็นและถ่ายภาพได้ไม่ใช่ของจริงแท้

เราถึงที่พัก Hotel Holiday Ladakh เวลา ๑ ทุ่มกินอาหารเย็นแล้วนอนหมดแรง

วันพุธที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๙เราเที่ยว ๒ วัด หนึ่งวังและหนึ่งสถานที่สำคัญทั้งหมดอยู่ในเลห์ แต่ก็นั่งรถไปไกลชั่วโมงเศษระหว่างทางแวะถ่ายรูปแม่น้ำสินธุและเห็นวัดอยู่บนยอดเขาไกลๆ

Hemis Monastery น่าจะเรียกได้ว่า เป็น “ราชวรมหาวิหาร” เพราะกษัตริย์แห่งลาดั๊กองค์หนึ่งมาบวชที่นี่และเมื่อสวรรคตก็ยกสมบัติให้วัดนี้สร้างเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีโบราณวัตถุ และศิลปวัตถุมากมายเป็นพิพิธภัณฑ์ล้ำค่า เขาจริงห้ามถ่ายภาพจริงๆ แล้วห้ามเอากล้องถ่ายรูปและโทรศัพท์เข้า ที่จริง Hemis Monastery เป็นวัดทิเบต สร้างปี ค.ศ.1762

ความพิเศษมีพระเต้นรำและมีร้ายขายของที่ระลึกอย่างดี มีการบูรณะอยู่ตลอดเวลา

Thiksay Monasteryเป็นวัดที่สวยที่สุด ถ่ายภาพออกมาคล้ายพระราชวัง Potala ในทิเบตThikse Monastery จึงได้ชื่อว่า โปตาลาน้อยแห่งลาดั๊ก เราไปไหว้พระพุทธรูปพระศรีอาริยะเมตไตรย์อันงดงาม

Shey Palace วังของพระเจ้าแผ่นดิน จุดเด่นคือพระพุทธรูปศากยมุนีที่สร้างเมื่อ ๖๐๐ ปีก่อน ที่สร้างเพื่อปัดเป่าโรคระบาดที่ฐานบรรจุพันธุ์ข้าวสาลีเอาไปแจกราษฎร ปลูกได้ผลดีแก้ปัญหาอดหยาก

พระเจดีย์แปดองค์ มีรายละเอียดต่างกัน เป็นสัญลักษณ์ประวัติพระพุทธเจ้า

นั่งรถไปทางไหนในเลห์ จะเห็นธงหลากสีห้อยเชือกเป็นสายตามแนวนอนส่วนใหญ่สีซีดหมดแล้วเดาว่าเป็นธงมงคล

วิจารณ์ พานิช

๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๙

ห้อง ๑๐๑Hotel Holiday Ladakh, Leh, India



1 แม่น้ำโซจิลาและเมืองคาร์กิล ถ่ายจากจุดชมวิว


2 วัด Mulbek มีพระพุทธรูปศรีอาริยเมตไตรย์สลักหินอายุกว่าสองพันปี


3


4 ภาพฝาผนังภายในโบสถ์


5 ภูเขาหินแห้งแล้ง ฝนตอน้อยมาก แต่ในหุบเขามีน้ำในลำธารจากหิมะละลาย และมีนา


6 แวะถ่ายรูปวิวแคนย่อนน้อย


7


8 ที่ Fotula Top สูง 4.1 ก.ม. มีกระโจมหินของชาวเขา


9 ถ่ายรูปกับสามสาวชาวเขา



10 ทางขึ้นวัด Lamayuru


11 วานกงล้อสวดมนตร์


12 ศรีมหากาฬ



13 ธรรมทักขิณีในนิกายตันตระ



14 ถ้ำที่ นาโรปะเคยไปนั่งสมาธิ


15 วัดลามะยูรุ ถ่ายจากร้านอาหาร


16 Moon Land


17 วัด Alchi Chhoskhop



18 ประตูโบสถ์เตี้ยมาก ภายในห้ามถ่ายรูปเด็ดขาด



19 สถาปัตยกรรมของโบสถ์



20 วิวสวยระหว่างทาง



21 แม่น้ำ Zanskar สีขุ่นไหลลงแม่น้ำสินธุ ทำให้แม่น้ำสินธุสีขุ่นไปด้วย



22 แดดส่องเขาเกิดภาพงาม




23 Hemis Monastery มีลานกว้างตรงกลางระหว่างอาคาร




24 พระศรีอาริยะเมตไตรย์ Thikse Monastery


25 พระพุทธรูปศากยมุนีในพระราชวัง Shey



26 พระเจดีย์แปดองค์

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)