วันนี้วันพฤหัสบดี ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2559
วันนี้โรงเรียนที่ฉันเข้ารับการฝึกประสบการณ์ประกาศหยุดเรียน 1 วัน
เนื่องจากคณะครูและนักศึกษาฝึกสอนทุกคนต้องไปร่วมงานพิธีทำบุญเมืองเชียงใหม่ ณ อนุสาวรีย์สามกษัตริย์
ฉันไม่เคยรู้มาก่อนด้วยซ้ำว่า หลังจากงานใส่ขันดอกอินทขิลแล้ว จะมีการทำบุญเมืองต่อ
ซึ่งพิธีการทำบุญเมืองเชียงใหม่จะจัดขึ้นรอบตัวเมืองเชียงใหม่ บริเวณประตูเมืองและแจ่งต่างๆบริเวณ 10 จุด
ประตูเมืองทั้ง 5 ได้แก่ ประตูเชียงใหม่ ประตูสวนดอก ประตูแสนปุง(สวนปรุง) ประตูช้างเผือก และประตูท่าแพ
แจ่งเมืองทั้ง 4 ได้แก่ แจ่งหัวลิน แจ่งกู่เฮือง แจ่งก๊ะต๊ำ และแจ่งศรีภูมิ
ส่วนจุดหลักที่ใช้ในการประกอบพิธี ก็คือ อนุสาวรีย์สามกษัตริย์
ซึ่งพวกเรานักศึกษาฝึกสอนและครูเทศบาลได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจบริเวณจุดหลักนี้

รูปภาพแจ่งเมืองเชียงใหม่ทั้ง 4 แจ่ง : บนซ้าย คือ แจ่งศรีภูมิ : บนขวา คือ แจ่งกู่เฮือง : ล่างซ้าย คือ แจ่งก๊ะต๊ำ : ล่างขวา คือ แจ่งหัวลิน
(ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.reviewchiangmai.com)
ประธานนักศึกษาฝึกสอนนัดให้นักศึกษาฝึกสอนทุกคนมารวมตัวกันที่อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ก่อนเวลา 7 โมงเช้า
ภารกิจที่ต้องช่วยกันทำ ได้แก่ การจัดเตรียมสถานที่ อำนวยความสะดวกต่างๆ และดูแลความเรียบร้อย บริเวณภายในงาน
หน้าที่แรกที่ได้ทำ คือ การปักธงบนกองเจดีย์ทราย
จากนั้นพ่อหนานก็เริ่มทำพิธีขึ้นท้าวทั้งสี่
พิธีนี้ ฉันได้เห็นตาของฉันทำมาหลายครั้ง
เพราะตาของฉันก็เคยเป็นพ่อหนานเหมือนกัน แต่ตอนนี้เลิกแล้วเพราะอายุมากแล้ว
เพราะฉะนั้น ฉันจึงเคยเห็นสิ่งต่างๆที่เกี่ยวกับพิธีกรรมทางพื้นเมืองบ้างมาตั้งแต่เด็ก
หลังจากพ่อหนานทำพิธีขึ้นท้าวทั้งสี่แล้ว
พวกเราก็ช่วยกันเตรียมสังฆทาน กรวยดอกไม้ และจัดเก้าอี้
เรียกได้ว่าทำงานตั้งแต่จัดสถานที่ยัดยกลังน้ำกันเลย
เป็นครูเทศบาลงานหนักจริงๆ ><
ประธานมาเปิดพิธีวันนี้คือผู้ว่าราชการเมืองเชียงใหม่
ท่านเดินทางไปทำธุระที่วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ก่อนจะมาเปิดงานที่อนุสาวรีย์สามกษัตริย์
ฤกษ์ทำพิธีจึงขยับจาก 9.39 น. เป็น 10 โมงกว่า
โดยก่อนทำพิธีจะมีการจุดพลุให้สัญญาณก่อน
เพื่อให้จุดที่ทำพิธีกรรมตามประตูเมืองและแจ่งต่างๆเริ่มทำพิธีพร้อมกัน
เสียงพลุดังมาก... ฉัน รวมทั้งเพื่อนๆ และคนในงาน ต่างก็ตกใจกับเสียงพลุไปตามๆกัน
วันนี้มีคนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ไม่มีที่นั่งว่างเลย
ที่นั่งของพวกเราถูกแทนที่ไปจนหมด จนพวกเราต้องต่อด้ายสายสิญจน์มานั่งข้างนอกปะรำพิธี ><
หลังจากที่ทำพิธีทำบุญเมืองแล้ว พวกเรานักศึกษาฝึกสอนก็ได้รับมอบหมายให้ไปตักน้ำมนต์จากการทำพิธีใส่ถุงเพื่อแจกจ่ายทุกคนในงาน
พวกเราวางแผนการทำงานไว้เป็นอย่างดี
แต่ด้วยนิสัยของกลุ่มคนบางกลุ่ม ก็ทำให้แผนการที่วางไว้ล้มไม่เป็นท่าเลย
เพราะคนกลุ่มนั้นต่างกรูกันเข้ามาหาโอ่งน้ำมนต์อย่างบ้าคลั่ง
พวกเรานักศึกษาฝึกสอนต้องช่วยกันเอาตัวบังเป็นกำแพง ป้องกันคนพวกนี้เข้าตักน้ำมนต์ก่อน
พิธียังไม่ทันจะเสร็จ ก็จะกระโจนใส่โอ่งน้ำมนต์ซะแล้ว ><
พวกเรานักศึกษาทุกคนทั้งใช้เสียงดัง และชัดเจน เพื่อบอกกล่าวให้พวกเขาทั้งหลายเข้าแถวเพื่อรับน้ำมนต์
แต่นอกจากเขาจะไม่เข้าแถวแล้ว ยังผลักแย่งกันเข้ามาหาโอ่งน้ำมนต์ ทำให้พวกเราหน้าเกือบคะมำลงโอ่งน้ำมนต์
ทุกคนแย่งกัน กลัวไม่ได้น้ำมนต์ โดยไม่สนใจพวกเรานักศึกษาที่ยืนกันไว้ เพื่อรอตักน้ำมนต์ใส่ถุงเลย
เสื้อพื้นเมืองสีขาวของฉันอร่ามเหลืองจากน้ำดอกคำฝอย (น้ำมนต์จากการทำพิธี)
จากการที่คนบางคนเอื้อมเอาขวดที่อยู่ในมือ มาจุ่มตักน้ำมนต์ในโอ่ง และยกข้ามไหล่ฉันไปอย่างหน้าตาเฉย
ไม่ว่าพวกเราจะพูดยังไง พวกเขากลุ่มนี้ก็ไม่ฟังอยู่ดี
ที่ฉันเห็นแล้วสะท้อนใจที่สุดก็คนแก่คนนั้น
เพราะจากการที่ฉันประมาณอายุก็คงราวๆ 80 ปีได้
ถึงท่าทางจะดูอาวุโสมากนัก แต่ท่าทางตอนแย่งมาเอาน้ำมนต์ทำให้ฉันหมดความศรัทธาเลยทีเดียว
ไม่ว่าจะคนแก่ คนหนุ่มสาว ต่างก็โลภมาก ไม่ปลงไปตามอายุสังขารเลย
การมาตักน้ำมนต์วันนี้ทำให้ฉันรู้สึกสะท้อนใจมากกับนิสัยคนบางคน ...
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีแล้ว นอกจากจะแย่งน้ำมนต์กันแล้ว ก็มีการแย่งด้ายสายสิญจน์กันด้วย
ด้ายสายสิญจน์ที่ผูกบนปะรำพิธีไม่เหลือแม้แต่เส้นเดียว ...
แม้แต่ธงบนกองเจดีย์ทรายที่ฉันปักตอนเช้า พวกเขาก็เก็บไปหมดเลย ><
หมดคำพูด และสุดคำบรรยายสำหรับพวกเขาบางคนในวันนี้จริงๆ
ตอนที่พวกเราช่วยกันเก็บของ เก็บสถานที่
นอกจากพนักงานของเทศบาล และพวกเราครูและนักศึกษาฝึกสอนเทศบาล ก็ไม่เห็นมีใครมาช่วยเลย
ตอนมาเอาน้ำมนต์ แย่งกันตรึม พอตอนเก็บของเท่านั้นแหละ คนหายหมดเลยจ๊ะ ...
แต่วันนี้ก็ทำให้ฉันได้ประสบการณ์หลายๆอย่าง
ได้เรียนรู้การทำงานร่วมกันคนอื่นมากขึ้น
วันนี้พวกเรานักศึกษาฝึกสอนโรงเรียนเทศบาลถ่ายรูปหมู่กันด้วย
รูปนี้ถ่ายตอนเช้า ก่อนปฏิบัติภารกิจ
หลังจากช่วยกันเก็บของ เก็บสถานที่แล้ว ก็แยกย้ายกันกลับหอ
วันนี้ทุกคนหลับสบายแน่ เพราะเหนื่อยกันมาทั้งวัน
แม้วันนี้จะมีเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นมากมาย มีทั้งน่าประทับใจและไม่น่าจดจำ
แต่ก็ขอบคุณทุกเหตุการณ์วันนี้ที่ทำให้ฉันได้เรียนรู้ "ประสบการณ์จากการทำงาน" เพิ่มมากขึ้น
นี่แค่จุดเริ่มต้น... ชีวิตจริงคงมีเรื่องราวมากมายกว่านี้
สำหรับวันนี้ กลับหอนอนพักกันเถอะคะ...

