ตำนานวัดถ้ำศรีธนอำเภอปากคาด

ฉันเป็นคนอำเภอปากคาด หมู่บ้านของฉันมีวัดเก่าแก่ประจำจังหวัดบึงกาฬ เป็นสถานที่ที่คนหลายหมู่บ้านได้ไปทำบุญ ซึงมีประวัติเป็นมาคือ

มีเรื่องเล่าสืบกันต่อมาว่า ท้าวศรีธน เป็นโอรสของพระเจ้าอาทิตยวงศ์แห่งเมือง ปัญจานคร ต่อมาเรียกว่าเมืองเปงจานนคร (ปัจจุบันบ้านเปงจาน อยู่ห่างจากถ้ำศรีธนประมาณ 10 กิโลเมตร)

ท้าวศรีธนได้ติดตามหานางมโนราห์ซึ่งเป็นมเหสีผ่านมาถึงถ้ำฤาษีกัสสปะ พระองค์รำพึงว่า “เรามีความชำนาญ แต่ด้านยิงธนูควรที่จะเรียนวิชาอาคมอื่นเพิ่มเติมเผื่อได้ใช้ในคราวจำเป็น” ท้าวศรีธนจึงได้หยุดเรียน ณ สถานที่ แห่งนี้กับพระฤาษีกัสสปะ

หลังจากเรียนอาคมจบ พระองค์ก็อยากทดลองอาคมดู จึงเดินล้อมไปหลังถ้ำ เลือกก้อนหินก้อนหนึ่งเป็นเครื่องมือทดลอง จากนั้นพระองค์ ได้ใช้มนต์อาคมที่เรียนมาเสกเป่าใส่ดาบ เมื่อท่องมนต์จบก็เงื้อดาบฟันลงบนก้อนหินถึงสามครั้ง ทำให้เกิดเสียงดังสะนั่นหวั่นไหวไปทั่วอาณาบริเวณ ถึงสามครั้ง ผลปรากฏว่า หินก้อนนั้นขาดออกเป็นสามท่อนเป็นน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก

จากนั้นพระองค์ก็ลาพระฤาษี กัสสปะ ตามหานางมโนราห์มเหสีผู้มีค่าเท่าชีวิต ไปจนพบที่เมืองภูเงินแห่งเขาไกรราช แล้วต่อมาพระองค์ กับมเหสีมโนราห์ก็กลับมาปกครองเมืองเปงจานต่อจากพระราชบิดา ด้วยความผาสุข จนสิ้นสมัยของพระองค์

โดยนิทานพื้นเรื่องนี้สถานที่เกิดคือตำบลปากคาด อำเภอปากคาด และตำบลโพนแพง กิ่งอำเภอรัตนวาปี จังหวัด บึงกาฬ เป็นเรื่องที่อ่านแล้วสนุกสนานมาก เบ่งบอกถึงพลังแห่งความรัก ถึงแม้นจะมีอุปสรรคมาขวางกั้น สักเท่าใดก็ตาม ก็ไม่สามารถมากั้นรักอันทรงมีพลังเหนือชีวิตไปได้สมกับคำนิยามของเรื่องนี้ที่ว่า “รักที่เพียรพยายาม”

ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านจึงเรียกบริเวณถ้ำดังกล่าวว่า “ถ้ำศรีธน” เพราะมีร่องรอย ต่างๆ ตามตำนานท้าวศรีธนปรากฏอยู่เช่น ตัวของถ้ำ สถานที่ศรีธนลองดาบ และยังอยู่ใกล้บ้านเปงจาน หรือเมืองเปงจานนครราชในอดีต ซึ่งมีหลักเสมาเก่าแก่สูงประมาณ 1.90 เมตร มีตัวอักษร เป็นสิ่งเบ่งบอกว่าสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณมาก่อน

อ้างอิงข้อมูล: สำนักงานเทศบาลตำบลปากคาด อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ

อ้างอิงรูปภาพ:www.sadoodta.com




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ตำนานวัดถ้ำศรีธนอำเภอปากคาด



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

เคยไปเยือน ถ้ำศรีธน ด้วยตนเองบ้างไหมครับ