วันที่ 24 ครูที่ฉันต้องการ (20 มิถุนายน 2559)

วันจันทร์เริ่มอีกแล้ว เขาบอกว่าเริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง แล้วอะไรคือการเริ่มต้นที่ดี ยิ้ม ไว้ก่อนก็แล้วกันคิดถึงความทุกข์ที่มีอยู่ให้เป็นปกติ เปลี่ยนสิ่งที่กลัวเป็นสิ่งที่ท้าทาย ฉันต้องทำให้ได้ ฉันต้องทำได้ ท่องไว้ ครูปิ๋มนี่คือชีวิตจริงของการทำงาน จงทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด อยู่โรงเรียนหน้าที่หลักคือครู โยนอย่างอื่นไว้ที่หอก่อน แล้วทำมันให้เต็มที่เมื่อร่างกายเริ่มตอบสนองว่าเธอโทรมเกินไปแล้วนะ ตาเธอคล้ำ ให้เริ่มปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตให้เข้ากับบริบทชีวิตของตัวเองเช้านี้ชั้วโมงแรกสอนศิลปะชั้น ป.3/5 เรื่องลักษณะของพื้นผิว การจัดการเรียนการสอนเป็นไปตามแผนทุกอย่าง แต่ก็ยังมีข้อบกพร่องเมื่อให้นักเรียนตอบคำถามหรือยกตัวอย่าง เขาจะตอบตามที่ครูพูดไว้ หรือตามเพื่อนเท่านั้น ทำให้ได้คำตอบที่ซ้ำและไม่หลากหลาย จึงต้องมีการคิดคำพูดที่คอยกระตุ้นผู้เรียน แต่เมื่อยืนอยู่หน้าห้องคำพูดมันก็ไหลไปตามน้ำ และมันก็ไม่ได้ผลสักเท่าไหร่ การบ้านของวันนี้ก็คือคำพูดที่กระตุ้นความคิดของเด็กหลังจากสอนเสร็จต้องบันทึกหลังการสอนทันทีและเมื่อมีเวลาก็จะตรวจไปงานและกรอกคะแนนเลย วันนี้โรงเรียนจัดกิจกรรมเลือกตั้งคณะกรรมการนักเรียน โดยได้จำลองหน่วยเลือกตั้งไว้ให้นักเรียนทุกคนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ผลปรากฎว่าพรรค เบอร์ 1 ได้เป็นคณะกรรมการนักเรียน


ในช่วงบ่าย สอนวิชาประวัติศาสตร์ ชั้น ป.5/1 เรื่องประเภทของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ที่แบ่งตามยุคสมัย วันนี้ ป.5/1 แอบตั้งใจเล็กน้อย พยายามพูดด้วยน้ำเสียงดีๆค่อยๆพูด ถึงแม้ว่านักเรียนจะตะคอกใส่ครูแค่ไหน ใจเย็นเหมือนน้ำแข็ง อดทน ท่องไว้ แต่มันก็อดไม่ไหวซะเหลือเกินบางคนพูดกี่ทีก็ไม่เคยจะฟังชอบให้มีการลงไม้ลงมือ เข้าสู่บทเรียนโดยการดูการ์ตูนยุดสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ทุกคนตั้งใจดู แต่พอจะเริ่มอธิบายเท่านั้นแหล่ะ ตลาดสดมาทันใด พอใช้เทคนิคนิ่งเงียบ ยิ่งไปใหญ่ เหมือนกับอยู่ในพับอะไรอย่างนั้น ก็ต้องตะโกนไปตามระเบียบครู 1 คนกับนักเรียน 30 คน มันไม่ง่ายเลย แต่เทคนิคที่ใช้ได้ดีอย่างหนึ่งคือการเล่าเรื่อง โดยโยงเข้าสู่เนื้อหาอาศัยการดูภาพยนตร์แล้วมาเล่าให้นักเรียนฟัง เกือบทุกคนที่ฟังและมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ก็เงียบได้สักพักเป็นเรื่องธรรมดาที่จะเห็นนักเรียนห้องนี้เดินเข้าออกห้องอย่างสบายใจ เดินออกไปครูตะโกนเรียนเเทบไม่สนใจ หรืออยู่ดีๆอาจจะเดินมานั่งหน้าห้อง บางคนก็เดินหยิบน้ำไปกินเฉย มีสารพัดคนพิลึกอยู่ในห้องนี้ ถ้าไม่ได้ดั่งใจก็เดินมาตี ตะคอกใส่ เริ่มทำใจได้ละ อดทนพอหลังจากอธิบายไปแล้วก็เริ่มถามทีละคนตามเลขที่ โดยครูจะเป็นคนบอกชื่อหลักฐานแล้วให้นักเรียนเป็นคนบอกว่าหลักฐานนั้นอยู่ในยุคสมันใดปรากฎว่าก็มีคนตอบได้ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่ ถึงแม้บางคนจะมีเพื่อนคอยบอก แต่ก็ถือว่ายังให้อภัยได้ ถึงเวลาแจกใบงาน อธิบายคำชี้แจงทำไม่ได้กัน ทั้งๆที่มันก็อยู่ในเนื้อหาที่อธิบายเมื่อข้างต้น ก็ต้องบอกคำตอบทีละข้อ บอกเร็วคนที่เขียนช้าก็ว่าให้ ไม่บอกข้อต่อไปคนที่เขียนเร็วก็หงุดหงิด ด่ากันก็มี ครูอยากแยกร่างไปบอกให้ทุกคนเลยนักเรียนกว่าจะทำเสร็จ ต้องจี้ทีละคนอีก ไม่งั้นไม่ได้งาน เป็นชั่วโมงที่ต้องใช้พลังงานในการสอนมากที่สุด กลับมานั่งนึกภาพ วันนี้เราด่านักเรียนไปกี่คน ด่าคำไหนบ้าง ตีไปแล้วกี่คน ทำขนาดนี้ นักเรียนไม่ฟัง เราเป็นครูที่พวกเขาต้องการรึเปล่า ทบทวนตัวเอง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวศศิภา อ่อนเขียว (ภาคเรียนที่ 1/2559)



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ไม่เป็นไรครับ พรุ่งนี้เริ่มต้นใหม่นะ ;)...

เด็กทั้งดื้อทั้งซน จัดการยังไงดีคะ@Ongkuleemarn