.............................................................................................................................................
วิธีการชาร์จมือถือที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันอันตรายถึงชีวิต!!!
.............................................................................................................................................
แบตเตอรี่ชนิด Li-ion และ Li-Polymer เป็นแบตที่ใช้กันอยู่ในมือถือและแท็บเลทในปัจจุบัน
มีข้อแนะนำการชาร์จมือถือจากผู้เชียวชาญในต่างประเทศ ดังนี้
๑. หลีกเลี่ยงการชาร์จไป และโทรไป เพราะแบตเตอรี่ต้องทำงานมากกว่าปกติถึง ๔๐ เท่าในขณะชาร์จ
เมื่อเทียบกับตอนไม่ได้ชาร์จ เนื่องจากขณะใช้มือถือหรือแท็บแล็ตพกพานั้น
ใช้แรงดันไฟเพียง ๕ และ ๑๐ โวลต์ตามลำดับ แต่เมื่อเสียบสายชาร์จแล้ว หม้อแปลงเล็กในตัวชาร์จ
จะรับแรงดันไฟถึง ๒๒๐ โวลต์จากเต้าเสียบ เพื่อแปลงลงเหลือ ๕ โวลย์ให้กับมือถือ
ทำให้อุณภูมิขณะชาร์จสูงกว่าเดิม ในระดับ ๔๐-๕๐ องศา และเมื่อใช้มือถือโทรศัพท์
จะเพิ่มการใช้ไฟและความร้อนให้กับมือถือโดยอัตโนมัติ หากแบตใกล้จะหมดอายุหรือเสื่อมสภาพ
จะทำให้ทนต่อแรงดันไฟและความร้อนไม่ได้เหมือนเดิม
ก่อให้เกิดการระเบิดตามเป็นที่เป็นข่าว
๒. ควรใช้ปลั๊กสามตาแบบสายยาวต่อเป็นเต้าเสียบให้มือถือ จะมีความปลอดภัยสูงกว่าการเสียบมือถือ
เข้าเต้าเสียบโดยตรง เพราะเต้าเสียบหลายตาแบบสายยาว จะมีฟิวส์และตัวตัดไฟป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร
หรือการใช้ไฟมากกว่าปกติอยู่แล้ว
๓. ไม่ควรชาร์จในขณะที่แบตต่ำกว่า ๓๐% เพราะจะทำให้แบตเสื่อมเร็ว จากผลการทดสอบจากต่างประเทศได้ระบุว่า
หากชาร์จแบตเตอรี่ที่ระดับ ระดับแบตเตอรี่อยู่ที่ ๖๕-๗๐% จะดีที่สุด แต่การใช้ชาร์จจริงที่ระดับ ๓๕-๖๐%
ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่พอรับได้
๔.ไม่ควรชาร์จไฟในขณะที่แบตหมดเกลี้ยง ในระดับเปิดเครื่องเปิดไม่ติด (แบตเหลือ 0%) โดยเด็ดขาด
เพราะทำให้แบตพังไวมาก เนื่องจากแบตจะต้องรับภาระการการเรียกคืนประจุหรือรอบการชาร์จ
มากกว่าการชาร์จขณะแบ็ตยังไม่หมด ซึ่งนอกจากจะใช้ไฟชาร์จมากกว่าเดิมถึง ๓ เท่า
ยังทำให้แบตร้อนกว่าเดิมถึง ๒ เท่า เมื่อเทียบกับการชาร์จในตอนที่แบตไม่หมด
๕.ไม่ต้องกังวลว่าการชาร์จมือถือทิ้งไว้ ในขณะที่แบตเต็ม จะมีปัญหากับแบตหรือไม่
เพราะมือถือและแท็บเลทในปัจจุบันนั้น มีระบบตัดไฟ เมื่อชาร์จแบตจนเต็ม ๑๐๐%
๖. หลีกเลี่ยงการทำมือถือตกพื้น เพราะจะทำให้แบตเตอรี่เสียหาย อาจจะทำให้สารเคมีในแบตรั่วไหล
หรือขั้วแบตอาจจะหลุดออกมาก็เป็นได้ ซึ่งจะส่งผลให้จ่ายไฟไม่นิ่ง
และการใช้งานกับตัวเครื่องมือถือหรือแท็บเลทมีปัญหาได้
๗. เวลาชาร์จควรเสียบที่ชาร์จกับปลั๊กไฟก่อน แล้วค่อยเอาหัวชาร์จมาเสียบกับมือถือ-แท๊บเลทอีกที
เพื่อป้องกันไฟกระชาก
๘. สังเกตุเครื่องหมายรับรองคุณภาพ CE บนแบตแท้ว่ามีหรือไม่ ซึ่ง CE หมายถึง Conformite European
เป็นเครื่องหมายที่แสดงการรับรองจากผู้ผลิตว่าสินค้านั้น มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดด้านสุขภาพ ความปลอดภัย
ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องของสหภาพยุโรป การมีเครื่องหมาย CE กำกับบนสินค้าจะทำให้สินค้านั้นสามารถวางจำหน่าย
และสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างเสรีในเขตเศรษฐกิจยุโรป
เครดิต : Boy Saraphi fb
.............................................................................................................................................
แบตเตอรี่มือถือกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวของคนยุคใหม่ไปแล้ว
ลองนำไปประยุกต์ใช้ดูนะครับ
บุญรักษา ทุกท่าน
.............................................................................................................................................
ขอบคุณ ครับ
โดยเฉพาะ "ไม่ควรชาร์จในขณะที่แบตต่ำกว่า ๓๐% เพราะจะทำให้แบตเสื่อมเร็ว จากผลการทดสอบจากต่างประเทศได้ระบุว่า หากชาร์จแบตเตอรี่ที่ระดับ ระดับแบตเตอรี่อยู่ที่ ๖๕-๗๐% จะดีที่สุด แต่การใช้ชาร์จจริงที่ระดับ ๓๕-๖๐% ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่พอรับได้"
ดีมาก ๆ ขอบคุณค่ะ
ไปเสียบปลั๊กต่อกับสามตาสายยาว ก่อนเสียบหัวชาร์จเข้ากับมือถือ ที่ระดับแบต 65 - 70 % ไม่โทร.ตอนชาร์จ
ขอบคุณมากครับ คุณมะเดื่อ ;)...
ประเด็นนี้ ผมก็เข้าใจผิดมานานเช่นกันครับ คุณ แผ่นดิน ;)...
ขอบคุณมากครับ คุณหมอ ธิ ;)...