ชีวิตที่พอเพียง ๒๗๑๓ เฉียดหิมพานต์ ๒. เดินทางไป และเที่ยวเดลี

เช้าวันศุกร์ที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๙ สาวน้อยและผมตื่นตั้งแต่ตีสี่ซึ่งเป็นเวลาตื่นตามปกติของเรายกเว้นวันที่เราตั้งใจตื่นสายผมได้จองรถแท็กซี่จากศูนย์ 1681 ให้มารับตอนตีห้า

ก่อนตีห้าเล็กน้อยรถแท็กซี่ก็ออกเดินทางจากบ้านผมแนะนำให้ใช้เส้นทาง แจ้งวัฒนะ - รามอินทรา - กาญจนาภิเษกซึ่งระยะทางสั้นกว่าไปทางด่วนตามปกติและเสียค่าผ่านทางเพียงครั้งเดียว ๓๐ บาทในขณะที่ไปทางด่วนเสียค่าผ่านทาง ๒ ช่วง รวม ๘๕ บาทหากเดินทางก่อนตีห้าครึ่งใช้เส้นทางแจ้งวัฒนะ - รามอินทรา - กาญจนาภิเษก ดีกว่าแต่หลังจากนั้นรถจะติดมาก

เราไปที่ประตู ๗พอเข้าไปก็พบว่าบริษัท ธัมมาทัวร์ ไปตั้งป้ายรอรับกระเป๋าเพื่อติดป้ายและขอพาสปอร์ตเอาไป เขียนบัตรเข้าออกประเทศ เขานัด ๕.๓๐ น. แต่เมื่อเขาโทรศัพท์มาย้ำในวันที่ ๒๒ ผมบอกว่าไปถึง ๖ โมงได้ไหม ได้คำตอบว่าได้ เอาเข้าจริงผมไปถึงเวลา ๕.๔๐ น. มีลูกทัวร์ไปถึงแล้วส่วนหนึ่ง แต่ยังไม่ถึงครึ่ง

พอ ๖ โมงเศษ เขาก็มาบอกให้เข็นกระเป๋าไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์ P18สาวน้อยกับผมเข้าคิวเป็นคู่ที่สองในกลุ่มเราผมขอที่นั่งริมทางเดินหนึ่งที่ได้คำตอบว่าเรามาเป็นคณะ เขาจัดที่นั่งไว้ก่อนแล้วอยู่ด้วยกันทั้งคณะ ให้แลกที่กันเองเราได้ที่นั่ง 26 E & F เป็นที่ริมหน้าต่างกับที่นั่งกลางซึ่งเมื่อขึ้นเครื่องพบว่าเป็นเครื่องบิน Boeing 737-800ที่นั่ง 3-3คนที่นั่ง 26D เป็นสาวน้อยอินเดียจึงซวยไปเพราะคนแก่สองคนต้องเข้าออกไปเข้าห้องน้ำ

ผ่านการตรวจกระเป๋าและร่างกายเพื่อความปลอดภัย ในเส้นทางปกติพบว่าต้องถอดเข็มขัดและรองเท้าด้วยและเครื่องตรวจตัวเป็นห้องที่ต้องหันขวางยกมือขึ้นพอไปถึงตรวจคนออกจากเมืองพบว่าเราไม่มีบัตรผ่าน บริษัทธัมมาทัวร์ไม่ได้ให้มาในพาสปอร์ต และเราก็ไม่ได้ดูต้องเอาบัตรไปกรอกผมกรอกเสร็จ อ. หมออมรศรี เอาซองเอกสารพร้อมใบผ่านออกจากเมืองมาให้ว่าเขาแจกทีหลัง ที่ผมออกมาแล้วนี่ก็เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ธัมมาทัวร์พลาดอีก

เราไปนั่งด้านบนก่อนไปถึงประตูขึ้นเครื่องหมายเลข G1 นั่งคุยบ้าง อ่านเอกสารของบริษัททัวร์บ้าง สักครู่ก็ทราบว่า มีปัญหาแม่ของคุณแอ็กซ์ (ชลลดา สิทธิฑูรย์) คือคุณวงเดือน สิทธิฑูรย์ ไม่มีวีซ่าเข้าอินเดีย ทางเครื่องบินไม่ยอมให้ขึ้นเครื่อง ปัญหาเกิดจากเจ้าหน้าที่ของธัมมาทัวร์ที่ รับไปทำวีซ่า ตัดสินใจผิดที่ไม่ทำวีซ่าเพราะคิดว่าวีซ่าเก่าที่ระบุว่าใช้เข้าเมืองอินเดียได้ ๒ ครั้ง ใช้ได้ แต่จริงๆ วีซ่านั้นใช้ไปหมดแล้วทั้งสองครั้ง เพราะไปอินเดีย แล้วไปเนปาล และกลับเข้าอินเดียอีก แปลกที่ลูกทัวร์อีก ๓ คนมีวีซ่าเช่นนี้ และทางบริษัททัวร์ไปทำวีซ่าใหม่ให้ ความผิดพลาดเป็นของบริษัททัวร์ เขาจึงต้องกลับไปทำวีซ่าในวันนี้ และพาคุณแม่ตามมา ในเครื่องบินเที่ยวหลัง

ผมได้ที บอกคนที่สนิทกันว่า จมูกของผมดมกลิ่นได้ถูกต้องที่ผมตำหนิทางบริษัทว่าทำงานไม่ “มืออาชีพ” เรื่องบัตรผ่าน immigration ที่ไม่เอาสอดในพาสปอร์ตก็เป็นจุดเล็กๆ ที่เขาคิดไม่เป็น

เครื่องบิน Jet Airlines มีผู้โดยสารเต็มลำเป็นคนอินเดียทั้งสิ้นยกเว้นคณะเรา ๒๙ คน พอเดินอยู่ในเครื่องจะไปหาที่นั่ง ก็เห็นสจ๊วตหนุ่มอินเดียหุ่นดีหน้าหล่อผิวคล้ำยืนอยู่ ผมไปบอกเขาว่า เราพูดชมเขาในภาษาไทยว่า “หล่อ” เขาฟังรู้เรื่อง และขอบคุณ

เครื่องบินนี้เป็น low cost มีอาหารเช้าง่ายๆ บริการมีกาแฟหรือชาให้ด้วยเป็นกาแฟที่ไร้รสชาติที่สุดที่ผมดื่ม ในช่วงสามปีที่ผ่านมาผมรู้สึกอย่างนี้อาจเป็นเพราะหมู่นี้ได้ดื่มแต่กาแฟชั้นดี

เราใช้เวลาบินสี่ชั่วโมงครึ่งผมได้มีเวลาทำงาน เขียน บล็อก ชุดเลี้ยงลูกยิ่งใหญ่ ตอนที่ ๑๖ อย่าให้ยาเสพติดทำลาย สมองวัยรุ่นอันสุดวิเศษ

เครื่องบินตรงเวลา คือถึงเดลีเวลา ๑๑.๓๐ น.ผมไม่ได้ไปเดลีหลายปี พบว่าสนามบินสร้างขยายใหญ่โตทันสมัยต้องเดินบนสายพานหลายตอน ไกลทีเดียวกว่าจะถึงบริเวณตรวจคนเข้าเมืองซึ่งก็กว้างขวางใหญ่โต แยกกันระหว่างคนอินเดีย กับคนต่างประเทศแต่การตรวจก็ไม่ช้าแล้วไปรับกระเป๋าที่สายพาน ๑๓ ซึ่งก็ไม่ช้าเช่นเดียวกันแต่การไปกับคณะที่คนมาก เช่นนี้ก็ใช้เวลามาก

รถที่มารับเป็นรถบัสสีเหลืองคันใหญ่ น่าจะนั่งได้ถึง ๔๐ คนเราไปพบอากาศร้อนที่เดลีอย่างจังเขาประกาศว่า อุณหภูมิ ๓๕ องศาแต่เรารู้สึกว่าเหมือน ๔๐ องศา พอขึ้นรถคุณอุ้ย (ธีธัช อารีราษฎร์) หัวหน้าทัวร์ก็เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ความรู้ดีมากแล้วพาไปกินอาหารเที่ยงที่ร้าน Asia Kitchenเป็นอาหารจีนที่ทำโดยคนอินเดียข้อดีสำหรับผมคืออาหารรสจืด เหมาะต่อคนเป็นโรคความดันโลหิตสูงข้าวเป็นข้าวบาสมาติเม็ดเล็กยาวร่วน ไม่อร่อยที่อร่อยคือหมี่ผัดและไก่ทอดที่แปลกและอร่อยคือมันฝรั่งทอดแบบ chip เอามาผัดอีกทีเขาเสิรฟซุปก่อน กินแล้วคล้ายกินน้ำข้าวสมัยผมเป็นเด็กที่ หุงข้าวรินน้ำทิ้งเป็นน้ำข้าว

จากนั้นนั่งรถ ๑ ชั่วโมง พาไปชม Swaminarayan Akshardham เป็นคล้ายๆ เทวสถานฮินดูสมัยใหม่เป็นหินอ่อนแกะสลัก เพิ่งสร้างเสร็จเปิดให้คนเข้าชมฟรีเมื่อปี ค.ศ. 2005 นี่เองบริเวณกว้างขวางมากมีคนเข้าชมมากมายแน่นขนัด ส่วนใหญ่เป็นคนอินเดียการเข้าชมต้องผ่านการตรวจความปลอดภัยเข้มงวดมากห้ามกล้องถ่ายรูป โทรศัพท์ และเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด คุณอุ้ยบอกว่าให้เอาของในกระเป๋าออกให้หมด เอาไปแต่กระเป๋าสตางค์เผื่อซื้อของซึ่งผมก็ได้ซื้อจริงๆ คือเอกสารรูปและคำอธิบายสถานที่ ซึ่งราคาถูกมากราคาเพียงเล่มละ ๕๐ รูปี ผมกลับมาที่บ้านค้น Visitor’s Guide ได้ ที่นี่

จากนั้นพากลับเข้าเมืองไปชมถนนราชพาธ หรือราชดำเนินในภาษาไทยที่ตัดตรง ฝั่งหนึ่งเป็นวังของประธานาธิบดีอีกฝั่งหนึ่งเป็นประตูอินเดียหรือสนามหลวงของอินเดียเราไปแวะถ่ายรูปกับประตูอินเดียที่มีคนพลุกพล่านทั้งมาถ่ายรูป มาพักผ่อนพาลูกมาเที่ยว และใช้บริการรถเล็กมีมอเตอร์แล่นไปช้าๆ ในบริเวณนั้นมีของขายมากมายที่สนามมีคนมานั่งพักผ่อน

แล้วพาไปขับรถวนให้ถ่ายรูปบริเวณวังประธานาธิบดีแล้วไปเดินช็อปปิ้งที่ถนนจันพาธ (Janpath)มีของขายสารพัดคนขายพูดไทยได้บางคำแต่ผมคิดว่าร้านค้าเหล่านี้ร่วงโรยไป คนมาชมไม่มากพวกเราไม่มีใครซื้อเลยในที่สุดก็ไปนั่งรอเวลานัดที่ร้านแม็คโดนัล ที่คนแน่นมาก จากนั้นก็ถึงเวลาไปร้านอาหารอินเดียแท้ ชื่อ ลาซีซ (Lazeez)ซึ่งอาหารอร่อยมากทุกจานมีไก่ทอดอีกตามเคย

สิ่งที่เราเผชิญในวันนี้มี ๓ อย่าง (๑) อากาศร้อนมาก (๒) ขอทานรุมตื๊อ (๓) คนขายสายสร้อยรุมตื๊อ เขาคงรู้จุดอ่อนของคนไทย

เราพักที่โรงแรม Country Inn & Suite ใกล้สนามบิน และใกล้ด่านเก็บเงินทางด่วนเราได้ห้อง ๕๑๐ ห้องใหญ่แบบโรงแรมอเมริกันแต่ใช้ไวไฟต้องจ่ายเงิน

เช้าวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๙

ผมออกไปวิ่งโดยแต่งตัวเหมือนวิ่งที่บ้านพบว่าอากาศร้อน น่าจะพอๆ กับเมื่อวานตอนบ่ายและอากาศมีละอองฝุ่น ทำให้อากาศไม่สดใสได้เห็นบรรยากาศความเป็นอยู่ของคนจนใกล้ๆ โรงแรมมีบริเวณพื้นที่รกร้าง มีคนจนใช้อยู่อาศัยมีหมูวิ่งหากินฝูงใหญ่ทำให้นึกถึงกว่า ๖๐ ปีก่อนแถวบ้านผมที่ตำบลท่ายาง อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร เราก็เลี้ยงหมูแบบปล่อย เหมือนกันมันหาอาหารกินเองอาหารที่หาง่ายอย่างหนึ่งคืออุจจาระคน

กลับขึ้นมาบนห้อง เขาเอาหนังสือพิมพ์ The Times of India มาให้พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งว่า UK Cuts Europe, Becomes an Islandรายละเอียดบอกว่า ผลการลงมติ Braxit 51.9 : 48.1 ซึ่งนับว่าฝ่ายต้องการแยกประเทศออกจากประชาคมยุโรป ชนะขาดลอย ข่าวบอกว่าคนที่ลงคะแนนให้ออกจากอียู คือคนสูงอายุ คนจน และคนการศึกษาน้อยส่วนคนที่โหวตให้คงอยู่ คือคนอายุน้อยฐานะดีการศึกษาดีและเป็นคนอพยพเข้าไปอยู่ในสหราชอาณาจักรคนลอนดอนร้อยละ ๗๐ ลงมติให้คงอยู่และสก็อตแลนด์ ลงมติให้คงอยู่ค่าเงินอังกฤษตกกว่า 10% และนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ประกาศลาออกในเดือนตุลาคมเพราะตนรณรงค์ ให้คนโหวตอยู่ในอียู

วิจารณ์ พานิช

๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๙

โรงแรม Country Inn & Suite, New Delhi, ห้อง 510


1 บรรยากาศริมถนนจากสนามบินเข้าเมือง


2 ผ่านบรรยากาศอย่างนี้



3 กินอาหารจีนร้านแขก


4 คนขายดอกไม้กับลูกสองคน


5 ประตูอินเดีย


6 ร้านค้าย่านถนนจันปาธ



7 ถนนซอยในย่านเดียวกัน


8 ลู่วิ่งยามเช้าข้างโรงแรม


9 เห็นฝูงหมูอยู่ไกลๆ



10 อีกลู่วิ่งหนึ่ง



11 บ้านใต้ร่มไม้



12 เตียงนอนสุโข



13 ส่วนหนึ่งของคณะที่สนามบินเดลี



14 ยืนรอจนเมื่อย เอารถเข็นมานั่งรอ สาวๆ ยืนคุย



15 ชักเมื่อยก็นั่งยอง



16 เมื่อยหนักก็นั่งกับพื้นเสียเลย




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)