ประวัติบ้านโนนเชียงบัง

บ้านโนนเชียงบัง

ประวัติบ้านโนนเชียงบังได้จากการสอบถามผู้ใหญ่บ้าน และผู้อาวุโสภายในหมู่บ้านและคนที่รู้จักความเป็นมาของหมู่บ้าน และหนังสือที่เขียนบันทึกไว้จากปี พ.ศ. 2548 ตอนที่ฝังลูกนิมิตได้มีการตีพิมพ์แล้วก็แจกคนในหมู่บ้าน และคนที่อยากได้หรือมาร่วมทำบุญ


ประวัติบ้านโนนเชียงบัง

หมู่บ้านโนนเชียงบัง เดิมได้ย้ายออกมาจากบ้านผักแว่นเดิมอยู่ตำบลม่วงลาด ปัจจุบันตำบลผักแว่น อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด เดิมเป็นคนบ้านผักแว่น สาเหตุที่ได้ย้ายออกมาจากบ้านผักแว่นนั้น เมื่อในปี พ.ศ. ๒๔๖๙ ได้เกิดไฟไหม้หมู่บ้าน บ้านผักแว่นทั้งหมู่บ้าน ครอบครัวที่ถูกไฟไหม้หมดไปทั้งหลัง ก็ไร้ที่อยู่อาศัยต่างคนต่างครอบครัวก็ได้พากันอพยพ ย้ายออกไปอาศัยอยู่ตามหัวไร่ปลายนาของตนเอง ต่อมาในช่วงเดือนธันวาคม – มกราคม ปี พ.ศ. ๒๔๗๐ ก็ได้พากันย้ายออกจากหัวไร่ปลายนาของแต่ละครอบครัวเข้ามาตั้งแต่บ้านเรือนขึ้นอยู่โนนสวนของแต่ละครอบครัว เห็นว่าโนนนี้ทำเลที่เหมาะสมกับการจะจัดตั้งหมู่บ้านขึ้น เพราะว่ามีลำน้ำตามธรรมชาติอยู่ติดกับโนนที่จะตั้งหมู่บ้าน เพราะเห็นว่าเป็นการสะดวกแก่การจะทำมาหากินตลอดกระทั้งสัตว์เลี้ยงมีโค กระบือ เป็นต้น ในการจัดตั้งหมู่บ้านครั้งนั้นได้มีหลายๆ ครอบครัวมีความเห็นพ้องต้องกันและได้ตั้งหมู่บ้านขึ้น ณ ที่แห่งนี้

สาเหตุที่มาของหมู่บ้าน

เดิมชื่อบ้านโนนเชียงบังนั้นแต่ก่อนชื่อว่า บ้านโนนแซงบัง ก็เนื่องมาจากที่ตั้งหมู่บ้านแห่งนี้มีแต่ป่าแซงที่เกิดขึ้นตามแถวลำน้ำและมีสัตว์นานาๆ ชนิดเข้ามาอาศัย ณ ที่แห่งนี้ คือ แรด เสือ จิ้งจอก หงส์ ไก่ฟ้า จระเข้ ตัวนาค เพราะแถบลำน้ำเป็นป่าทึบและมีต้นไม้นานาพันธุ์ที่สัตว์ได้เข้ามาอาศัยอยู่ ส่วนมากเหล่านี้สูญหายไปแล้วจากลำน้ำเพราะมีผู้คนเข้ามาอาศัยทำให้สัตว์เหล่านั้นค่อยๆ เรือนหายไปและลำน้ำนี้จะมีป่าแซงที่มีอยู่มากมาย จึงได้เรียกชื่อของหมู่บ้านตามหมู่บ้านว่า บ้านโนนแซงบัง ต่อมาก็ได้เปลี่ยนชื่อของหมู่บ้านจากคำว่า “ บ้านโนนแซงบัง ” มาเป็น “ บ้านโนนเชียงบัง ” จนถึงปัจจุบันนี้สาเหตุที่เปลี่ยนชื่อจาก “ โนนแซงบัง ” มาเป็น “ โนนเชียงบัง ” ก็เพราะว่ามีคนชื่อว่า “ เชียง ” ( แต่บางคนว่ามีสามเณรที่บวชแล้วได้ลาสิกขาจากเพศบรรพชิตออกมาเป็นคฤหัสถ์ เขาเรียกว่า “ เชียง ” ที่สึกมาใหม่ๆ ) ได้ไปลักลอบเก็บปลาอยู่ที่กุดตาสายังไม่ทันเสร็จชาวบ้านคางฮูง ก็ได้พบเห็นเชียงกำลังเก็บปลาอยู่ชาวบ้านก็ได้พากันไล่เพื่อที่จับเอาเชียงที่กำลังสาปลาอยู่เชียงเห็นเหตุการณ์ไม่ค่อยดี ก็ได้วิ่งหนีตามลำน้ำเรื่อยมาและได้มาหลบซ่อนตัวอยู่ที่ลำน้ำแห่งหนึ่งชื่อว่า กุดแซงบัง นามของบ้านโนนแซงบัง จึงได้เปลี่ยนจากคำว่าแซงบัง มาเป็นเชียงบัง เพราะว่ามีเชียง มาหลบซ่อนตัวอยู่ที่ป่าแซงของกุดแซงบังแห่งนี้ และคำว่า กุดแซงบัง ก็ได้เปลี่ยนจากกุดแซงบังมาเป็น กุดเชียงบังจนถึงปัจจุบันนี้และพวกที่ไล่จับก็ได้วิ่งตามมาติดๆ มิได้ขาดระยะแต่เชียงนั้นเห็นเหตุการณ์ไม่ค่อยดีก็เลยวิ่งออกจากกุดแซงบังไปหลบซ่อนที่ลำน้ำแห่งหนึ่งใหม่ที่อยู่ไม่ไกลจากกุดแซงบังเพื่อที่จะหาที่หลบซ่อนตัวแต่ไม่ทัน ที่จะหาที่หลบซ่อนตัวก็ได้ถูกจับที่ลำน้ำแห่งนั้น ก็เลยเรียกลำน้ำแห่งนั้นว่า “ กุดจับ ” เพราะว่าเชียงได้ไปถูกจับตัวที่นั้น (ปัจจุบันกุดจับนั้นอยู่ติดกับบ้านม่วงลาดหมู่ที่ ๖ ) เพาระลำน้ำดังกล่าวตั้งแต่กุดสา – กุดแซงบัง – กุดจับ ลำน้ำเหล่านี้ได้ไหลลงไปสู่ลำน้ำชีทั้งหมด สาเหตุของชื่อหมู่บ้านโนนเชียงบังนั้นก็ได้นามมาจากเหตุการณ์เหล่านั้น ที่เกิดขึ้นมาจนถึงปัจจุบันนี้และบ้านโนนเชียงบังก็ได้ตั้งหมู่บ้านมาแล้วเป็นระยะเวลากว่า ๙๐ ปีแล้ว




ปัจจุบันได้มีการยกระดับถนนขึ้นแล้วได้นำพื้นที่ที่ไม่เกิดประโยชน์มาบูรณา เช่น นำมาทำไท่ปลูกพืชผัก ผักชิดแรกที่ทดสอบคือพริกผลที่ได้รับคือผลผลิตค่อนข้างดี และเป็นการหารายได้ให้กับชุมชนอีกด้วย แล้วยังสามารถเป็นที่ท้องเที่ยวได้อีกด้วย ตอนเย็นก็จะมีคนชอบไปถ่ายรูปกัน แล้วชุมชนเราก็จะให้ความรู้กับผู้สนใจที่จะทำ




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน นางสาวอริสา จันติบุตร



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

ก่อนหน้าที่จะเขียนเรื่องนี้ หรือสืบค้นเรื่องนี้

รู้มาก่อนไหมครับเกี่ยวกับเรื่องนี้ หรือมารู้ก็ตอนเขียน Blog

พอรู้มาบ้างค่ะแล้วได้สอบถามผู้อาวุโส และได้จากหนังสือในงานฝังลูกนิมิตหมู่บ้านค่ะตอนปี 2548 ค่ะ

อาริตา
IP: xxx.168.55.150
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณที่เอาข้อมูลมาเผยแพร่ค่ะ