นักอยากเขียน





เรื่องราวของ “นักอยากเขียน” ที่ฉันจะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องราวของฉันเอง...

อ้างอิง : http://writer.dek-d.com/chuink/story/view.php?id=1...


ต้องบอกก่อนว่าฉันเป็นคนที่ชอบอ่านนิยายมาตั้งแต่เรียนมัธยม ฉันอ่านนิยายเยอะมาก เริ่มจากนิยายที่ใช้ภาษาง่ายๆหรือเรียกอีกอย่างว่าภาษาวัยรุ่นอย่างนิยายแจ่มใส ไปจนถึงนิยายที่มีเนื้อหาหนักๆ ภาษาสละสลวยละเมียดละไม เช่น นิยายของคุณ ปิยะพร ศักดิ์เกษม

พออ่านนิยายมากๆ เข้า ฉันก็เกิดความคิดอยากเป็นผู้แต่งบ้าง ฉันเริ่มแต่งนิยายตอนเรียน ม.6 ซึ่งเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ (ต้องอ่านหนังสือสอบเข้ามหาวิทยาลัย) ฉันแบ่งเวลาอ่านหนังสือและพยายามแต่งนิยายขึ้นมาสักเรื่อง แต่มันก็ยากมาก ผลสรุปคือฉันแต่งไม่จบสักเรื่อง ฉันจึงเริ่มเปลี่ยนความคิดใหม่ นิยายอาจจะยากไปสำหรับ บังเอิญกับที่ฉันได้รู้จักกับวรรณกรรมวัยรุ่นอีกชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า Fiction หรือที่นักอ่านนิยายวัยรุ่นส่วนใหญ่เรียกสั้นๆว่า ฟิค ฟิคมีลักษณะคล้ายๆนิยาย แต่ตัวละครที่นำมาแต่ง ผู้แต่งอ้างอิงจาก ดารา นักร้อง คนมีชื่อเสียง ที่มีชีวิตอยู่บนโลกแห่งความจริง ส่วนเรื่องราว ฉาก องค์ประกอบอื่นๆของเรื่องก็เป็นสิ่งที่ผู้เขียนสร้างขึ้นมาทั้งสิ้นเช่นเดียวกับนิยาย

ฉันแต่งฟิคลงกลุ่มฟิคในเฟสบุ๊ค โดยเรื่องแรกที่แต่งมีชื่อว่า “เกมแค้นมาเฟีย” เป็นเรื่องราวของการแย่งชิงอำนาจและความรักของผู้ชายสองคนซึ่งเคยเป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อน ฉันลงฟิคเรื่องนี้เป็นตอนๆ โดยมีผู้ติดตามหนึ่งพันกว่าคน ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่มากสำหรับฉัน ฉันไม่คิดว่าฟิคของฉันจะมีคนชอบมากขนาดนี้ด้วยซ้ำ นักอ่านฟิคชั่นต่างแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ เนื้อหา ภาษา ในการแต่งของฉัน ชมบ้าง ติบ้าง ซึ่งนั้นทำให้ฉันได้รับประสบการณ์ ฉันมีความสุขมากกับการแต่งฟิค แบบที่สามารถอยู่หน้าจอคอมได้ทั้งวันเพื่อพิมพ์เรื่องราวจากจินตนาการของฉันลงไปในหน้าเฟสบุ๊ค จนกระทั่งแม่เป็นห่วงว่าฉันจะละเลยการเรียน ซึ่งฉันก็แสดงให้แม่เห็นว่าฉันไม่ได้เกเรโดยสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทยได้ นั้นเป็นคณะที่ฉันไฝ่ฝันและแม่อยากให้เรียน

พอขึ้นปี 1 ฉันก็ยังแต่งฟิคอยู่เรื่อยๆ จนเรียกได้ว่ายึดเป็นงานอดิเรก ฉันไม่ได้อะไรจากมัน แต่ได้ความสุข ฉันชอบที่มีคนอ่าน มีคนวิจารณ์ผลงานของฉัน มีนักอ่านหลายคนแนะนำให้ฉันพิมพ์ขาย แต่ฉันยังไม่คิดถึงขั้นนั้น เพราะฟิคของฉันไม่ได้มีคุณภาพมากพอจะเอามาพิมพ์เป็นรูปเล่ม หากฉันมีเวลาว่างพอที่จะทุ่มเทใส่ใจกับมันเมื่อไหร่ฉันจะทำมันแน่นอน เพราะฉันมีความฝัน นอกจากอยากเป็นครูแล้วฉันอยากเป็นนักเขียน แต่ตอนนี้คงเป็นได้แค่นักอยากเขียนไปก่อนเพราะประสบการณ์ แนวคิด ของฉันยังไม่ถึงขั้นจะเป็นนักเขียนได้

มันไม่ได้แย่นักหรอกค่ะ ที่จะทำความฝันสองอย่างไปพร้อมๆกัน เพียงแต่เราต้องแบ่งเวลาให้เป็น เราก็จะได้ทำในสิ่งที่เรามีความสุขได้หลายๆอย่างยังไงละ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วิชาพัฒนานิสิต



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ยอดเยี่ยมมากครับ

เขียนหนังสือ คือการบันทึกประสบการณ์ชีวิตของเราเอง...