กรรมลิขิตมิใช่พรหมลิขิต
จะเป็นเพราะเพลงสองเพลงมีเนื้อร้อง...
พรหมลิขิตขีดเส้นเกณฑ์ชะตา...
และ
พรหมลิขิตบันดาลชักพา ดลให้มาพบกันทันใด...
ผมไม่ทราบความคิดคนอื่น แต่ผมมีความรู้สึกและเข้าใจว่า
เพลงนี้เสนอแนวคิดว่า
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตเราเนื่องมาจากพระพรหม
ผมไม่เชื่อ ขออ้างหลักธรรมแห่งความเชื่อ ชื่อ “กาลามสูตร”
ที่แนะให้ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นจริงถึงสรรพสิ่ง
อย่าเชื่ออย่างงมงาย ซึ่งมีทั้งหมดสิบประการ
ผมหยิบเพียงประการเดียวมาพิจารณา
“อย่าเพิ่งเชื่อตามถ้อยคำที่ฟังๆ กันมา”
แล้วค้นสืบหาความจริง จึงได้ความรู้จากพระไตรปิฏก
กระจ่างใจ สิ้นสงสัย
พระพุทธเจ้าทรงค้นพบนานแล้ว
การที่เรามาเกิดเป็นคน หรือเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานได้
เพราะมีเหตุจาก กิเลส ตัณหา อุปาทาน มานะ ทิฏฐิ ชักนำ
ช่วยขีดเส้นเกณฑ์ชะตาชีวิตของเรา
พูดให้เข้าใจกันง่าย ๆ ก็คือ ความอยากมาเกิดอีกนั่นเอง
หรือถ้าพูดตามหลักกฎแห่งกรรม
“กรรมนั่นเองทำให้ต้องมาเกิดอีก”
พอได้เกิดสมใจแล้ว ชีวิตก็ต้องพบกับความแก่, เจ็บ, ตาย
ได้ทุกข์ได้สุขสลับกันไปตลอดชีวิต ไม่ว่าเกิดเป็นคนหรือสัตว์
แต่ถ้าคนนั้นเกิดมาแล้วทำแต่กรรมดี
สามารถตัดกิเลส ตัณหา อุปาทาน มานะ ทิฏฐิ ออกได้หมด
ด้วยแรงปรารถนาให้จิตวิญญาณมีความบริสุทธิ์
เช่นนี้แล้วจิตวิญญาณนั้นก็จะอยู่ในลักษณะสภาพของ นิพพาน
คือหลุดพ้นจากสังสารวัฏ ไม่มีอะไรเหลือเป็นเชื้อชักนำ
ให้มาเกิดเพื่อรับทุกข์อีกต่อไป
ฉะนั้น เมื่อใดที่จิตวิญญาณของผู้ใดมีสภาพเป็น นิพพาน
จะพบแต่ความสุขอย่างแท้จริง
ชนะ เวชกุล