ชาวบ้าน “หนองกระทุ่ม” ลุยจัดการขยะ เปลี่ยนตำบลเน่าเหม็นเป็นชุมชนน่าอยู่

พัลลภ กาฬภักดี แกนนำชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการ กล่าวว่า แต่ก่อนหลายคนชอบทิ้งขยะลงบนถนน หมาก็คุ้ยเขี่ยขยะเกลื่อนกลาดไปหมด โดยเฉพาะตรงหัวโค้งวัดทางเข้าหมู่บ้านที่เป็นเหมือนจุดทิ้งขยะไปแล้ว พอมีโครงการนี้แล้วพฤติกรรมการทิ้งขยะของชาวบางกระทุ่มดีขึ้น สองข้างทางก็สะอาดขึ้น ขยะอันไหนที่ขายได้ก็เก็บไว้ขาย เหลือทิ้งแค่อันที่ขายไม่ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะทิ้งเรี่ยราดเหมือนแต่ก่อน ต้องใส่ถุงลงถังขยะ


การเจริญเติบโตของชุมชนและการเพิ่มจำนวนประชากรขึ้นอย่างรวดเร็ว ยิ่งมีโรงงานอุตสาหกรรมตั้งอยู่ในพื้นที่ ทำให้ปัญหาที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชุมชน อย่างปัญหาขยะ มักจะเกิดขึ้นกับทุกๆ พื้นที่ อย่างเช่นที่ตำบลหนองกระทุ่ม อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี

หนองกระทุ่มอยู่ห่างจากตัวเมืองสุพรรณบุรี ประมาณ 76 กิโลเมตร มีประชากร 4,899 คน จำนวน 1,506 ครัวเรือน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและรับจ้าง เป็นหลัก ใกล้ๆ ชุมชนมีโรงงานน้ำตาลตั้งอยู่ ทำให้ช่วงฤดูตัดอ้อยจะมีประชากรแฝงเข้ามาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ประกอบกับการขาดความรู้ความเข้าใจและวิธีกำจัดขยะที่ถูกต้อง ส่งผลให้ปริมาณขยะเพิ่มมากขึ้นและเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่อาจจะส่งผลกระทบๆ หลายด้านตามมา

โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 1 และ หมู่ 4 ซึ่งมีประชากร 870 คน มีปริมาณขยะในครัวเรือนยังไม่รวมกลุ่มร้านค้าโดยเฉลี่ย 1 กิโลกรัมต่อวัน แยกเป็นขยะแห้ง 40% และขยะเปียก 60% รวมปริมาณขยะในชุมชนวันละ 820 กิโลกรัม หรือเดือนละ 24.60 ตันโดยเฉลี่ย


“ขยะ” จึงเป็นปัญหาที่ชาวตำบลหนองกระทุ่มได้ให้ความสำคัญและทุกคนต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาอย่างจริงจัง จึงได้จัดทำ โครงการลดปริมาณขยะชุมชนหนองกระทุ่ม โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม (สำนัก6) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อให้ประชาชนมีความรู้และตระหนัก เกิดปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจัดการขยะที่ถูกต้อง ตลอดจนลดปริมาณขยะในชุมชน ซึ่งจะนำไปสู่ชุมชนที่มีสภาพแวดล้อมน่าอยู่อาศัย

“เมื่อก่อนถ้าขับรถมาตามเส้นทางนี้ ก่อนเข้าหมู่บ้านจะเห็นขยะเต็มสองข้างทาง มีกลิ่นเหม็นโชยมา ตอนนั้นรู้เลยว่ากำลังเข้าเขตตำบลหนองกระทุ่มแล้ว” พนมกร กาฬภักดี ผู้รับผิดชอบโครงการ บอกถึงข้อสังเกตของผู้มาเยี่ยมเยือนที่ไม่น่าประทับใจเท่าไหร่นัก

ด้วยเหตุชาวตำบลหนองกระทุ่มมีอาชีพหลัก คือรับจ้างและทำไร่ทำนา ทำให้ไม่ค่อยสนใจปัญหาของการทิ้งขยะและคัดแยกขยะ และอ้างว่าต้องออกไปรับจ้างหรือเข้าไร่นาตั้งแต่เช้ากลับเข้าบ้านอีกทีก็ตอนเย็นๆ ค่ำๆ จึงมุ่งมั่นทำแต่งาน ขณะเดียวกันคนที่สัญจรบนถนนก็มักจะทิ้งขยะตลอดสองข้างทาง และยังมีประชากรแฝงที่เข้ามารับจ้างในข่วงฤดูผลผลิตอ้อยในช่วงเดือนธันวาคม-เมษายนของทุกปี โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวที่ไม่ใส่ใจทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทางสักเท่าไหร่ ประกอบกับในเขตตำบลหนองกระทุ่มเพียงตำบลเดียวมีตลาดนัดมากถึง 6 วันต่อสัปดาห์ ทำให้ปริมาณขยะทั้งสดและแห้ง ล้นชุมชน

“เราจึงจัดทำ โครงการลดปริมาณขยะชุมชนหนองกระทุ่ม ขึ้น เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยเริ่มตั้งคณะกรรมการทำงานขึ้น 15 คน และหาแกนนำของแต่ละหมู่จำนวน 30 คน ได้ทั้งหมดประมาณ 100 คน แล้วให้ทั้ง 100 คนนี้ลงพื้นที่หาชาวบ้านมาสมัครเข้าร่วมโครงการ โดยเราจะลงพื้นที่แจกโบรชัวร์ พูดคุยทำความเข้าใจกับชาวบ้านก่อนว่า เราจะทำโครงการลดขยะ ดังนั้นจึงมาขอความร่วมมือกับชาวบ้านในการลดขยะและส่งเสริมให้มีการคัดแยกขยะในครัวเรือน เพราะจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรถขนขยะของเทศบาลก็จัดเก็บได้ไม่เพียงพอและไม่ทันกับปริมาณขยะที่เพิ่มมากขึ้นทุกๆ วัน” พนมกร เล่า


ขณะเดียวกันทางเททศบาลยังได้จัดทำถังคัดแยกขยะ 3 สีวางไว้ตามจุดสำคัญๆ ไว้เป็นตัวอย่าง ได้แก่ ถังขยะสีแดงสำหรับขยะอันตราย ถังขยะสีเขียวสำหรับขยะเปียก และถังขยะสีน้ำเงินสำหรับขยะรีไซเคิล เพื่อให้ชาวบ้านได้รู้จักการคัดแยกขยะ ซึ่งจะช่วยลดปริมาณขยะ และสามารถนำไปขายมีรายได้เข้าครัวเรือน ขณะเดียวกันยังช่วยให้เจ้าหน้าที่จัดเก็บขยะได้ง่ายขึ้นและสะดวกในการทำลายต่อไป จุดประสงค์ของโครงการ เพียงแค่ ขอให้ทุกคนรู้จักคัดแยกขยะก่อนทิ้งลงถังขยะเท่านั้น ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้ พนมกร เชื่อว่า สามารถลดปริมาณขยะได้แล้ว

จากการจัดเก็บข้อมูลโครงการลดปริมาณขยะชุมชนหนองกระทุ่มพบว่า ก่อนเริ่มโครงการจะมีปริมาณขยะ 12,333 กิโลกรัมต่อวัน และหลังเริ่มโครงการในสัปดาห์แรกมีปริมาณขยะลดลงเหลือเพียง 8,832 กิโลกรัม ซึ่งตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการพบว่า มีครัวเรือนเข้าร่วมโครงการ 626 หลัง หรือร้อย ละ 72 และปริมาณขยะลดลง 71.61% หรือ 501 กิโลกรัมต่อวัน


ส่วน ละมูล เลิศหงิม คณะกรรมการโครงการ กล่าวว่า ภายหลังเริ่มโครงการพบว่า ชาวบ้านเริ่มมีความรู้ มีวินัยการทิ้งขยะมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะคณะทำงานได้ทำป้ายห้ามทิ้งขยะหลายๆ จุดในเขตชุมชน พร้อมทั้งป้ายโครงการ และแทบจะทุกครัวเรือนมีการคัดแยกขยะ ที่ขายได้ก็เก็บรวบรวมไว้ ที่ขายไม่ได้ก็ใส่ถุงมิดชิดไว้ที่ถังขยะรอรถขยะเทศบาลมาจัดเก็บ และบางคนทำปุ๋ยหมักไว้ใช้อีกด้วย ส่งผลให้รอบรั้วบ้านและภายในบ้านสะอาดขึ้น ขณะเดียวกันจากเมื่อก่อนที่หลายครัวเรือนจะเผาขยะส่งผลมีกลิ่นเหม็นและควันคละคลุ้ง เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว รถรับซื้อขยะก็น้อยลง เพราะปริมาณขยะลดลงไปมาก

ทั้งนี้ในอนาคตคณะทำงาน โครงการลดปริมาณขยะชุมชนหนองกระทุ่ม จะสานต่อโครงการด้วยการทำ ธนาคารขยะ เพื่อส่งเสริมให้ชาวบ้านมีช่องทางในนำขยะที่คัดแยกไว้มาขายในราคาที่เป็นธรรมและยังได้ข้าวของเครื่องใช้ติดไม้ติดมือกลับไปด้วย และพยายามส่งเสริมให้แต่ละครัวเรือนทำปุ๋ยอินทรีย์จากเศษอาหารที่เหลือในครัวเรือนไว้ใช้ด้วย


ขณะที่ พัลลภ กาฬภักดี แกนนำชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการ กล่าวว่า แต่ก่อนหลายคนชอบทิ้งขยะลงบนถนน หมาก็คุ้ยเขี่ยขยะเกลื่อนกลาดไปหมด โดยเฉพาะตรงหัวโค้งวัดทางเข้าหมู่บ้านที่เป็นเหมือนจุดทิ้งขยะไปแล้ว พอมีโครงการนี้แล้วพฤติกรรมการทิ้งขยะของชาวบางกระทุ่มดีขึ้น สองข้างทางก็สะอาดขึ้น ขยะอันไหนที่ขายได้ก็เก็บไว้ขาย เหลือทิ้งแค่อันที่ขายไม่ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะทิ้งเรี่ยราดเหมือนแต่ก่อน ต้องใส่ถุงลงถังขยะ

โครงการลดปริมาณขยะชุมชนหนองกระทุ่ม ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว วันนี้ตำบลหนองกระทุ่ม สามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์ที่ทุกคนมองจากชุมชนสกปรกเต็มไปด้วยขยะ มาเป็นชุมชนที่สะอาดสะอ้าน และ “น่าอยู่น่ามอง”


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สร้างสรรค์โอกาส สสส.



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ถ้าไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ย่อยสลายยากและเคมีภัณฑ์..ขยะย่อยสลายยากและมวลพิษ..จะไม่มี..

ท่านว่า..(จริง)..ไหม?..ใน.แอฟริกา..มีการเริ่มประกาศ..ให้ประชาชน..งดใช้..พลาสติค..เป็นต้น..