​ความรักที่เจ้าได้...แม่ให้เจ้า...เท่าที่แม่มี

กือบ 2 ปีเต็มแล้ว ที่ผู้เขียนได้เห็นความเป็นไปของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ที่ทั้งชีวิตของเขานั้น ...มีแม่คนนี้คอยปลอบประโลมหัวใจอยู่... ไม่เคยห่าง

..


..

ผู้เขียนมีความรู้สึกผูกพันกับครอบครัวของพี่จารี สวโรจน์...ด้วยความรู้สึกประทับใจบางสิ่งอย่างในตัวของเด็กผู้ชายคนนี้

..

...นั่นเป็นเพราะอะไร?...

...และทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?...

..

ผู้เขียนเอง..เชื่อมาตลอดชีวิตครับว่า...โลกที่สวยงามใบนี้.. ไม่มีเรื่องบังเอิญ.. มันไม่มีเรื่องใดหรือสิ่งใดเลยในชีวิตของเรา..ที่มันเกิดขึ้นมาด้วยเหตุบังเอิญ

..

ผู้เขียนจำคำสอนของพระพุทธองค์ได้เสมอ...ครับว่า... "ม่ว่าเราจะได้พบเจอใคร.. เขาเหล่านั้นก็คือคนที่เราต้องได้พบเจอ และไม่มีใครเลย...ที่เข้ามาในชีวิตเราด้วยความบังเอิญ” …ทำไมผู้เขียนถึงเชื่อเช่นนั้น...

..

เหตุเป็นเพราะว่า...หลายสิ่งหลายอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตนั้น.. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดี หรือเรื่องเลวร้ายใดก็ตาม... ที่ทำให้ผู้เขียนพยายามค้นหาคำตอบด้วยตัวของตัวเอง.... ซึ่งมันมีทั้งเหตุผลหรือไม่มีเหตุผล....ก็ตาม

..

..

วันคืนล่วงเลยผ่านไป..ปีแล้วปีเล่า..วันแล้ววันเล่า....สิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของผู้เขียนก็เช่นกัน... มันก็ได้คำตอบจากสิ่งที่ตัวเองค้นหา...จากตัวของมันเองเสมอ…

.

บางเรื่องบางราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของผู้เขียนนั้น..บางทีมันอาจทำให้ผู้เขียนเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้ช้าไปบ้าง....แต่ถึงจะช้าไปสักหน่อย...แต่มันก็ทำให้ผู้เขียนเริ่มเข้าใจ... ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต ..

สิ่งนี้เองกระมั่ง!!!...จึงทำให้ผู้เขียนอยากเล่าประสบการณ์เสี้ยวหนึ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ทิ้งไว้ ณ ที่แห่งนี้ด้วยเช่นกัน...

..


..

ภาพแห่ง.. วันวาน...เมื่อครั้งยังเป็นเด็กในวัยเรียนนั้น.. ได้ผุดขึ้นมาในห้วงคิดคำนึง..

เพราะอะไรและทำไม?..

เมื่อครั้งยังเป็นเด็กในวัยเรียนนั้น....ทำไมผู้เขียนถึงมีคนคอยยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออุปถัมถ์ค้ำชู ... ทั้ง ๆ ที่ใครคนนั้นเค้าก็ไม่ใช่ญาติสนิทชิดเชื้อ...แต่ เค้าก็เข้ามาคอยช่วยเหลือเกื้อกูลผู้เขียนในเรื่องการศึกษาเล่าเรียนอยู่ระยะหนึ่ง.. จนกระทั่งผู้เขียน ได้ผ่านเข้าไปศึกษาเล่าเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น ..และได้ทุนเรียนในสายวิชาชีพด้านสาธารณสุข …

และนี่อาจเป็นหนึ่งเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของผู้เขียน... ซึ่ง ณ วันนี้ได้นั่งคิด..ย้อนหลังกลับไปเมื่อครั้งวันวาน...ที่ผ่านมา..

ผู้เขียนต้องขอกราบขอบพระคุณ น้าติ๋ม (คุณรัตนากร เจดีย์พราหมณ์) มา ณ โอกาสนี้ ซึ่งครั้งหนึ่งในชีวิตที่ผู้เขียนได้รับความเมตตาจากท่าน...ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนเชื่อนั้นก็คือ ...บุญกุศลที่เราเคยทำร่วมกันมา..นั่นเอง..

..

มันนานมากทีเดียว.....

..

และสิ่งต่าง ๆ นี้เอง.. ที่ทำให้ผู้เขียนอดคิดถึงคำสอนของพระพุทธองค์ไม่ได้....

ท่านเคยกล่าวไว้ว่า... “ไม่ว่าจะเกิดเรื่องราวใด ๆ ขึ้นในชีวิตเราก็ตาม.. มันเป็นเรื่องที่จะต้องเกิด...... ไม่ว่าเรื่องนั้นจะดีหรือร้าย และไม่มีเรื่องใดเลยที่มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยเหตุบังเอิญ”...

..

..

ภาพถ่ายเก่า ๆ 3 – 4 ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้านี้...ก็เช่นกัน...ที่ทำให้ผู้เขียนนั่งคิดพิจารณาดูแล้ว ถึงแม้นจะเป็นภาพถ่ายเพียงไม่กี่ภาพของเด็กน้อยคนนี้ก็ตาม..แต่ในมุมมองของภาพนั้น..มันทำให้ผู้เขียนได้เห็นความรักที่อยู่รายรอบของเด็กน้อยคนนี้...

เด็กน้อยคนนี้..เค้ามีบางสิ่งบางอย่างที่ผูกพันกับแม่ของเขา....อย่างน่าอัศจรรย์

..

...นั่งมองแล้วมองอีก...ก็อดคิดต่อไปไม่ได้ว่า.....ความรักนั้นเป็นสิ่งที่สวยงามเสมอ...

เจ้าความรักนี้เอง..ที่มันช่วยปลอบประโลมหัวใจของเด็กน้อยคนนี้...นับจากเยาว์วัยเป็นทารกน้อยแบเบาะ...เติบใหญ่ขึ้นมา จวบจนกระทั่งวันนี้ ... 30 กว่าปีแล้วซินะ!!! ที่ความรักนี้ยังคงสุกงอม หอมหวาน หล่อหลอมเขากับครอบครัวเสมอมา... โดยที่มัน..ก็ไม่เคยเลือนลางห่างหายไปจากชีวิตของเขาเลย

..

...นั่นเป็นเพราะอะไร?...

...และทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?...

(คำถามเดิมกลับเข้ามาวนเวียน...ในความคิดของผู้เขียนอีกครั้งหนึ่ง)

อรรถรสของภาพถ่าย นั้น.. มันทำให้ผู้เขียน..รับรู้ห้วงคำนึงของ “ ความรัก” “ความสุข” และ “ความปรารถนาดี” ของใครบางคนที่ส่งถึงกันได้...อย่างน่าอัศจรรย์

..

..

“น้องอ๊อก”...คือเด็กในภาพถ่ายนี้

...สีหน้าและแววตาของน้อง.. บ่งบอกได้ครับว่า...ทำไมความรักที่มีอยู่รอบตัวของน้องเค้าถึงพูดได้...

....นี่คือสิ่งที่ผู้เขียนสัมผัสได้มากกว่าการมองเห็นเพียงแค่ภาพถ่ายเก่า ๆ 3-4 ใบนี้เท่านั้น...

..

พี่จารี สาวโรจน์ แม่บุญธรรมของน้องอ๊อก...เคยพูดคุยกับผู้เขียนครับว่า... “พี่กลัวว่า..หากวันหนึ่งวันใดพี่เป็นอะไรไปก่อนน้องอ๊อกแล้ว..พี่ยังไม่รู้เลยว่า... น้องอ๊อกเค้าจะอยู่ได้มั้ย!!... และเค้าจะอยู่อย่างไร?” พี่คิดถึงวันนั้นเสมอ....

คำพูดเพียงแค่ไม่กี่ประโยคมันทำให้ผู้เขียนฟังแล้ว อดซาบซึ่งใจแทนน้องอ๊อกไม่ได้จริง ๆ มันบอกไม่ถูกอะ!!

เพราะอะไร?...

เพราะนี่คือคำพูด..ที่พูดออกมาหัวใจของคนที่เป็นแม่คนหนึ่ง......มันจะซาบซึ้งกินใจยิ่งไปกว่านั้นหากถ้อยคำนี้.. เข้าไปกระทบโสตประสาทของคนผู้เป็นลูก....

..

..และหากว่า..มีใครบางคนได้ยินคำพูดประโยคนี้ด้วยแล้วละก็!!!..ผู้เขียนเชื่อครับว่า..นี่แหละคือหัวใจของความเป็นแม่อย่างแท้จริง

..


..

ผู้เขียนมีโอกาสได้เห็นความมุ่งมั่นของสองศรีพี่น้อง(พี่จารี..อดีตนักวิชาการศึกษาฯ และพี่สุ ..อดีตนางพยาบาลดมยา) ที่มีน้องอ๊อก คอยช่วยเหลือยกโน้นยกนี่อยู่ห่าง ๆ ในวันที่เธอทั้งสองนั้นได้ทำงานสานต่อเจตนารมย์ของครูบาอาจารย์ได้ด้วยหัวใจที่ทุ่มเท

..

...คุณงามความดีที่ทำลงไปนั้น...ครูบาอาจารย์ท่านได้เคยพูดไว้ว่า...

สิ่งดี ๆ ที่เราทำลงไปนั้น ไม่ว่าสิ่งใดก็ตาม

...เราไม่ใช่ทำเพื่อตัวของใครหรอกนะ...สิ่งดีงามที่เราทำลงไปนั้น..เราทำเพื่อตัวของเราอย่างแท้จริง...

..


..

และสิ่งนี้ กระมั่ง...!!!ที่ผู้เขียนได้เห็นภาพความงดงามในชีวิตเด็กน้อยคนนี้ที่เติบโตขึ้นมา เกิดจากการหล่อหลอมความงาม ที่ทำให้ดู....อยู่ให้เห็น...ของพี่ทั้งสองนั้นเอง..!!!

การได้มองเห็นถึงความรัก ความจริงใจและความปรารถนาดีของแม่คนหนึ่ง..ที่มีต่อลูก ...อย่างหมดหัวใจนั้น....ทำให้ผู้เขียนคิดเสมอว่า...โลกที่สวยงามใบนี้..จะไม่โหดร้ายกับแม่คนหนึ่ง..ที่ทุ่มเททั้งชีวิต และหวังเพียงเพื่อให้น้องนั้น ..เป็นคนดีโดยสมบูรณ์ตามเหตุปัจจัยที่น้องพึงมี...


..

และมันก็นานพอตัวทีเดียว.. นานพอที่ผู้เขียนสามารถยืนยันได้ครับว่า....

ไม่ว่าอะไร สิ่งใด หรือเรื่องราวใด ๆ จะเกิดขึ้นกับชีวิตของน้องอ๊อกก็ตาม ...มันก็จะต้องเกิดขึ้นมาอย่างแน่นอน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง...หากแต่ละวันเหล่านั้น น้องอ๊อกจะมีความดีความงามที่น้องทำสะสมมาทั้งชีวิต เป็นอาภรณ์ห่อหุ้มกายของน้องเสมอ


..จิตที่คิดเป็นกุศลของน้อง..จะคอยเหนี่ยวรั้งสิ่งเหล่านี้ไว้ข้างกาย...คอยเป็นไออุ่นแห่งความรัก ให้น้องกล้าที่จะเดินลำพังคนเดียวได้

..

พระพุทธองค์ท่านทรงตรัสไว้ว่า... “เรื่องราวใด ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของคนเรานั้น ไม่ว่าจะเกิดเมื่อไหร่ เกิดที่ไหนที่ไหน เกิดอย่างไร และในเวลาใดก็ตาม นั่นคือ....ช่วงเวลาเวลาที่เหมาะสมที่สุดแล้ว ไม่มีสิ่งใดเรื่องใดเลยที่ไม่ควรเกิดขึ้น หากสมควรแก่เวลาแล้ว มันต้องเกิด และต่อให้เราเตรียมตัวหรือไม่ได้เตรียมตัวมาก็ตาม..เมื่อปัจจัยถึงพร้อม.... สิ่งเหล่านั้นก็จะเกิดขึ้นมาทันที”

สิ่งนี้เอง มันทำให้ผู้เขียนปล่อยวาง และวางใจเสมอว่า…เมื่อความดีงามไม่หล่นหายไปไหน มันก็จะเป็นปัจจัยช่วยส่งเสริมให้น้องอ๊อก...ได้รับอานิสงส์แห่งความดีงามนั้นทุกประการ...เชื่อสิ!!!

..


..

“จิตอาสา...คือสิ่งที่น้องทำด้วยหัวใจ”

..

..

..

..

ไม่ว่าสิ่งใดจะเกิด...ผู้เขียนเชื่อว่าน้องจะไม่เหนี่ยวรั้ง และยอมรับในกระบวนการนั้น ...


และผู้เขียนเชื่อมั้นว่า ...น้องอ๊อกพร้อมเสมอที่จะเผชิญหน้ากับมัน ....นั้นเป็นเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของน้องทั้งที่ผ่านมาแล้ว และกำลังจะผ่านมาไม่ว่าจะเป็นเวลาใดก็ตาม... จะเป็นสิ่งดี ดี... เรื่องดี ดี ที่รอน้องอยู่เสมอ

..

และผู้เขียนอยากบอกกับพี่ทั้งสองครับว่า...เมื่อมีสิ่งดีงามปรากฏให้เราได้เห็น ให้เราได้ชื่นใจแล้ว …อนาคตข้างหน้าจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่ เรื่องสำคัญแต่อย่างใดไม่ แม้นว่าเราจะกังวลก็ตาม


ขอเพียงวันนี้ เวลานี้ เรามีความดีความงามให้เราชื่นใจ มันก็เพียงพอแล้วที่ชีวิตหนึ่งได้เกิดมา มองโลกที่สวยงามใบนี้

..

บันทึกฉบับนี้..ผู้เขียน..เขียนจากสิ่งที่ได้เห็น และได้สัมผัสตัวตนของพี่มาเกือบสองปีเต็ม

มันจึงเป็นสิ่งที่ผู้เขียน ไม่ได้เขียนโดยคิดไปเองหรือปรุงแต่ง...แต่อย่างใดไม่

..

..

ขอขอบคุณ..ห้วงเวลาหนึ่งของชีวิต...ที่เราได้พบเจอกันนะครับ...พี่จารี พี่สุ และน้องชายสุดหล่อของผู้เขียน "น้องอ๊อก"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วันพักผ่อนของชีวิต



ความเห็น (4)

-สวัสดีครับท่านแสงแห่งความดี

-ผมเพิ่งได้รับความสุขจากการพบเจอกันในช่วงเวลาที่เหมาะสม..

-อ่านบันทึกของท่านแล้วทำให้ผมมั่นใจว่าบนโลกใบนี้ไม่มีความ"บังเอิญ"ที่ได้พบกัน เพราะสัมผัสได้เช่นนั้นจริงๆ ครับ

-ด้วยความระลึกถึงท่านนะครับ

-หากมีโอกาสคงได้พบเจอท่าน..เมื่อวัน...เวลา....และสถานที่อันเหมาะสม..

-ผมหวังเช่นนั้นขอรับ...

เขียนเมื่อ 

บันทึกให้ข้อคิดดีมากค่ะ

ขอบคุณนะคะคุณแส

เขียนเมื่อ 


....ความหวังหวังวาดไว้............วิไล
"ธรรมสถิต"แนบเนื้อใน............สนิทแล้
ปรากฏดั่งสุริยะไข..................ขับมืด
แสงสู่ถิ่นทั่วแท้.....................ทุกผู้รับผล

....ดลประโยชน์สรรพสิ่งรู้..........บูชา
"หน้าที่"ประจักษ์ตรึงตา............อ่าแฉล้ม
สีสันแต่งแปลงนภา.................หล้าจรัส
รังสฤษดิ์ชีวิตแย้ม...................แจ่มแจ้งธรรมไข

ขอบคุณมากนะครับ