ประวัติสถานที่สำคัญในหมู่บ้าน

ศาลเจ้าปู่กุดเป้ง

ศาลเจ้าปู่กุดเป่งเป็นสถานที่สำคัญที่คนในอำเภอโพนทองและภายนองนับถือกันอย่างมากรวมถึงตัวดิฉันและครอบครัวโดยในวันที่ 6 - 10 ธันวาคม ของทุกปี จะมีการจัดงานงิ้วบวงสรวงศาลเจ้า

ซึ่งศาลเจ้าปู่กุดเป่งตั้งอยู่ที่ หมู่ 2 บ้านแวงใต้ซึ้งและมีประวิติดังต่อไปนี้ค่ะ

บริเวณศาลนี้จะมีลำน้ำน้อยชาวบ้านเรียกว่า“กุด” ในหน้าน้ำปลาจากแม่น้ำยังจะเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในลำน้ำน้อยหรือกุดเป็นจำนวน มาก จึงเป็นที่หาปลาของชาวบ้าน ในฤดูแล้งน้ำจากลำน้ำน้อยไหลออกไม่ได้ เพราะตรงปากลำน้ำจะมีกองทรายไหลมาปิดปากน้ำเอาไว้ตั้งแต่ฤดูน้ำหลาก ชาวบ้านที่หาปลาจึงช่วยกันขุดดินหรือทรายให้เป็นทางให้น้ำไหลออก เพื่อจับปลาได้สะดวก เมื่อระดับน้ำในแม่น้ำน้อยหรือกุดลดลง การขุดดินหรือทรายเป็นทางน้ำให้น้ำไหล ภาษาอีสานว่า“เป่ง”ดังนั้นชาวบ้านจึงเรียกลำน้ำน้อยหรือกุดนี้ว่า“กุดเป่ง”
นอกจากนี้ชูมิตร โคตรรุฉินยังกล่าวอีกว่า กลุ่มผู้นำและชาวบ้านแวงเป็นกลุ่มคนที่มีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา มากกลุ่มหนึ่งเช่นเดียวกับคนไทยทั่วไป ได้มีการสร้างวัดที่บ้านแวงคือวัดเหนือ ( วัดนิคมคณาราม ) และวัดใต้ ต่างก็มีการทำนุบำรุงวัดและทำบุญสร้างกุศลกันมาโดยตลอด แต่มีอย่างหนึ่งที่คนกลุ่มนี้มีความกังวลใจอยู่ก็คือเรื่องบาปบุญคุณโทษที่ ตัวเองเคยกระทำเอาไว้เมื่อยังหนุ่ม คือได้ออกรบทัพจับศึกและฆ่าคนมามากมาย การได้สร้างวัดทำบุญทำทานสร้างกุศลในวัดคงไม่เพียงพอที่จะไถ่บาปให้กับตนเอง ได้ จึงคิดที่จะหาที่วิปัสสนากรรมฐานและปฏิบัติธรรมชั้นสูง ดังนั้นจึงพากันหาสถานที่ที่เหมาะสมในการประกอบศาสนกิจดังกล่าว และก็มาเลือกได้ที่บริเวณป่าใกล้กับกุดเป่ง โดยเห็นว่าเป็นบริเวณป่าที่มีความสงบร่มเย็นเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นที่ ปฏิบัติธรรมและวิปัสสนา ส่วนชาวบ้านซึ่งเคยไปจับปลาที่นั่น จึงได้ย้ายไปที่อื่นเพื่อจับปลา เพราะบ้านแวงในยุคนั้นมีสถานที่อุดมสมบูรณ์และสามารถทำมาหากินโดยการจับปลา อยู่มากมาย
ผู้ที่มาปฏิบัติธรรมนั่งวิปัสสนากรรมฐานจะเป็นใครก็ได้ที่มีจิตศรัทธา ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ไม่เลือกชั้นวรรณะ แม้พระยาชัยสุนทร ท่านเป็นเจ้าเมืองกาฬสินธุ์ก็ยังเดินทางมานั่งปฏิบัติธรรมร่วมกับชาวบ้าน ณ สถานที่แห่งนี้เป็นประจำ การปฏิบัติธรรมอาจใช้เวลา ๑๕ วัน หรือ ๑ เดือน หรือเป็นปีก็ได้ ไม่มีข้อกำหนดแต่ประการใดทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกำลังศรัทธาของแต่ละคน
บุคคลสำคัญที่มานั่งปฏิบัติธรรม นอกจากเจ้าพระยาไชยสุนทร(ญาพ่อปู่)แล้วก็มีท้าวสุวรรณสาร ( ญาพ่อใหญ่ ) เจ้าเมืองแวง ท้าวสุริยะ ( ญาพ่อเฒ่าหรือพ่อเฒ่าฝ่าย) คุณยายพัน (ญาแม่เฒ่า ) และคุณย่าดา (ญาแม่ใหญ่)
ผู้ที่มานั่งวิปัสสนากรรมฐานและปฏิบัติธรรมตลอดชั่วอายุขัย คือคุณย่าพัน หลังจากที่ท่านได้เสียชีวิตลง ชาวบ้านจึงได้ร่วมกันจัดตั้งศาลขึ้นมีชื่อว่า “ศาลกุดเป่ง ” คนรุ่นหลัง ๆ บางคนเข้าใจผิดว่า “ เป่ง “ เป็นชื่อคนและศาลนี้สร้างเพื่อคนชื่อเป่งความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่
อย่างไรก็ตาม ชาวโพนทองก็มีความเชื่อว่า ศาลกุดเป่งหรือศาลเจ้าปู่กุดเป่งเป็นสถานศักดิ์สิทธิ์ โดยเชื่อว่าวิญญาณศักดิ์สิทธิ์อันเป็นอมตะ สิงสถิตอยู่ วิญญาณนี้เป็นวิญญาณของบรรพบุรุษชาวบ้านแวง ซึ่งเป็นวิญญาณนักต่อสู้ นักปกครองโดยยึดพุทธศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว ถือได้ว่าเป็นวิญญาณที่บริสุทธิ์ อันควรกราบไหว้บูชา ดังนั้นชาวโพนทองจึงจัดให้มีพิธีกรรมบวงทรวงดวงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์อันเป็น อมตะของบรรพบุรุษเป็นประจำทุกปีสืบต่อกันมาตราบเท่าทุกวันนี้ ทั้งนี้เพื่ออธิษฐานขอพรจากท่านให้ได้รับแต่ความร่มเย็นเป็นสุขมีความเจริญ ก้าวหน้ารุ่งเรืองในชีวิต

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าศาลกุดเป่งหรือศาลเจ้าปู่กุดเป่งแห่งนี้ควรแก่การ อนุรักษ์และหวงแหน เพราะเป็นสถานที่ที่สะท้อนถึงคุณงามความดีของบรรพบุรุษของบ้านแวง ( โพนทอง ) ท่านเป็นผู้ปกครองที่สูงด้วยคุณธรรมทางจิตใจ ควรแก่การบูชายกย่องอย่างยิ่ง ท่านได้ปลูกฝังความรักความสามัคคี ความโอบอ้อมอารีและเอื้ออาทรซึ่งกันและกันให้กับชาวบ้าน นำชาวบ้านให้ปฏิบัติดีปฏิบัติธรรม และอยู่ในกรอบแห่งศีลธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวโพนทองควรจะภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นชาวโพนทองควรจะได้ร่วมมือกันอนุรักษ์และพัฒนาสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ แห่งนี้เอาไว้ตราบนานเท่านาน

แหล่งที่มา https://www.facebook.com/notes

https://www.google.co.th

http://info.dla.go.th/public/travel.do?cmd=goDetail&id=213727&random=1412603806015

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วิชาพัฒนานิสิต



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

โพนทองร้อยเอ็ด ใช่ไหมครับ