ในงานวิจัย สิ่งหนึ่งที่นักวิจัยอาจจะเจอคือข้อมูลที่ผิดปรกติแบบผิดคาด
ความผิดปรกติในที่นี้ หมายถึง ความจริงที่ประพฤติผิดปรกติไปจากกรอบความเชื่อที่นักวิจัยมองอยู่
ดังนั้น ผิดปรกติในที่นี้ จะต้องเน้นหมายถึงความจริงที่ทำซ้ำได้ เพราะถ้าทำซ้ำไม่ได้ แสดงว่าการวิจัยนั้นมีตัวรบกวนมากไป
ดังนั้น หากใช้เครื่องมือไม่เหมาะสมแล้วผลไม่เคยซ้ำกัน แบบนั้นไม่ใช่การทดลองพบสิ่งผิดปรกติ แต่เป็นตัวการทดลองเองนั่นแหละที่ผิดปรกติ จากที่ควรเป็น
ความผิดปรกติ จะเกิดขึ้นจากการที่ทฤษฎียังไม่ดีพอที่จะอธิบายความจริงได้
ความผิดปรกติ จึงเป็นตัวสะท้อนให้เห็นว่า มีคำอธิบายที่ดีกว่าซ่อนอยู่เบื้องหลัง ที่สามารถอธิบายของเก่าได้ พร้อม ๆ กับอธิบายความผิดปรกตินี้ได้
ตัวอย่างคลาสสิกคือเรื่องการค้นพบยาปฏิชีวนะ ที่ผลการทดลองผิดคาด แล้วไม่ได้มองว่านี่คือการทดลองที่ล้มเหลว แต่มองว่านี่คือปรากฎการณ์น่าสนใจ
อีกตัวอย่างคือความผิดปรกติเรื่องความเร็วแสง ที่ทำให้เป็นที่มาของทฤษฎีอันลือลั่นของไอน์สไตน์ ซึ่งสามารถอธิบายฟิสิกส์แผนเก่าได้ด้วย และทำให้ความผิดปรกติในกรอบความคิดเก่า กลายเป็นสิ่งธรรมดาในกรอบความคิดใหม่
ถ้ามองว่าความจริงมีหลายระดับขั้น ความผิดปรกติ จะเป็นตัวเบาะแสที่โผล่นำหน้ามาของความความจริงในระดับที่ลุ่มลึกและซับซ้อนกว่าเดิม
นักวิจัย จึงควรดีใจเมื่อได้มีโอกาสพบกับผลการวิจัยที่ทำมาอย่างรัดกุม แต่อธิบายไม่ได้ เพราะนั่นมักหมายถึงการมีโอกาสทองของการพบสิ่งที่น่าสนใจมาประเคนถึงตรงหน้า