คนปกติทั่ว ๆ ไป หากไม่เป็นใบ้ ก็ต้อง " พูดได้" อย่างแน่นอน
ปัจจุบันนี้เด็ก ๆ ยุคดิจิตอล พูดได้ พูดเก่ง แบบพูดไม่หยุด
ไม่ว่าจะเป็นเวลาใด หากไม่หลับ ก็คงพูดได้ตลอดเวลา
โดยเฉพาะเวลาเรียน นั่งในห้องเรียน เวลาเข้าแถว
เวลากินอาหาร ฯลฯ สรุปแล้ว พูดตลอดเวลา
แต่ การ "พูดได้" กับ " พูดเป็น " คงไม่เหมือนกันแน่
"ครูครับ ผมอยู่ดี ๆ นายโต้ง ก็มาแย่งผม พอผมว่าเขา เขาก็มาต่อยผม
พอนั่น ก็เอาของผมไปฉีก " เด็กชายจ้อน เดินเช็ดน้ำตา มาแจ้งเหตุที่ถูกเพื่อนแกล้งกับครู
"แย่งอะไร แล้วอยู่ดี ๆ น่ะเธอทำอะไรอยู่ หรือเล่นอะไรกันอยู่" ครูซักถาม
ต้นสายปลายเหตุ
"ไม่ได้เล่นครับผมทำนั่นอยู่ เขาก็มาดึงเอาไป แล้วต่อยผม" จ้อนเล่าเหตุการณ์
ครูกุมขมับ ก่อนจะพูดว่า
"ตกลงครูจะรู้่เรื่องไหมเนี่ยะ"
นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็ก ๆ ของการ พูดไม่เป็นของนักเรียน
ทักษะการพูด เป็นทักษะสำคัญที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน
เป็นทักษะที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารกันกับผู้อื่น เป็นสิ่งที่ต้องได้รับการ
ฝึกฝนมาตั้งแต่เล็ก ๆ หากเด็ก ๆ ได้รับการฝึกทักษะการพูดมาตั้งแต่ต้น
ก็จะสามารถ่ใช้การพูดได้อย่างถูกต้อง สื่อสารกับผู้อื่นได้ตรงตาม
จุดประสงค์ ผู้ฟังเข้าใจเรื่องราว และความต้องการของผู้พูด
ได้โดยตลอด หรือหากมีข้อข้องใจก็สามารถซักถามได้
อย่างตรงประเด็น....( ตรงนี้คุณมะเดื่อก็ไม่ได้อ้างอิงจาก
แหล่งข้อมูลใดนะ หากแต่ " อ้างอิงจากประสบการณ์"
ในการเป็นครูประถมศึกษามาสามทศวรรษเศษแล้ว)
ปัญหาการพูดเท่าที่คุณมะเดื่อพบในเด็กรุ่นเก่า ๆ นั้น
มักจะเป็นการเล่ารายละเอียดได้ไม่สมบูรณ์ เป็นส่วนมาก
แต่ในปัจจุบันจะเป็น...
๑. พูดแบบไม่ได้ใจความ ไม่มีที่มา ที่ไป
๒. พูดแบบจับใจความไม่ได้
๓.พูดแบบสื่อสารให้คนฟังเข้าใจไม่ได้
๔.พูดโดยใช้คำพูดไม่ถูกต้อง
๕. พูดโดยลำดับเหตุการณ์ไม่ได้
เพราะอะไร ? ทำไม ? เหตุใด ? การพูดของเด็กยุคนี้จึงเป็นปัญหา
ก็คงจะไม่พ้นที่มาเดิม ๆ นั่นก็คือ
๑. การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย ที่แต่เดิมมาเราจะสื่อสารกันด้วย
คำพูดโดยตรง เล่าเรื่องราวหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้ผู้ฟัง
รับฟังกันตรง ๆ แต่ปัจจุบันมีเครื่องอำนวยความสะดวกมา " พูด"
แทนเรามากมาย ที่เรียกว่า " สังคมออนไลน์ " หรือที่เรียกว่า
" social network" ทำให้ผู้คนพูดกันด้วยตัวหนังสือ
ที่....จะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม จึงทำให้ " ข้อความหรือตัวหนังสือ"
นั้น ๆ เป็นข้อความ " เฉพาะกิจ" สำหรับรู้กันระหว่างบุคคลหรือ
ระหว่างกลุ่ม คนอื่นอาจจะไม่รู้เรื่องหรือไม่เข้าใจ กลายเป็น
" คำแสลง" และ " เขียนผิดเพี้ยน" ไป ที่เรียกว่า "ภาษาวิบัติ"
ในปัจจุบัน
๒. การพูดจาสื่อสารกันในครอบครัว ที่ลดน้อยถอยลง ความห่างเหิน
ของสมาชิกในครอบครัวที่เกิดช่องว่างของปฏิสัมพันธ์ ทำให้บุตรหลาน
ไม่ได้รับการปลูกฝังคำพูดที่ถูกต้องมาตั้งแต่เล็ก ๆ เด็ก ๆ
จึงไม่เกิดการเลืยนแบบภาษา ไม่เกิดการซึมซับภาษาที่ดี
ที่ถูกต้อง เหมือนกับเด็ก ๆ ในยุคก่อน ๆ จึงทำให้เด็ก ๆ ยุคปัจจุบัน
ขาดแบบแผนการใช้คำพูด และเมือ่รับเอาภาษาจากสื่อต่าง ๆ
ในยุคใหม จึงขาดการเชื่อมโยง ขาดการวิเคราะห์ในเรื่องของการ
ใช้คำที่ถูกต้อง
๓ ขาดการฝึกทักษะการพูดที่ถูกต้อง เมื่อเด็ก ๆ เข้าสู่วัยเรียน
ข้อนี้คุณมะเดื่อคงต้องพาดพิ่งถึงการจัดการเรียนการสอน
ครูอย่างเรา ๆ (แต่เฉพาะบางคนนะ บางคนที่อาจจะลืมเลือน
หรือไม่ได้เน้นเรื่องการพูด) หากเด็ก ๆ ได้รับการฝึกทักษะ
การพูดมาตั้งแต่เริ่มเข้าเรียนอย่างต่อเนื่องแล้ว ปัญหาข
การพูดไม่เป็น ก็จะลดน้อยลงไป แต่ทั้งนี้ ในการฝึกพูด
จะต้อง " ต่อเนื่อง" กัน อย่าง " จริงจัง " ทุก ๆ ชั้น
มิใช่มีเฉพาะเวลา " จะส่งนักเรียนเข้าประกวด" เท่านั้น
ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ทั้งหมดนี้ เป็นความคิดเห็นของคุณมะเดื่อ
ท่ี่เขียนจากประสบการณ์ในการเป็นครูสอนภาษาไทย
มาตั้งแต่บรรจุปีแรกนะจ๊ะ ซึ่งอาจจะขัดกับทฤษฎี หรือความเห็น
ของมิตรรักแฟนเพลงคนใด ก็คงต้องขออภัยด้วยนะจ๊ะ หรือหาก
ใครมีความคิดเห็นจะเสนอแนะอย่างไร ก็ขอให้มาแลกเปลี่ยน
เรียนรู้กันได้จ้ะ
-สวัสดีครับพี่ครู..
-หากได้เรียนกับครูภาษาไทยเจ๋งๆ แบบนี้ผมคงเป็นคนใหม่ 555
-วันหยุดไปไหนมาครับ
-ด้วยความระลึกถึงพี่ครูนะครับ
หวัดดีน้องเพชร
ว้าว...ว้าว....ว้าว !!
คุณสตางค์ รายการภัตตาคารบ้านทุ่ง....
รายการสุดโปรดของคุณมะเดื่อเลบนะเนี่ยะ !!
น้องเพชร น้องมด ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วย
ออกอากาศวันไหน ตะโกน...เบา ๆ
ให้คุณมะเดื่อรู้ด้วยนะจ๊ะ เย้ ๆๆๆ
งั้น...คุณมะเดื่อขอนุญาตเอาบันทึก
นี้ของน้องเพชรนี้ ไปแปะไว้ที่ fb
อวดชาวโกทูโน ที่หน้า fb ของคุณมะเดื่อ
ด้วยนะจ๊ะ
-สวัสดีครับพี่ครู
-ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะครับ
-ทีมงานบอกว่าน่าจะออนแอร์ประมาณกลางปีหน้าครับ..
-เอาไว้ออกวันไหนจะส่งข่าวนะคร้าบ..
การสื่อสารด้วยคำพูดน้อยลง สื่อออไลน์เข้ามาแทนที่มากขึ้น พูดกันด้วยตัวหนังสือ ...
สังคมก้มหน้า
จ้าาน้องเพชร
ช่วงนี้รายการุภัตตาคารบ้านทุุ่ง
หยุดพักรายการ เพื่อทำการบันทึกเทปเก็บสต๊อกไว้
ในการบันทึกเทปรายการแต่ละตอน คงต้องใช้เวลา
กันพอควร เพราะต้องเสาะหาข้อมูลของวัตถุดิบก่อน
แล้วก็ติดต่อนัดหมายการถ่ายทำ ใช้เวลาในการ
ถ่ายทำแต่ละครั้งก็คงไม่ต่ำกว่า ๒ วัน แล้วก็ต้องกลับไป
ตัดต่ออีก....บางทีก็อาจจะต้องถ่ายซ่อมอีก แต่ละตอน
ก็ต้องใช้เวลาพอสมควรล่ะนะ
จะรอออออออออออ ชมละกันจ้าา
หวัดดีจ้ะคุณอร
น่าเป็นห่วงสังคมไทย
ในอนาคตนะจ๊ะ ขอคุณสำหรับกำลังใจจ้ะ