สืบเนื่องจากการเรียนรู้ของนิสิตรังสีเทคนิค และการบันทึกใน Blog นี้ มีเรื่องที่นิสิตควรได้รับทราบเพิ่มเติมอีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่อง สิทธิของผู้ป่าย มีอยู่ทั้งหมด 10 ข้อ ถ้านิสิตมีหลักคิดจากการเรียนรู้ที่ผ่านมาแล้ว ก็จะเข้าใจเหตุผลโดยไม่ต้องท่องจำ
สิทธิของผู้ป่วย
แพทยสภา สภาการพยาบาล สภาเภสัชกรรม ทันตแพทยสภา และคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ ร่วมกันประกาศสิทธิผู้ป่วย ดังต่อไปนี้
- ผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิพื้นฐาน*ที่จะได้รับบริการด้านสุขภาพ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
- ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับบริการจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติเนื่องจากความแตกต่างด้านฐานะ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา สังคม ลัทธิการเมือง เพศ อายุ และลักษณะของความเจ็บป่วย
- ผู้ป่วยที่ขอรับบริการด้านสุขภาพมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลอย่างพียงพอและเข้าใจชัดเจนจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลือกตัดสินใจในการยินยอมหรือไม่ยินยอมให้ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพปฏิบัติต่อตนยกเว้นแต่เป็นการช่วยเหลือรีบด่วนหรือจำเป็น
- ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตมีสิทธิที่จะได้รับการช่วยเหลือรีบด่วนจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยทันทีตามความจำเป็นแก่กรณีโดยไม่คำนึงถึงว่าผู้ป่วยจะร้องขอความช่วยเหลือหรือไม่
- ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบชื่อ-สกุล และประเภทของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพที่เป็นผู้ให้บริการแก่ตน
- ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะขอความเห็นจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพอื่น ที่มิได้เป็นผู้ให้บริการแก่ตนและมีสิทธิในการขอเปลี่ยนผู้ให้บริการและสถานบริการได้
- ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับการปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับตนเองจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยเคร่งครัด เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ป่วยหรือการปฎิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย
- ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วน ในการตัดสินใจเข้าร่วมหรือถอนตัวจากการเป็นผู้ถูกทดลองในการวิจัยของผู้ประกอบการวิชาชีพด้านสุขภาพ
- ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเฉพาะของตนที่ปรากฏในเวชระเบียนเมื่อร้องขอ ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอื่น
- บิดา มารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม อาจใช้สิทธิแทนผู้ป่วยที่เป็นเด็กอายุยังไม่เกินสิบแปดปีบริบูรณ์ ผู้บกพร่องทางกายหรือจิตซึ่งไม่สามารถใช้สิทธิด้วยตนเองได้
* หมายเหตุ
กฎหมายรัฐธรรมนูญ 2540
มาตราที่ 52 มีบทบัญญัติในเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนไทยว่า
“บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับบริการทางสาธารณสุขที่ได้มาตรฐาน และผู้ยากไร้มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลจากสถานบริการสาธารณสุขของรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ การบริการทางสาธารณสุขของรัฐต้องเป็นไปอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ โดยจะต้องส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเอกชนมีส่วนร่วมด้วยเท่าที่จะกระทำได้ การป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตราย รัฐต้องจัดให้แก่ประชาชนโดยไม่คิดมูลค่าและทันต่อเหตุการณ์ ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ” และ
มาตราที่ 82
“รัฐต้องจัดและส่งเสริมการสาธารณสุขให้ประชาชนได้รับบริการที่ได้มาตรฐานและประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง” ซึ่งรวมเรื่องของสิทธิทางด้านการบำบัดรักษาและสุขภาพของประชาชน
เรียน อาจารย์มาลินีที่เคารพ...
ที่มา:
คุณหมอวัลลภ อุตสาห์มาแจ้งข่าวถึงที่ ขอขอบพระคุณมากนะคะ นอกจากจะได้เห็นหน้าลูกศิษย์แล้ว ยังได้เห็นลูกศิษย์ทำความดีด้วย ปลื้มใจจังค่ะ
เราเพิ่งเสียลูกศิษย์ สาขากายภาพบำบัด ไปหนึ่งคน ด้วยโรค Aplastic anemia น่าสงสารจริงๆ เขาเป็นผู้ชาย ร่างกายก็แข็งแรงดีมาตลอด เรียนจนถึงปี 4 จบเทอมต้นแล้ว กำลังจะไปฝึกงานเทอมปลาย ก็ต้องล้มป่วยอย่างกระทันหัน
พวกเราพยายามช่วยเหลือกันเต็มที่แล้ว จนได้ไปรักษาที่ กทม. (รพ.รามาฯ) เตรียมปลูกถ่ายไขกระดูก แต่เพราะร่างกายอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันต่ำ ปอดจึงติดเชื้อรา และเสียชีวิตเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เอง
เรื่องเลือดนี่ เป็นเรื่องสำคัญจริงๆ นะคะ