การปลูกอ้อยแซมยางพารา

อ้อยสายน้ำผึ้ง

การปลูกอ้อยคั้นน้ำแซมยางพารา (เศรษฐกิจพอเพียงในสวนยางพารา)

เนื่องจากการปลูกยางพาราจะต้องใช้ระยะเวลาเติบโตยาวนาน 6-7 ปี ถึงจะได้เปิดกรีดหน้ายาง ทำให้เสียเวลา และขาดรายได้ในช่วงนั้น เกษตรกรจึงต้องหาพืชมาปลูกแซมตามร่อง เพื่อสร้างรายได้เสริมก่อนยางพาราโต และใช้พื้นที่ว่างให้เป็นประโยชน์ เพราะการปลูกยางพาราต้องใช้ระยะแถว 7*3 เมตร หรือ 4*6 เมตร ทำให้มีพื้นที่ว่างระหว่างร่องแถว โดยสามารถปลูกแซมในร่องยางพาราอ่อน อายุตั้งแต่เริ่มปลูก จนถึง 3-4 ปี เพราะเมื่อต้นยางพาราโต จะทำให้เกิดร่มเงา ส่งผลให้พืชที่ปลูกแซม ไม่ได้รับแสงแดดอย่างเต็มที่ เป็นการหารายได้จากพื้นที่ว่างให้เกิดประโยชน์ ไม่รกร้าง การปลูกยางพารานั้น เกษตรกรต้องหาพืชปลูกร่วม หรือหากิจกรรมเพื่อเสริมรายได้ในระยะสั้น หรือระยะยาว เพราะถ้าทำยางอย่างเดียวคงไม่เพียงพอในสถานการณ์ราคายางพาราตกต่ำในขณะนี้


โดยเกษตรกรนิยมปลูกพืชแซมยางพารา เช่น สับปะรด ถั่วต่างๆ กาแฟ มันสำปะหลัง พืชผักสวนครัว อ้อย ไม้ยืนต้น แตงโม กล้วย ข้าวโพด ฟักทอง แตงกวา ตะไคร้ มะละกอ ข้าว และพืชชนิดอื่นๆ มากมาย

อ้อยคั้นน้ำ เป็นพืชที่สามารถปลูกได้ตามสวน ไร่นา หรือรอบๆบ้าน ปลูกครั้งเดียว สามารถไว้ตอ 3-4 ปี โดยใช้เวลาปลูกจนอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 1 ปี และสามารถปลูกเป็นพืชแซมแถวยางพารา เพราะเหมาะกับช่วงอายุของต้นยางกำลังโต และสร้างรายได้ให้เกษตรกรในช่วงที่ต้นยางอ่อน ควรปลูกห่างจากแถวยาง 1.5 - 2 เมตร เพื่อไม่ให้ผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของยางพารา

การปลูกอ้อยในแถวยาง ควรเว้นระยะห่างจากต้นยาง 1.5 - 2 เมตร เพื่อที่จะได้ไม่แย่งอาหาร และเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อต้นยางที่กำลังเติบโต โดยระยะแถวของอ้อย 1.30 * 2 เมตร หรือแล้วแต่ความเหมาะสม ใน 1 ร่องยาง จะปลูกอ้อยได้ 2 - 3 แถว ขึ้นอยู่กับปริมาณฝน และแสงแดด ส่วนพันธุ์อ้อยที่ใช้คั้นน้ำที่นิยมปลูก ได้แก่ พันธุ์สุพรรณบุรี 50 พันธุ์สุพรรณบุรี 72 พันธุ์สิงคโปร์ พันธุ์เมอริชาร์ต อ้อยแดง อ้อยเหลือง โดยการขุดหลุมปลูก หรือ ขุดร่อง ใช้ท่อนพันธุ์ หรือตัดยอดมาปลูกก็ได้

ราคาอ้อย ในภาคใต้จะมีการปลูกอ้อยน้อยกว่าภาคอื่นๆ เพราะลักษณะภูมิประเทศไม่เหมาะสมต่อการปลูก อ้อยที่นิยมปลูกเพื่อคั้นน้ำขายนั้น จะเป็นอ้อยเหลือง หรืออ้อยแดง ซึ่งใช้สำหรับคั้นน้ำเท่านั้น ไม่ได้ปลูกพันธุ์ที่ใช้สำหรับทำน้ำตาล เพราะห่างไกลจากโรงงานน้ำตาล หลังจากที่ความนิยมในการดื่มน้ำอ้อยคั้นสด ได้รับความนิยมมากขึ้น จึงทำให้อ้อยคั้นน้ำในภาคใต้มีราคาสูงขึ้นมาก ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ราคาจาก กิโลกรัม ละ 3 บาท ขยับขึ้นเรื่อยๆเป็น 5 - 7 บาท เพราะพ่อค้า แม่ค้า รับซื้อในจำนวนมาก ทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ ยิ่งในช่วงฤดูร้อน น้ำอ้อยจะขายดีมากๆ และอ้อยก็โตไม่ทัน ทำให้ราคาสูงยิ่งขึ้น

อ้อย 1 ลำ น้ำหนักประมาณ 1-2 กิโลกรัมขึ้นไป เฉลี่ยราคาลำละ 10 บาท ถ้านำมาคั้นน้ำขายเป็นน้ำอ้อยสด ก็จะได้ราคาสูงมากขึ้น

โดยอ้อย 20 กิโลกรัม ก็จะได้น้ำอ้อยสดประมาณ 8 ลิตร ขายลิตรละ 30 บาท ถ้าขายเป็นถุงใส่น้ำแข็ง ถุงละ 10 บาท น้ำอ้อยสด 1 ลิตร ได้ 4 ถุง เท่ากับ 40 บาท

ขั้นตอนการปลูก

1. ขุดหลุมให้ลึกประมาณ 15 ซ.ม. ใส่ท่อนพันธุ์ 2 ท่อน ให้มีตาอ้อยประมาณ 6 ตาขึ้นไป หลังจากหน่ออ้อยงอกแล้ว ให้ใส่ปุ๋ย และพรวนรอบๆกออ้อย เพื่อกำจัดวัชพืช และช่วยให้ดินร่วน ทำให้อ้อยแตกกอได้ง่ายขึ้น

2. หลังจากอ้อยมีอายุ 3 เดือนก็จะเริ่มแตกหน่อ ให้ใส่ปุ๋ยหมัก

3. เมื่ออ้อยโตเริ่มตั้งปล้อง ทำการแต่งใบ คัดหน่อ เพื่อให้ได้อ้อยลำที่สมบูรณ์


4. พออ้อยอายุครบ 7 เดือน ให้แต่งใบ แล้วใส่ปุ๋ย


5. และเมื่ออ้อยอายุครบ 11 เดือน ให้ใส่ปุ๋ยสูตรเร่งความหวาน


6. พออายุตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป หรือจนลำแก่จัดแล้ว สามารถตัดขายทั้งลำ หรือนำไปคั้นน้ำขายได้เลย


ปอกเปลือก พร้อมสำหรับคั้นน้ำ



หลังจากคั้นน้ำแล้ว ก็จะเหลือชานอ้อย ก็สามารถนำมาทำปุ๋ยหมัก ไว้ใส่ต้นอ้อยได้อีก เป็นการลดค่าปุ๋ยไปในตัว

สูตรการทำปุ๋ยหมักชานอ้อย

1. ชานอ้อย 1 ตัน

2 . ขี้ไก่แกลบ 40 กระสอบ หรือมูลสัตว์ 200 กิโลกรัม

3. ซุปเปอร์ พด. 1 สำหรับปุ๋ยหมัก 1 ตัน ใช้ 1 ซอง

4. ยูเรีย หรือน้ำหมัก จากเศษผัก ผลไม้ ปลา ผสมน้ำรดให้ทั่วกองปุ๋ย


เมื่อเราตัดอ้อยมาคั้นน้ำแล้ว ส่วนของยอดอ้อย จะสามารถนำมาปลูกขยายพันธุ์ได้อีก หรือนำไปจำหน่าย ในราคา ท่อนละ 1-2 บาทเลยทีเดียว


รูปภาพเพิ่มเติม


การปลูกอ้อยแซมร่องยางพารา ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ในการหารายได้ระหว่างรอยางพาราโต เป็นอีกอาชีพเสริมในช่วงราคายางตกต่ำ และเป็นการใช้สอยพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ดีกว่าปล่อยให้รกร้าง อีกทั้งเป็นการทำให้มีกิจกรรมในการดูแลสวนยางมากขึ้น

ข้อแนะนำในการปลูกอ้อย เมื่ออ้อยโตแล้ว ควรตัดแต่งใบเป็นประจำ เพราะในช่วงฤดูแล้ง ใบอ้อยจะแห้ง และจะเป็นเชื้อไฟ อาจเกิดไฟไหม้ จึงทำให้เกิดผลกระทบเสียหายต่อต้นยางพาราที่กำลังโตได้

หลังจากต้นยางพาราโตจนบังร่มเงาแล้ว ไม่ควรปลูกอ้อยต่อไป เพราะไม่ได้รับแสงแดดอย่างเพียงพอ ทำให้เจริญเติบโตช้า ลำต้นไม่สมบูรณ์

แนะนำให้ปลูกพืชที่ทนอยู่ในสภาวะร่มเงา เช่น ขิง ข่า ขมิ้น ดาหลา หน้าวัว ผักกูด ผักกาดนกเขา ฯลฯ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อ้อยคั้นน้ำ น้ำอ้อย



ความเห็น (1)

วันเพ็ญ สิตะพงศ์
IP: xxx.68.106.68
เขียนเมื่อ 

สวัสดี คะ ข้อมูลน่าสนใจ และควรนำไปต่อยอด ได้หลายองค์ความรู้เช่น นำกากชานอ้อยไปวัสดุปลูก หรือวัสดุเพาะเห็ด สร้างรายได้เสริมอีกทางหนึ่งนะ