ขับเคลื่อน PLC เทศบาลเมืองมหาสารคาม _๔๕ : ผลการประเมินโครงงานเรื่อง "กลิ่นอะไรเอ่ย" โรงเรียนเทศบาลโพธิ์ศรี

อ.ต๋อย
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

โครงงานบ้านวิทย์น้อยจากโรงเรียนโพธิ์ศรี เป็นโครงงานเชิงสำรวจของนักเรียนระดับอนุบาล ๓ คุณครูภาวนา ดวงเพียราช นำเอาหนึ่งในบทเรียนและวัตถุประสงค์การเรียนรู้ตามหลักสูตร มาบูรณาการกับการฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์กับวัฏจักรนักวิทย์น้อย เชิญดาวน์โหลดเล่มโครงงานได้ที่นี่

โครงงานอะไร ใคร ที่ไหน อย่างไร เด็ก ๆ ได้อะไร

ครูภาวนา นำเอาหน่วยการเรียนเรื่อง "หนูน้อยนักสัมผัส" มาจัดกระบวนการตามวัฏนจักรนักวิทย์น้อย โดยเครื่องมือการเรียนรู้ที่นำมาใช้คือการ ให้คำถามกับหเด็ก ๆ ว่า "กลิ่นอะไรเอ่ย?" กับสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบ ๆ ตัวเด็ก เด็กใช้จมูกดมกลิ่นสิ่งต่าง ๆ ที่ครูเตรียมไว้ และค่อย ๆ ให้ค้นหาคำตอบเกี่ยวกับกลิ่นของสิ่งต่าง ๆ เอง (ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด) โดยค่อยๆ ขยายขอบเขตในการสำรวจออกไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ กลิ่นตัวเอง กลิ่นเพื่อน กลิ่นสิ่งต่าง ๆ ในห้องเรียน ในโรงเรียน ที่บ้าน ฯลฯ แต่ละขอบเขตกระบวนการจะเสร็จสิ้นเป็นรอบ ๆ ไป

กระบวนการของครูภาวนา เริ่มจากการ ใช้คำถาม "สร้างการเรียนรู้" ให้เด็กค้นหาคำตอบโดยการตั้งคำถามกับครูหรือผู้ปกครอง และจดบันทึกด้วยการวาดรูปสิ่งของลงในช่องว่างต่างกลิ่น (กระดาษแข็งแบ่งวงกลมเป็น ๓ ส่วนด้วยสี) โดยใช้สัญลักษณ์ รูปดาวสำหรับกลิ่นหอม รูปสามเหลี่ยมสำหรับกลิ่นเหม็น และรูปวงกลมสำหรับสิ่งที่ไม่มีกลิ่น ก่อนจะพาสรุปองค์ความรู้ด้วยการนำเสนอและระดมข้อมูลกัน และครูสรุปเป็นแผนผังความคิดไว้เป็นหลักฐานของกระบวนการเรียนรู้

กิจกรรมการเรียนรู้ของโรงเรียนโพธิ์ศรีนี้ ถือได้ว่าเป็นโครงงานสำรวจ ที่มีตัวแปรต้น (ตัวแปรอิสระ) เป็นขอบเขตของสถานที่ที่ให้เด็ก ๆ สำรวจ ได้แก่ ห้องเรียน ในบริเวณโรงเรียน และที่บ้าน ตัวแปลตามเป็นชนิดของสิ่งต่างๆ ที่เด็กสำรวจพบ และตัวแปรควบคุมก็เป็น สถานที่ขอบเขตและกรอบของการศึกษา "เครื่องมือวิจัย" ในการสังเกต (เรียกอย่างเท่) คือ แบบบันทึกขนาดใหญ่ที่ให้เด็ก ๆ มีส่วนร่วม

ผลการประเมินตามเกณฑ์วัฏจักรนักวิทย์น้อย (ดาวน์โหลดเกณฑ์ได้ที่นี่)

ผมจะเขียนผลการประเมินเป็นข้อ ๆ เพื่อให้เห็นเหตุและผลของการให้คะแนนในแต่ละข้อของเกณฑ์ประเมิน ตามความเห็นเมื่อพิจารณาจากหลักฐาน ทั้งที่ได้อ่านจากเล่มและทั้งจากที่ได้ฟังการนำเสนอเมื่อครั้งไปลงพื้นที่โรงเรียน

๑) เป็นโครงงานหรือไม่

วิธีให้คะแนนข้อนี้ เกณฑ์กำหนดให้ดูว่ามีวัฏจักรวิจัย ๖ ขั้นตอนและต่อเนื่องเพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่ให้หยุดตรวจ ถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์ ถ้าใช่... ให้ ๑ คะแนน และหากครบกระบวนต่อเนื่องมากกว่า ๒ วงรอบ ให้ ๓ คะแนน

โครงงานนี้ผมให้คะแนน ๓ คะแนน ผ่านเกณฑ์การประเมิน

ถือเป็นโครงงานสำรวจ มีการฝึกทักษะตามวัฏจักรนักวิทย์น้อยครบถ้วนทั้ง ๖ ขั้นตอนต่อเนื่องกัน ๓ วงรอบ ดังนี้

  • ชี้ชวนให้สงสัย (ตั้งคำถาม) : ครูตั้งคำถามชวนให้เด็ก ๆ หาคำตอบ และตั้งคำถามขยายขอบเขตความรู้ด้วยตนเองต่อไป
  • พาให้คาดเดาคำตอบ (รวบรวมความรู้และตั้งสมมติฐาน) : ครูให้เด็ก คาดเดาก่อนว่า อะไรมีกลิ่นไม่มีกลิ่น อะไรหอม อะไรเหม็น ฯลฯ ก่อนจะทดลอง
  • พิสูจน์ตรวจสอบคำตอบนั้น (สำรวจตรวจสอบ พิสูจน์สมมติฐาน) : ตรวจสอบพิสูจน์ด้วยการดมด้วยตนเอง
  • แบ่งปัน อธิบาย (อธิบายอภิปรายผลการทดลอง) : บันทึกข้อมูลกันเป็นกลุ่ม ให้อธิบายให้เพื่อนและครูฟัง
  • ระบาย บันทึก (จดบันทึกผลการทดลอง) : กระดาษช่องว่างต่างกลิ่น ที่ให้เด็ก ๆได้ บันทึกผลการสำรวจ
  • สรุปผลและนำเสนอ (สรุปการทดลองและนำเสนอ) : กระดาษสรุปและแผนผังความคิด

๒) ที่มาของคำถามในการทำโครงงาน

<p “=”“>เกณฑ์กำหนดว่า ถ้าเกิดจากครู ๑ คะแนน ถ้าเป็นเด็กและครูช่วยกันตั้งคำถาม ได้ ๒ คะแนน และถ้าเป็นเด็กตั้งคำถามเอง จะได้ ๓ คะแนน </p>

ผมให้ ๑ คะแนนครับ ครูเป็นคนคิดและนำเอากิจกรรมการเรียนการสอนมาจัดกระบวนการเรียนรู้ด้วยโครงงานสำรวจ ถือเป็นโครงใหญ่ (เด็กทั้งห้อง) ที่ครูต้องการปลูกฝังทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้เด็ก ๆ

๓) การะบวนการในการสำรวจตรวจสอบ

เกณฑ์ข้อนี้มี ๒ ข้อย่อย ๑)

ดูที่ได้มีส่วนร่วมในการออกแบบกระบวนการสำรวจตรวจสอบ ถ้าครูคิดให้ ๑ คะแนนเด็กและครูร่วมกันให้ ๒ คะแนน และถ้าเป็นเด็กคิดให้ ๓ คะแนน ข้อนี้ผมให้ ๑ คะแนน เช่นกันครับ ครูเป็นคนพาคิด พาทำ .... ซึ่งผมคิดว่าจำเป็นสำหรับเด็กอนุบาลและการเริ่มต้นฝึกในปีแรก

เกณฑ์ข้อย่อย ๒) เด็กทำเองหรือไม่ ถ้าใช่!! ให้ ๓ คะแนน ถ้าเด็กมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมได้ ๒ คะแนน และถ้าครูพานำทำตลอด จะได้ ๑ คะแนน ข้อนี้ผมให้ ๒ คะแนนครับ

๔) การรายงานผลและการบันทึกการสำราวจตรวจสอบ

เกณฑ์บอกว่า มีการบันทึกหรือไม่? ถ้ามี ให้ดูต่อว่าสอดคล้องกับสมมติฐานหรือไม่ ถ้าใช่ ให้ ๒ คะแนน ถ้าไมสอดคล้องให้ ๑ คะแนน ถ้าไม่มีการบันทึกให้

ไม่ให้คะแนน ข้อนี้ ๒ คะแนนแน่นอนครับ ดังที่อธิบายไปแล้ว

๕) การสรุปและอภิปรายผลการตรวจสอบ

ข้อย่อย ๕.๑) เกณฑ์กำหนดว่า ถ้าสิ่งที่สรุปสอดคล้องกับคำถามและผลการสำรวจให้ ๑ คะแนน ถ้าไม่ให้ ๐ คะแนน ส่วนข้อย่อย ๕.๒) ถามว่าใครเป็น สรุป

ถ้าเป็นครูให้ ๐ คะแนน เด็กต้องมีส่วนร่วมในการสรุป ถึงจะได้ ๑ คะแนน

ข้อ ๕.๑) ให้ ๑ คะแนน และ ๕.๒) ให้ ๑ คะแนนครับ เด็กได้มีส่วร่วมตลอดทุกกิจกรรม

๖) การส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

เกณฑ์กำหนดว่า ถ้าเด็กได้ฝึกการสังเกต การวัด การจำแนก การเปรียบเทียบการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปส และสเปสกับเวลา การคำนวณการจัดกระทำกับข้อมูลและสื่อความหมายข้อมูล การลงความเห็นจากข้อมูล การพยากรณ์ ฯลฯ เหล่านี้ อย่างน้อย ๔ ทักษะขึ้นไป ให้ ๓ คะแนน ถ้า ๓ทักษะให้ ๒ คะแนน และถ้า ๒ ทักษะให้ ๑ คะแนน

ข้อนี้ได้ไป ๓ คะแนนครับ ได้แก่ สังเกต เปรียบเทียบ การจัดกระทำกับข้อมูลและสื่อความหมายข้อมูล การลงความเห็นจากข้อมูล

๗ การส่งเสริมพัฒนาการหรือทักษะด้านอื่นๆ

เกณฑ์ข้อนี้ส่งเสริมการบูรณาการวัฏจักรนักวิทย์น้อยกับการฝึกทักษะด้านอื่นๆ เช่น ด้านภาษาและการสื่อสาร ทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง ด้านสังคมเช่นการทำงานร่วมกัน ด้านการเคลื่อนไหวหรือฝึกร่างกายให้กล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่ให้แข็งแรง หรือด้านอารมณ์และจิตใจให้เด็ก ๆ มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น ทักษะชีวิต ฯลฯ โดยกำหนดว่า ถ้ามี ๔ ด้าน ขึ้นไปให้ ๓ คะแนน ถ้ามี ๓ ด้านให้ ๒ คะแนน ถ้ามี ๒ ด้านให้ ๑ คะแนน

ข้อนี้ให้ ๓ คะแนนครับ ได้แก่ ด้านการสื่อสาร ด้านการเรียนรู้ เช่น การคิดวิเคราะห์ เปรียบเทียบ ด้านการเคลื่อนไหว มีการเรียนรู้นอกห้องเรียน และด้านอารมณ์จิตใจ ที่ครูสนใจอย่างยิ่งที่จะให้เด็ก ๆ เรียนรู้อย่างสนุกสนาน

๘) ความริเริ่มสร้างสรรค์ของโครงงาน

โครงงานมีความแปลใหม่หรือไม่ถ้าคัดลอกหรือปรับเปลี่ยนโครงงานจากผู้อื่นโดยไม่ได้ทำจริง ให้ปรับตก แต่ถ้านำหัวเรื่องคนอื่นมาทำเองให้ ๑ คะแนน ถ้าครูและเด็กริเริ่มขึ้น ให้ ๒ คะแนน แต่ถ้าเป็นโครงงานที่แปลกใหม่จริงๆ ให้ ๓ คะแนน

ข้อนี้ผมให้ ๑ คะแนน ครับ

สรุปผลการประเมิน

สรุปทั้ง ๘ ข้อ โครงงานนี้ได้คะแนนรวม ๑๘ คะแนน ผ่านเกณฑ์ประเมิน เหมาะสมที่ได้รับตราพระราชทานครับ

<p “=””>
จบเท่านี้ครับ … สู้ครับ ต่อไปอยากให้ครูภาวนาลองทำโครงงานเชิงทดลองนะครับ จะไปดูครับ …
</p>

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชุมชนเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์



ความเห็น (0)