ครูอาสาสู่ชนบท สู่หมู่บ้านแห่งขุนเขา


"เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2559 ข้าพเจ้าและครอบครัวชมรมครูอาสาได้เดินทางไปที่บ้านพองหนีบ ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย นั้นเป็นการไปเยือนเลยเป็นครั้งที่สองของข้าพเจ้า แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งแรก เพราะครั้งแรกข้าพเจ้าเพียงแต่ไปเที่ยวเล่นเก็บเกี่ยวความสุขกับเพื่อนๆเท่านั้น แต่ครั้งนี้ข้าพเจ้าได้ไปทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากกว่าหลายร้อยเท่า"



อ้างอิง : https://www.facebook.com/msriprasom

ค่ายครูอาสาสู่ชนบท เป็นค่ายที่ชมรมครูอาสาจัดขึ้นทุกปี แต่ปีนี้เป็นปีแรกที่ข้าพเจ้ามีโอกาสได้ไป การไปค่ายจะมีการกรอกใบสมัครเพื่อคัดเลือกคนไปค่าย ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนที่สมัครไม่ใช่ทุกคนที่ได้ไป


อ้างอิง : https://www.facebook.com/msriprasom


อ้างอิง : https://www.facebook.com/msriprasom


เมื่อผ่านการรับสมัครข้าพเจ้าจึงตื่นเต้นมาก วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 การเดินทางอันยาวนานสิ้นสุดลงที่หมู่บ้านกลางหุบเขาแห่งหนึ่ง เป็นหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลมากอย่างที่ข้าพเจ้าได้รับข้อมูลมาก่อนหน้า ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่ภูเขา ภูเขา และภูเขา หลังจากรถที่มาส่งชาวค่ายกลับไป ข้าพเจ้าจึงรู้สึกใจหายอย่างอธิบายไม่ถูก ในสมองคิดวกไปวนมาแค่ว่า 6 คืน 7 วัน ที่ต้องอยู่ที่นี้ ข้าพเจ้าจะอยู่ได้จริงหรือ หมู่บ้านปิดกลางหุบเขา ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ไม่มี 7-Eleven ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใดๆทั้งสิ้น นาทีนั้นข้าพเจ้าเกิดความคิดที่ว่า “หรือเราจะคิดผิดที่สมัครมา”




ความยากลำบากที่ข้าพเจ้าได้รับหลังจากนั้นตอกย้ำความคิดของข้าพเจ้ามากยิ่งขึ้น ข้าพเจ้าต้องทำงานในค่าย ดูแลเด็ก เก็บกวาดอาคาร ล้างจานที่ชาวค่ายกิน และปฏิบัติตามกฎของค่ายทุกอย่าง และที่สำคัญคือ ต้องนอนดึก เพราะเราจะประชุมกันทุกวันเพื่อสรุปงานที่ดำเนินมาและวางแผนงานที่จะทำในวันต่อไป แต่เมื่อเข้าสู่วันที่ 2 ของการมาค่าย ความคิดของข้าพเจ้าก็เริ่มเปลี่ยนไป






การอยู่ค่ายสมาชิกต้องมีบ้านพ่อฮัก แม่ฮัก เพื่อเข้าไปอาบน้ำที่บ้านท่านในตอนเย็น เย็นวันหนึ่งข้าพเจ้าเดินเข้าไปในหมู่บ้านอย่างไม่รีบร้อนนักเพราะยังมีเวลาเหลืออยู่มาก ข้าพเจ้าเพิ่งได้สัมผัสว่าที่อากาสดีมาก วิวสวยมาก บ้านเรือนไม่ได้ใหญ่โต หรูหรา แต่ชาวบ้านที่นั่งอยู่ใต้ถุนบ้านกลับมีแต่รอยยิ้มแห่งความสุข พวกเขาเหล่านั้นมองมาที่ข้าพเจ้าแล้วเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง น้ำที่ข้าพเจ้าอาบใสสะอาดและทำให้รู้สึกสดชื่นมากกว่าน้ำที่หอของข้าพเจ้าหลายร้อยเท่า




หลังจากอาบน้ำเสร็จแม่ฮักก็ห่อข้าว(อาหารป่า) ให้ข้าพเจ้าไปทานที่ค่าย(กฎของค่ายห้ามกินข้าวบ้านแม่ฮัก ต้องกลับไปทานพร้อมกันในค่าย) ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจมากที่ท่านใจดีและเป็นกันเองด้วยขนาดนี้ แต่พอกลับไปค่ายข้าพเจ้าก็พบว่าสมาชิกทุกคนได้รับข้าวและอาหารมาเหมือนกัน ถึงจะเป็นอาหารป่าที่หาได้จากธรรมชาติแต่ก็อร่อยอย่างอธิบายไม่ถูก ทั้งแกงหน่อไม้ ต้มไก่บ้าน แกงหมูป่า และอื่นๆอีกสารพัด




อาหารที่เอร็ดอร่อยทำให้ชาวค่ายมีพลังที่จะทำงานกันต่อไป ข้าพเจ้าเริ่มสนิทกับสมาชิกคนอื่นๆในค่าย เราทำงานกันอย่างสนุกสนานมากยิ่งขึ้น ทั้งสร้างสนามเด็กเล่น ปรับปรุงภูมิทัศน์และสอนหนังสือเด็กๆ ช่วงพักก็ไปสอยมะม่วงมากินกันอย่างเอร็ดอร่อย ใ ตอนเย็นก็มีกิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์กับชุมชนโดยทีมงานสันทนาการ ซึ่งสร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ให้กับเด็กๆและชาวบ้านได้เป็นอย่างดี มาถึงตอนนี้ เด็กๆเริ่มคุ้นเคยกับชาวค่ายถึงขั้นติดแจกันเลยทีเดียว



เข้าสู้วันที่ 6 ของการมาค่าย ความรู้สึกหนึ่งเกิดขึ้นกับข้าพเจ้าคือ “ข้าพเจ้าไม่อยากกลับ” ข้าพเจ้ารู้สึกใจหายที่จะไม่ได้เห็นทิวเขาสวยๆ บ้านเรือนหลังเล็กเรียงราย มะม่วงสุกดิบสลับกันเต็มต้น และธารน้ำใสสะอาดท้ายหมู่บ้าน ข้าพเจ้าเกิดคำถามที่ว่า ข้าพเจ้ารู้สึกผูกพันกับที่นี้ อย่างรวดเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร เพราะที่นี้อุดมสมบูรณ์ ผู้คนใจดี อาหารป่าแสนอร่อย หรือชาวค่ายที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมากันแน่ สุดท้ายข้าพเจ้าจึงพบคำตอบว่า เพราะทุกๆอย่างรวมกันนั้นแหละที่ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจการมาค่ายได้ขนาดนี้

การมาค่ายทำให้ข้าพเจ้าได้พบกับความสุขที่เกิดจากการเป็นผู้ให้ มันวิเศษณ์ไม่แพ้ความสุขที่ได้จากการไปเที่ยวเล่น ดูหนัง ฟังเพลงตามห้างสรรพสินค้า มันสุขที่ใจและตราตรึงใจข้าพเจ้าเกินจะอธิบายออกมาเป็นคำพูด ถึงแม้ต้องพบกับความลำบาก พบปัญหาสารพัด แต่เราก็จับมือผ่านมันมาได้ และนั้นก็ทำให้ข้าพเจ้าได้เพื่อน พี่ น้อง ณ หมู่บ้านกลางหุบเขาแสนห่างไกล ไร้สัญญาณโทรศัพท์ สัญญาณอินเตอร์เน็ต เราอยู่ที่นั้น ยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ เผชิญปัญหาด้วยกัน ความผูกพันจะไม่เกิดขึ้นได้อย่างไร คำชม คำขอบคุณ รอยยิ้มของชาวบ้านและเด็กๆที่บ้านพองหนีบคือรางวัลที่ล้ำค่าสำหรับชมรมครูอาสา ข้าพเจ้ารู้สึกภาคภูมิใจที่เอาชนะความเห็นแก่ตัวในจิตใจตัวเองเพื่อไปทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เพื่อคนที่ต้องการความช่วยเหลือ




คิดถึงเสมอ ค่ายครูอาสาสู่ชนบทครั้งที่ 14 ณ หมู่บ้านแห่งขุนเขา...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วิชาพัฒนานิสิต



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ชอบมากครับ----

เดี๋ยวขออนุญาตนำมาลงในหนังสือด้วยนะครับ

Peddy
IP: xxx.68.6.136
เขียนเมื่อ 

ความสุขของการเป็นผู้ให้ เราจะสุขแบบไม่ลืม และการได้ปฏิบัติต่อเพื่อมนุษย์คือการให้แบบไม่ร้องขอ ความน่ารักของเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้คือความอดทนและความมีจิตอาสา