ความผิดปรกติกับงานวิจัย

wwibul
  ทำไมนักวิจัยจึงควรมองหาความผิดปรกติ ?  

ในงานวิจัย สิ่งหนึ่งที่นักวิจัยอาจจะเจอคือข้อมูลที่ผิดปรกติแบบผิดคาด

ความผิดปรกติในที่นี้ หมายถึง ความจริงที่ประพฤติผิดปรกติไปจากกรอบความเชื่อที่นักวิจัยมองอยู่

ดังนั้น ผิดปรกติในที่นี้ จะต้องเน้นหมายถึงความจริงที่ทำซ้ำได้ เพราะถ้าทำซ้ำไม่ได้ แสดงว่าการวิจัยนั้นมีตัวรบกวนมากไป

ดังนั้น หากใช้เครื่องมือไม่เหมาะสมแล้วผลไม่เคยซ้ำกัน แบบนั้นไม่ใช่การทดลองพบสิ่งผิดปรกติ แต่เป็นตัวการทดลองเองนั่นแหละที่ผิดปรกติ จากที่ควรเป็น

ความผิดปรกติ จะเกิดขึ้นจากการที่ทฤษฎียังไม่ดีพอที่จะอธิบายความจริงได้

ความผิดปรกติ จึงเป็นตัวสะท้อนให้เห็นว่า มีคำอธิบายที่ดีกว่าซ่อนอยู่เบื้องหลัง ที่สามารถอธิบายของเก่าได้ พร้อม ๆ กับอธิบายความผิดปรกตินี้ได้

ตัวอย่างคลาสสิกคือเรื่องการค้นพบยาปฏิชีวนะ ที่ผลการทดลองผิดคาด แล้วไม่ได้มองว่านี่คือการทดลองที่ล้มเหลว แต่มองว่านี่คือปรากฎการณ์น่าสนใจ

อีกตัวอย่างคือความผิดปรกติเรื่องความเร็วแสง ที่ทำให้เป็นที่มาของทฤษฎีอันลือลั่นของไอน์สไตน์ ซึ่งสามารถอธิบายฟิสิกส์แผนเก่าได้ด้วย และทำให้ความผิดปรกติในกรอบความคิดเก่า กลายเป็นสิ่งธรรมดาในกรอบความคิดใหม่

ถ้ามองว่าความจริงมีหลายระดับขั้น ความผิดปรกติ จะเป็นตัวเบาะแสที่โผล่นำหน้ามาของความความจริงในระดับที่ลุ่มลึกและซับซ้อนกว่าเดิม

นักวิจัย จึงควรดีใจเมื่อได้มีโอกาสพบกับผลการวิจัยที่ทำมาอย่างรัดกุม แต่อธิบายไม่ได้ เพราะนั่นมักหมายถึงการมีโอกาสทองของการพบสิ่งที่น่าสนใจมาประเคนถึงตรงหน้า

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน note by wwibul

คำสำคัญ (Tags)#km#วิจัย#การค้นพบ

หมายเลขบันทึก: 61102, เขียน: 19 Nov 2006 @ 20:56, แก้ไข, 11 Feb 2012 @ 16:25, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (0)