แรงขับเคลื่อนเป็นเรื่องราวที่สามารถมาบรรจบกันได้และมีปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างไร และเราจะสามารถรู้จักการวางแผนในอนาคตต่อไปอย่างมีทางเลือก

ALGORE THE FUTURE

ALGORE THE FUTURE

บทนำ

หนังสือเล่มนี้เปรียบเหมือนเป้าหมายในการเดินทางซึ่งเริ่มต้นจากคำถามและความสงสัย ที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ซึ่งปัจจุบันการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโลกเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั้งวิกฤติ ด้านภูมิอากาศ ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับโลกถูกปรับเปลี่ยนอย่างมากมาย ที่เริ่มจากการคิดและลิสต์รายการคำถามและความสงสัยที่มี และปล่อยทิ้งเอาไว้แบบนั้น แล้วกลับมาทบทวนความคิดอีกครั้งเพื่อที่จะหาคำตอบให้กระจ่างชัดให้ได้ ซึ่งคำถามนั้นย่อมมีอนาคตของมันอยู่ จึงได้เริ่มวางเค้าโครงเรื่อง โดยจัดให้เป็นหมวดหมู่เข้าด้วยกัน หลังจากนั้นจึงเติมเต็มรายละเอียดแต่ละส่วนลงไป ซึ่งก็ใช้เวลาหลายปีเพื่อแสวงหาความสำเร็จในการทำงานและเกิดคำถามทบทวนซ้ำไปซ้ำมา จนกระทั่งในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่า คำถามนั้นไม่ได้ทำให้เราเหงา ยิ่งได้ลงลึกในรายละเอียดเท่าใด ก็สามารถตอบคำถามนั้นได้อย่างทะลุปรุโปร่งและทำให้เราได้ความคิดว่าเรายิ่งได้พบสิ่งใหม่ๆในงานที่กำลังทำอยู่

หนังสือเล่มนี้เมื่ออ่านแล้วทำให้เราพบถึงแรงขับเคลื่อนเป็นเรื่องราวที่สามารถมาบรรจบกันได้และมีปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างไร และเราจะสามารถรู้จักการวางแผนในอนาคตต่อไปอย่างมีทางเลือก

Earth Inc. กับการเปลี่ยนแปลง

ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์นั้น การเปลี่ยนแปลงทำให้รูปแบบของเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนไปแบบก้าวกระโดดอย่างรวดเร็วมากกว่าด้านอื่น ๆ ซึ่งโลกที่เราอาศัยอยู่เปรียบเสมือนEarth Inc.เป็นการปฏิวัติธุรกิจด้วยโลกดิจิตอลใบใหม่ อันประกอบไปด้วยนโยบายประจำชาติ กลยุทธ์ระดับภูมิภาคและทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับมาเป็นเวลานาน ในปัจจุบันองค์ประกอบทั้งสามไม่ได้มีความสัมพันธ์สอดคล้องกับความเป็นจริงของเศรษฐกิจ ซึ่งได้รับผลจากการปฏิวัติทางด้านเทคโนโลยี นอกจากนี้ดาวเทียมเชิงพาณิชย์มีมากมาย และบริษัทอีกเป็นจำนวนมากที่ขายภาพถ่ายดาวเทียมเหล่านี้อยู่แล้วอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า เศรษฐกิจไม่มีวันหลับใหล มีการรวมกันอย่างแน่นแฟ้น และมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งธุรกิจที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่จะผลิตสินค้าในรูปแบบ “ Virtual global factories”ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วความนิยมในการนำระบบดิจิตอลมาใช้ในการทำงานทำให้เกิดการนำเครื่องจักรกลมาแทนกำลังคนซึ่งถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงอันใหญ่หลวง 2 ด้านพร้อมกัน กล่าวคือ

  • Outsourcing – การจ้างบริษัทภายนอกมาทำงานในบริษัทตนเอง
  • Robosourcing - การเปลี่ยนจากแรงงานคนเป็นหุ่นยนต์หลากหลายขนาดและรูปร่างรวมทั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์

ในโลกของนโยบายทางการเมืองและรัฐบาล รัฐยังคงเป็นผู้ดำเนินการหลัก แต่นักเศรษฐศาสตร์ นักเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างพากันศึกษาและถกเถียงเกี่ยวกับระบบ Outsourcing และ Robosourcing เห็นได้ชัดว่าทั้งสองระบบเป็นปราฏการณ์ที่แตกต่างและแยกจากกัน โครงสร้างที่เปลี่ยนแปลงไปส่งผลต่อ Robosourcing และ ไอทีมีอำนาจต่อ Outsourcing ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อสัดส่วนของปัจจัยการผลิตด้านทุน (capital input) ปัจจัยการผลิตด้านแรงงาน (labor input) และคนที่ไร้ความสามารถในการทำงานมีความต้องการรายได้มากขึ้นในประเทศอุตสาหกรรม ช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 มีการถกเถียงทางการเมืองเกี่ยวกับเรื่องสิทธิแรงงานเพื่อที่จะกำหนดการกระจายรายได้ของแรงงานและทุนในกลุ่มบริษัทต่างๆ แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากการขับเคลื่อนทางเทคโนโลยีมีบทบาทในการกำหนดอนาคตของลักษณะงานและผลตอบแทนที่จะได้รับ เมื่อมีคนได้ประโยชน์ย่อมมีผู้เสียผลประโยชน์บริษัทใหม่หลายบริษัทต่างเริ่มที่จะเชื่อมต่อโลกออนไลน์กับคนที่หางานเพื่อประหยัดเงินและได้ประสิทธิภาพมากกว่า บางครั้งผลกระทบ robosourcing ที่มีต่อการจ้างงานนำไปสู่ความเข้าใจที่ผิดว่า วิธีของ robosourcing ทำให้ตำแหน่งงานที่จำเป็นต้องใช้มนุษย์นั้นถูกยกเลิกไปอย่างสิ้นเชิงอย่างไรก็ตาม ยังคงต้องมีการใช้แรงงานมนุษย์เพื่อปรับปรุงในการเพิ่มผลผลิตและควบคุมการทำงานของเครื่องจักรกลเหล่านั้น ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตที่ควบคู่กันไป

ความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้

เนื่องจากการเร่งนำเทคโนโลยีมาใช้ส่งผลต่อแรงงานคนเราพบว่าเกือบทุกประเทศในกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ เช่น จีนและอินเดีย การกระจายรายได้และ net worth ที่ไม่เป็นธรรมในประเทศจีนและอินเดีย เกิดขึ้นมากอย่างรวดเร็วมากกว่าในอเมริกาและยุโรป หน่วยงาน The Global NGO Save the Children ได้ทำการสำรวจและพบว่า ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา มีจำนวน 32ประเทศที่ความเหลื่อมล้ำด้านรายได้เพิ่มสูงขึ้นในรอบ 20 ปี การเปลี่ยนแปลงเรื่องกฎหมายภาษีเป็นแรงขับเคลื่อนส่งผลให้ความเหลื่อมล้ำในการกระจายรายได้และ net worth เพิ่มมากขึ้นตอนนี้งานด้านบริการ ด้านการผลิตและด้านเกษตรกรรมขึ้นอยู่กับการเส้นการผลิตและเส้นนวัตกรรมซึ่งขัดขวางงานต่างๆมากขึ้น โดยใช้เป็นตัววัดผลจากอัตราเร่งของการปฏิวัติด้านเทคโนโลยี ความต้องการด้านการทดแทนรายได้กำลังเริ่มรุนแรงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบของการปฏิวัติเศรษฐกิจโลกกำลังก่อให้เกิดโครงสร้างที่เปลี่ยนแปลงไปต่อบทบาทต่างๆอันมีความสัมพันธ์กับอเมริกา ยุโรป จีนและเศรษฐกิจเกิดใหม่ ในช่วงระยะ 10 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจของจีนมีขนาดใหญ่ 1 ใน 3 ของขนาดเศรษฐกิจอเมริกาการเติบโตของจีนกลายเป็นสัญลักษณ์ที่ทรงอิทธิพลต่อรูปแบบเศรษฐกิจโลกแบบใหม่ที่เติบโตอย่างรวดเร็วแทนประเทศอเมริกา
โดยสรุป การบูรณาการที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาปรับปรุงให้ดีขึ้นในเศรษฐกิจโลกได้ยกระดับสร้างความแข็งแรงให้กับเศรษฐกิจในประเทศกำลังพัฒนาและประเทศเศรษฐกิจใหม่ ในปีนี้ 2013 GDP ของกลุ่มประเทศเหล่านี้ (โดยวัดจากอำนาจในการสั่งซื้อ) จะโดดเด่นโดยที่รวม GDP ในเศรษฐกิจก้าวหน้าได้เป็นครั้งแรกในยุคสมัยใหม่นี้ ในประเทศเหล่านี้มีแนวโน้มว่าอาจจะขาดศักยภาพบางอย่างเพื่อที่จะรักษาความมั่งคงทางการเมืองและสังคมเพื่อที่จะจัดการกับปัญหาทางด้านรัฐบาลและคอร์รัปชั่นและสิ่งนี้อาจจะไปหยุดแนวโน้มดังกล่าวได้ แต่การขับเคลื่อนด้านเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นกำลังมีอำนาจ มีอิทธิพลและดูเหมือนว่ามีแนวโน้มที่จะมีอำนาจเหนือกว่าการรวมหรือการเพิ่มขึ้นของการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงอันเป็นรากฐานที่สำคัญในการสร้างความสมดุลในพลังของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากผลหลังการเกิด Great Recession คือการเกิดของเศรษฐกิจใหม่ซึ่งกลายเป็นเหมือนเครื่องจักรกลสำคัญในการเติบโตของโลกโดยที่การเติบโตเพิ่มขึ้นมากและรวดเร็วมากกว่าในประเทศพัฒนาแล้ว นักวิเคราะห์บางคนตั้งข้อสังเกตเรื่องความยั่งยืนของอัตราการเติบโตนี้ แต่ไม่ว่าอัตราการเติบโตจะเป็นยังไงก็ตาม มันเป็นเรื่องของเวลา ก่อนที่เศรษฐกิจแบบต่างๆจะประสบกับปัญหาที่มนุษย์อยู่ในสภาวะการขาดแคลนงานไปใช้เครื่องจักรกลอัจฉริยะแทนซึ่งดำเนินอยู่ในขณะนี้ทางฝั่งตะวันตกกระแสไหลเวียนทางการเงินในยุค Earth Inc. คอมพิวเตอร์และอัลกอริทึ่มซอฟท์แวร์อัจฉริยะที่นำมาใช้ทำให้เกิดลักษณะและจำนวนของการเคลื่อนย้ายทุนซึ่งตอนนี้ถูกนำมาใช้ในส่วนใหญ่ของธุรกรรมทางด้านการเงินต่างๆซึ่งเน้นในเรื่อง short –term horizons ผลอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงนี้คือการสร้างระดับใหม่ของความไม่แน่นอนและการแพร่กระจายในเศรษฐกิจโลกในลักษณะแบบรวมทั้งหมด ความปั่นป่วนในตลาดกำลังเกิดขึ้นบ่อยและกำลังสั่นสะเทือนเป็นวงกว้างไปทั่วโลก

ความต้องการอันรีบเร่ง

ในตลาดเครดิตเกิดความปั่นป่วนอย่างกะทันหันซึ่งเริ่มในปี 2008 ภาวะเศรษฐกิจถดถอย เป็นตัวนำไปสู่การเลิกจ้างงาน 27 ล้านตำแหน่งทั่วโลก 1 ปีให้หลัง ซึ่งขับเคลื่อนโดยระบบคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า “manufactured financial products” และก็เหมือนประเทศอื่นที่ถูกชักนำไปสู่ภาวะ the Great Recessionนักวิชาการด้านเทรดดิ้งระบบอัตโนมัติของมหาวิทยาลัย Bristol ชื่อ John Cartlidge ได้กล่าวไว้เมื่อเร็วๆนี้ว่า “ผลจากการเพิ่มความเร็วในการเทรดคือสิ่งที่เราต้องอยู่ร่วมกันบนโลกใบนี้โดยที่ตลาดการเงินโลกเป็นผู้กุมอำนาจโลกใบนี้ไว้ซึ่งเราไม่มีความเข้าใจในหลักทฤษฎีอย่างแท้จริง”การไหลเวียนของข้อมูลที่เร็วก่อให้เกิดผลดีต่างๆและยังมีบทบาทสำคัญในตลาดต่างๆอย่างน้อย 200 ปีมาแล้วการที่ธารน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือละลายนำไปสู่การเริ่มต้นโครงการใหม่เพื่อที่จะเชื่อมต่อตลาดต่างๆในโตเกียวและนิวยอร์คด้วยข้อมูลทางการเงินที่เร็วขึ้นผ่านสายเคเบิ้ลด้านล่างของมหาสมุทรอาร์คติก โครงการอีกสามโครงการได้เริ่มขึ้นเพื่อเชื่อมต่อระหว่างญี่ปุ่นและยุโรปผ่านใต้บริเวณอาร์กติกและกำลังสร้างสายเคเบิ้ลข้ามสมุทรแอนแลนติกมูลค่ากว่า 300 ล้านเหรียญ คาดว่าจะช่วยเพิ่มความเร็วในการส่งรับข้อมูลระหว่างนิวยอร์คและลอนดอนด้วยความเร็ว 5.2 มิลลิวินาที ส่วนหนึ่งของปรากฎการณ์นี้ที่เพิ่มขึ้นจนน่าตกใจได้ส่งผลสะท้อนการลงทุนขนาดใหญ่ต่างๆที่เป็นแหล่งเงินทุนของเทคโนโลยีสารสนเทศจนถึงปี 2000 เดือนเมษายนและส่วนนี้ได้แสดงถึงการเติบโตของการจำนองอสังหาริมทรัพย์มากขึ้นจนถึงภาวะฟองสบู่แตกในปี 2008 ต่อด้วยด้านอสังหาริมทรัพย์และภาคบริการด้านการเงินแต่ยังคงได้รับส่วนแบ่ง GDP เพิ่มมากขึ้น พลังขับเคลื่อนทีอยู่เบื้องหลังของการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ครั้งนี้ก็คือการนำคอมพิวเตอร์อัจฉริยะและระบบอัลกอริทึ่มอันทรงพลังมาใช้ในตราสารอนุพันธ์ (derivatives) ทางการเงินอันซับซ้อนและการยอมจำนนของรัฐบาลในการเผชิญหน้ากับการล็อบบี้โดยอุตสาหกรรมบริการทางการเงินในการละเลยมาตรการที่เคยใช้เป็นเครื่องมือในการดูแลการตลาด ในภาคทฤษฎี กระแสแรงขับเคลื่อนของคอมพิวเตอร์ที่มีจำนวนและความถี่สูงอธิบายถึงการยืนยันเรื่องหนึ่งคือคอมพิวเตอร์เหล่านี้ได้พัฒนาให้สภาพคล่องและประสิทธิภาพของตลาดต่างๆดีขึ้น นักเศรษฐศาสตร์และนักการธนาคารยังคงมองว่าการไหลเวียนของทุนขนาดใหญ่แสดงถึงตราสารอนุพันธ์คือสิ่งที่ทำให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจและไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงของระบบเศรษฐกิจเพราะในส่วนนี้ธนาคารยังคงถือเปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่ควบคู่ไปกับสิ่งที่กำลังเทรดอยู่

การบูรณาการระดับโลก

สาเหตุของการเร่งบูรณาการเศรษฐกิจโลกไม่เคยมีมาก่อนและจะต้องบูรณาการเนื่องจากเกิดปัจจัยด้านต่างๆพร้อมกัน เช่น การล่มสลายของลัทธิคอมมิวนิสต์ การเริ่มต้นใช้นโยบายที่มุ่งเน้นการตลาดให้มากขึ้นในกลุ่มประเทศที่เคยเป็นคอมมิวนิสต์มาก่อน อย่างเช่น การเปิดประเทศจีนและนำความทันสมัยเข้าไปในประเทศภายใต้การนำของเติ้ง เซี่ยวผิง (กระบวนการนี้นำมาใช้เพื่อเร่งให้เศรษฐกิจจีนมีความแข็งแกร่งมากขึ้น) และการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากการปฏิวัติทางด้านการคมนาคม การสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศแต่บางที่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ การลดการกีดกันทางการค้าซึ่งเริ่มใช้เมื่อมีความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า (GATT) เมื่อมีสิ่งใหม่มากระเพื่อมการค้าโลกย่อมส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในรูปแบบของเศรษฐกิจโลก ในตำนานจีน ยุคที่มองโกลยึดเป็นใหญ่สามารถครองดินแดนได้ทั้งหมด ซึ่งต่อมากลายเป็นการเปิดเส้นทางภาคพื้นดินเพื่อให้เกิดการไหลเวียนทางการค้าระหว่างจีน อินเดีย เอเชียกลาง รัสเซียและยุโรปตะวันออก นั่นคือสิ่งที่ทำให้ยุโรปตะวันออกมีแรงกดดันด้านการค้าอย่างมากและพยายามอย่างที่สุดที่จะหาเส้นทางเดินเรือไปยังอินเดียและจีน

นักประวัติศาสตร์เชิงเศรษฐกิจย้ำให้เรานึกอยู่เสมอว่า GDP ของจีนและอินเดียเมื่อนำมารวมกันจะคิดเป็นครึ่งหนึ่งของ GDP โลกหรืออาจจะมากกว่านั้นนับจากปีที่ 1 จนถึงช่วงเริ่มต้นของการปฏิวัติครั้งที่ 2 ไปจนถึงศตวรรษที่ 19 เศรษฐกิจของจีนถือเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปี 1500 รวมถึงช่วงต้นของศตวรรษที่ 19 ก่อนที่จะเกิดสงครามฝิ่นครั้งแรกซึ่งเริ่มในปี 1893 ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์บางคนได้ให้เหตุผลว่า การเติบโตของจีนและการที่จีนเริ่มเข้ามาทำให้อเมริกาในฐานะที่เป็นเศรษฐกิจหลักของโลกมีการขยับตัวจึงเกิดข้อได้เปรียบในระบบทุนนิยมที่รัฐเป็นผู้กำหนดซึ่งอ้างว่ามีลักษณะเป็นอิสระมากกว่ารูปแบบทุนนิยมในอเมริกา อย่างไรก็ตามถ้า Earth Inc. เกิดขึ้นและมีความรับผิดชอบต่อปรากฎการณ์ดังกล่าวมากกว่านี้ที่ค้นพบและพัฒนาวัตกรรมทั้งขนาดใหญ่และเล็กในอดีตศูนย์กลางของทักษะความรู้และความชำนาญด้านเทคโนโลยีหรืออุตสาหกรรมนั้นมักจะเกิดในพื้นที่เฉพาะเท่านั้นการปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นแรงผลักดันในสหราชอาณาจักรในช่วงระหว่างศตวรรษที่ 18 มีการติดต่ออย่างมากระหว่างนักลงทุน ช่างบัดกรี ช่างเหล็กและวิศวกรเพื่อที่จะพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆที่สามารถขยายไปทั่วโลกได้ในภายหลัง

การเปลี่ยนอันเล็กน้อยแต่ส่งผลอันใหญ่หลวง

จากตัวอย่าง 2 เหตุการณ์คือ หนึ่งจากขั้นตอนสุดท้ายในการผลิตโดยใช้เครื่องจักรกลในวงการเกษตรกรรมในทศวรรษที่ 50 และตัวอย่างที่สองเป็นตัวอย่างสำคัญคือขั้นตอนสุดท้ายของปฏิวัติด้านคมนาคมระดับโลกในทศวรรษที่ 50 เช่นกัน ซึ่งนับได้ว่าเป็นขั้นตอนระดับสูงในการเชื่อมต่อเศรษฐกิจโลกเป็นไปได้ไหมว่านโยบายต่างๆของรัฐบาลจะสามารถแก้ไขภาวะไม่มีงานทำได้ เมื่อพิจารณาจากความพยายามก่อนหน้านี้ที่จะแก้ไขปัญหาการว่างงานในอาชีพเกษตรกรรม อับราฮัม ลินคอร์น กล่าวไว้ว่าชาวนาชาวไร่เป็นชนชั้นที่มีจำนวนคนมากที่สุด ดังนั้นความสนใจของพวกเขาย่อมมีมากหลายหลายเช่นกัน และย่อมมีคุณค่าที่สุดที่จะได้รับการดูแล และถ้ามีข้อขัดแย้งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เราก็ต้องยอมพวกเขา

ตัวอย่างที่สองที่เกี่ยวกับความก้าวหน้าของมนุษย์ซึ่งนำไปสู่กระบวนการปฏิวัติในประสิทธิภาพของภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด การปฏิวัติการขนส่งสินค้าระบบคอนเทนเนอร์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 1957 ซึ่งสามารถยกได้ง่ายจากเรือไปยังรถไฟหรือรถบรรทุกพ่วงและสามารถขนส่งไปยังจุดหมายปลายทางได้เร็วขึ้น การปฏิวัติการขนส่งด้วยระบบคอนเทนเนอร์นี้เริ่มต้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงในปี 1957 และได้ส่งผลอย่างมากต่อการค้าโลก ซึ่งในปี 2013 มีตู้คอนเทนเนอร์ขนาดรถพ่วงจำนวนถึง 150 ล้านตู้บรรทุกสินค้าจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่ง

THE GLOBAL MINE (การคิดระดับโลก)

ในกิจกรรมการเพิ่มผลผลิตทั้งระบบ outsourcing และ robosourcing นำมาซึ่งการเกิดของ Earth Inc.การนำอินเตอร์เน็ตมาใช้อย่างต่อเนื่องและระบบประมวลผลที่พบได้ทุกหนแห่งนั้นได้สร้างส่วนขยายเชื่อมต่อโลกใบนี้เปรียบกับเป็นดั่งระบบประสาทของมนุษย์ที่ใช้ในการส่งข้อมูล ความคิดและความรู้สึกจากคนๆหนึ่งไปสู่อีกนับล้านๆคนโดยผ่านความเร็วของแสงเรากำลังเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายข้อมูลระดับโลกจากคนๆหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งโดยผ่าน email การส่งข้อความ สังคมออนไลน์ เกมส์ที่ใช้ระบบการเล่นหลายๆคน และการสื่อสารระบบดิจิตอลรูปแบบอื่นๆอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนธุรกิจบางอย่างที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีนั้นตอนนี้กำลังพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะอยู่รอดให้ได้ เช่น หนังสือพิมพ์ บริษัทนำเที่ยว ร้านหนังสือ เพลง ร้านเช่าวิดีโอ และร้านถ่ายภาพ สิ่งเหล่านี้กลายเป็นตัวอย่างแรกๆที่กำลังประสบปัญหาอันเป็นผลจากแรงขับเคลื่อนทางเทคโนโลยีทำให้อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบสิ้นเชิงหรือไม่ก็หายสาบสูญไปเลย รวมไปถึงสถาบันหรือองค์กรต่างๆก็เช่นกัน อาทิ บริการด้านไปรษณีย์ของประเทศอยู่ในภาวะขาดแคลนลูกค้าอย่างรุนแรงเนื่องจากการสื่อสารระบบดิจิตอลทำให้การเขียนจดหมายหายไป ปล่อยให้พนักงานอาวุโสทำหน้าที่เพียงแค่ส่งโฆษณาและ Junk mail เท่านั้น ในช่วงเวลาเดียวกันองค์กรทางสังคมและรูปแบบพฤติกรรมซึ่งไม่เคยคาดคิดมาก่อนที่จะเริ่มใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต จาก Facebook และ Twitter เปลี่ยนเป็น Amazon และ iTune จาก eBay และ Google เป็น Baidu,Yandex.ru และGlobo.com

ตอนนี้ปรากฏการณ์ทุกอย่างเกิดจากแรงขับเคลื่อนของการเชื่อมโยงคนเป็นพันๆคนเข้ากับอินเตอร์เน็ต นอกจากเชื่อมต่อกับคนแล้วยังเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ดิจิตอล อุปกรณ์หรือเครื่องจักรอื่นๆโดยที่ไม่มีมนุษย์เข้าไปเกี่ยวข้องซึ่งมีจำนวนมากกว่าคนบนโลกเสียอีก

เทคโนโลยีและ World Brain

world brain เป็นจักรภพของข้อมูลโลกซึ่งสามารถเข้าถึงโลกของคนอื่นได้เรียกว่า “หน่วยงานกลางด้านจิตใจ” เป็นคลังความรู้และไอเดียที่ได้รับมาหลังจากนั้นนำมาจัดหมวดหมู่ สรุปผล นำมาย่อยให้เล็กลง แล้วนำมาอธิบายให้ชัดเจนมากขึ้นและก็นำมาเปรียบเทียบ สิ่งที่เราเคยนำมาเปรียบเปรยตั้งแต่แรก ตอนนี้เป็นจริงแล้ว ตอนนี้คุณสามารถค้นหาได้จาก Wikipedia หรือ Google แล้วจะมีเว็บไซต์ขึ้นมาให้เลือกเป็นล้านล้านเว็บไซต์ เพราะว่าระบบประสาทของมนุษย์เชื่อมต่อกับสมองและสมองเป็นตัวยกระดับของจิตใจ นักเทววิทยาผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของศตวรรษที่ 20 Teihard de Chardin ได้แก้ไขการเปรียบเปรยของ Hawthorne อีกครั้ง ในช่วงทศวรรษที่ 50 เขาได้มองเห็นถึง “planetization” ของการมีสติรับรู้ภายใต้เครือข่ายความสามารถของเทคโนโลยีด้านความคิดมนุษย์ซึ่งเขาเรียกว่า “Global Mind” ในขณะที่ความเป็นจริงในปัจจุบันกับความหมายของ Teihard มนุษย์เป็นผู้ออกแบบซุปเปอร์คอมพิวเตอร์และซอฟท์แวร์มากมาย Global Mind กลายเป็นเครื่องมืออันทรงพลังอำนาจมากที่สุดที่มนุษย์เคยใช้มา ไม่น่าแปลกใจเลยว่านี่คือการเริ่มต้นที่จะสร้างวิธีการคิดทั้งแบบลึกซึ้งและแบบธรรมดาซึ่งพบได้ทุกที่และครอบคลุมทั่วถึงในทำนองเดียวกัน บริษัทระหว่างประเทศมีประสิทธิภาพมากขึ้นจากการทำงานด้วยระบบ outsourcing กับประเทศต่างๆ และ การทำงานระบบ robosourcing ที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อัจฉริยะจึงทำให้เรามีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยการเชื่อมความคิดของเราเข้ากับคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์และระบบฐานข้อมูลทั่วโลกการเปลี่ยนแปลงที่ถูกขับเคลื่อนโดยอินเตอร์เน็ตและการแลกเปลี่ยนข้อมูลโดยช่องทางหลักนั้นเป็นได้ทั้งสร้างสรรค์และแปลกใหม่พร้อมกันเมื่อพิจารณาจากสิ่งที่เราพูดถึง ทุกวันนี้เราต่างพากันก้มหน้าเล่นสมาร์ทโฟนถึงแม้จะนั่งกินข้าวอยู่ก็ตามเพียงแค่เลื่อนหน้าจอไปมา เราใช้เวลาไปกับสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อื่นๆที่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตซึ่งดูเหมือนว่าทำให้การพูดสื่อสารไม่มีอีกต่อไป นักปรัชญา Sherry Turkle ได้เขียนเอาไว้เมื่อเร็วๆนี้ว่า “ เราใช้เวลามากขึ้น ช่วงเวลาดังกล่าวเรียกว่า โดดเดี่ยวด้วยกัน” การที่เราจมดิ่งไปกับเทคโนโลยีออนไลน์ทำให้มีคนตั้งคำถามว่าเราติดมันใช่ไหม คู่มือการวินิจฉัยและสถิติสำหรับความผิดปกติทางจิต (The Diagnostic and statistical Manual of Mental Disorder- DSM)
ตอนนี้ในโลกมีคนประมาณ 500 ล้านคนที่เล่นเกมส์ออนไลน์อย่างน้อย 1 ชั่วโมงต่อวัน ในอเมริกาโดยเฉลี่ยคนที่มีอายุต่ำกว่า 21 ปีใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเล่นเกมส์ออนไลน์มากกว่าเวลาที่ใช้ในห้องเรียนตั้งแต่เกรด 1-12 และไม่เพียงเฉพาะเกิดขึ้นในกลุ่มวัยหนุ่มสาวและเด็กเท่านั้น โดยเฉลี่ยคนที่เล่นเกมส์ออนไลน์จะเป็นผู้หญิงอายุราว 44-46 ปีและในกลุ่มที่เล่นเกมส์ออนไลน์คิดเป็นผู้หญิงประมาณ 55% ในอเมริกาและประมาณ 60% ที่สหราชอาณาจักร (จากทั่วโลก คนที่คอมเม้นท์เรื่องต่างๆจะเป็นผู้หญิง 60% และ คนที่โพสรูปลงเฟสบุ๊คจะเป็นผู้หญิง 70%)

ความทรงจำ , “Masks” และผลกระทบ Gutenberg

เทรนด์ที่กำลังเพิ่มมากขึ้นนี้ได้แสดงถึงบางสิ่งบางอย่าง ผู้เชี่ยวชาญต่างพากันถกเถียงและมีเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ คือ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนกับอินเตอร์เน็ต อาจจะเกิดกลไกในการปรับเปลี่ยนภายในสมองของเราหรือลักษณะของการรับรู้ซึ่งขึ้นอยู่กับเวลาที่เราใช้ไปกับโลกออนไลน์ ความทรงจำของมนุษย์ได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีสื่อสารใหม่อันทันสมัยจากข้อมูลดังกล่าวสรุปได้ว่าคนส่วนใหญ่ใช้อินเทอร์เน็ตและพวกอุปกรณ์ โปรแกรมและฐานข้อมูลต่างๆล้วนเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตทั้งสิ้น ซึ่งข้อมูลบางอย่างสามารถเก็บไว้กับอุปกรณ์บันทึกข้อมูลภายนอกหรืออย่างน้อย อัลเบิร์ต ไอลสไตน์ก็เคยพูดว่า “อย่าจำในสิ่งที่คุณสามารถค้นหาได้จากในหนังสือ” จากคำพูดของเพลโตกล่าวว่า เมื่อเทพของอียิปต์ชื่อ Theuth ได้บอกกับฟาร์โร่ห์องค์หนึ่งนามว่า Thamus ว่า การจดบันทึกเป็นเทคโนโลยีการสื่อสารรูปแบบใหม่ในสมัยนั้นซึ่งจะทำให้เราสามารถจำเรื่องราวได้ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน ฟาร์โร่ห์ Thamus ไม่เห็นด้วยกล่าวออกไปว่า การเขียนจะสร้างความหลงลืมให้กับจิตวิญญาณของเรา เราจะหยุดฝึกการจำสิ่งต่างๆเพราะเราไว้ใจในสิ่งที่เราเขียน ความสามารถที่จะระลึกถึงสิ่งต่างๆด้วยตนเองจะหายไปเพราะเราใช้สิ่งภายนอกช่วยในการจดจำแทน ดังนั้น การเคลื่อนที่นี้แทบจะไม่ใช่สิ่งใหม่ สิ่งที่แตกต่างอย่างมากในการรวมตัวระหว่างการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตกับอุปกรณ์ที่ใช้ประมวลผลโทรศัพท์มือถือ แท้ที่จริงสิ่งที่ชี้วัดความฉลาดในศตวรรษที่ 21 ก็คือ ความสะดวกสบายที่เราสามารถเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆลงบนอินเทอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็วนักวิทยาศาสตร์หาข้อสรุปไม่ได้ว่า คำพูดหรือประโยคที่ซับซ้อนเกิดขึ้นเป็นผลมาจากการกลายพันธุ์อย่างฉับพลันหรือไม่ก็เกิดการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไปและในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ ภาษาพูดนับเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศซึ่งใช้ในสังคมมนุษย์มากมาย ตัวอักษรที่เยี่ยมยอดเป็นของกรีกโบราณซึ่งถูกประดิษฐ์ขึ้นครั้งแรกโดยชาวฟินิเชียน ทำให้เกิดวิธีการคิดรูปแบบใหม่ซึ่งใช้อธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบฉับพลันในเอเธนส์ช่วงศตวรรษที่ 4 และ 5 เช่น วาทกรรมด้านปรัชญา โรงละครที่ยิ่งใหญ่ การเกิดแนวความคิดที่ทันสมัยอย่างเช่นประชาธิปไตย รูปแบบตัวอักษรเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับรูปแบบ hieroglyphics, pictographs และ cuneiform (อักษรรูปลิ่ม) พบว่า ตัวอักษรกรีกเกิดจากรูปแบบที่เป็นนามธรรมเหมือนกับนำรูปแบบอักษรทุกอย่างดังกล่าวมาผสมกันจึงเกิดขึ้นตัวอักษรภาษาอังกฤษแบบปัจจุบัน การนำภาษาเขียนซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ของการสื่อสารมาใช้นั้นนำมาซึ่งความสามารถที่เพิ่มขึ้นในการจัดเก็บภูมิปัญญาที่สั่งสมกันตั้งแต่รุ่นอดีตโดยใช้สิ่งอื่นมาช่วยบันทึกแทนสมองซึ่งคนอื่นสามารถเข้าถึงได้ ภายหลัง หลังจากการตีพิมพ์ Gutenberg ไม่นานก็เกิดการสำรวจเส้นทางเดินเรือ เมื่อโคลัมบัสเดินทางกลับจากบาฮามัส ความท้าทายอย่างแรกที่เจอคือ ศาสนจักรกลางและผู้มีอำนาจในระบบศักดินาซึ่งกลายมาเป็นความท้าทายในกฎของระบบกษัตริย์ พ่อค้าและชาวนาเริ่มกล้าที่จะตั้งคำถามว่าทำไมพวกเขาถึงไม่สามารถทำตามใจตัวเองได้ซึ่งขึ้นอยู่กับความรู้ที่มีอยู่ ณ ขณะนั้น เมื่อความรู้เป็นที่ต้องการจึงนำไปสู่ผลงานยุคสมัยใหม่ จาก Cervantes และ Shakespeare เปลี่ยนไปเป็นงานเขียนบทความและหนังสือพิมพ์ ความคิดที่ก้องกังวานสะท้อนความคิดของคนส่วนใหญ่ดึงดูดให้ผู้อ่านจำนวนมากหยุดนิ่งซึ่งปัจจุบันก็คือ Google นั่นเองเมื่อถึงยุคเรืองปัญญา ความรู้และเหตุผลกลายเป็นแหล่งอำนาจทางการเมืองซึ่งทัดเทียมกับความมั่งคั่งและกองกำลังทหาร ความสามารถในการปกครองตนเองภายใต้กรอบแสดงถึงประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน

การปฏิวัติดิจิตอลได้กระตุ้นก่อให้เกิดรูปแบบใหม่ทางด้านสังคม วัฒนธรรม การเมืองและการค้าซึ่งส่งผลต่อโลกให้เกิดรูปแบบใหม่อีกครั้งระบบสังคมวัฒนธรรม การเมือง การค้าและการศึกษาของเราล้วนสัมพันธ์ซึ่งกันและกันรวมทั้งวิธีที่เราคิดได้ถูกจัดการใหม่ตั้งแต่รากฐานควบคู่ไปกับการเกิดของ Global Mind และการเติบโตของข้อมูลดิจิตอลเป็นไปในอัตราแบบ exponential จำนวนคนทั่วโลกที่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตเพิ่มเท่าตัว ซึ่งภายในปี 2015 จำนวนอุปกรณ์พกพาจะมีเท่ากับจำนวนคนในโลกใบนี้ ในอีก 5 ปีข้างหน้า จำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตผ่านมือถือเพียงอย่างเดียวจะเพิ่มขึ้น 56 เท่า และในช่วงเวลาเดียวกัน การไหลเวียนของข้อมูลรวมที่ใช้สมาร์ทโฟนจะเพิ่มขึ้น 47 เท่า ในตลาดโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟนมีส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่าครึ่งหนึ่งในอเมริกาและอีกหลายประเทศในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วการเข้าใจถึงคุณค่าที่เราสามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้นั้นนำไปสู่ ‘’สิทธิมนุษยชน’’ การเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมที่เกิดจากการปฏิวัติดิจิตอลในประเทศพัฒนานั้น พวกเขาจะประสบปัญหาด้านสาธารณสุขและความปลอดภัยจากการใช้อุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ เช่น ผู้ขับขี่รถจะส่งอีเมล์ ข้อความ เล่นเกมส์หรือพูดโทรศัพท์ไปพร้อมกับการสตาร์ทรถยนต์หรือรถบรรทุกความนิยมในไอโฟนและจำนวนเวลาที่ใช้ไปสำหรับการประชุมวีดีโอคอล และ Face time เป็นสาเหตุให้มีการปรับเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาของตัวเองเพื่อให้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่และเราก็ต้องพัฒนา การศัลยกรรมเพื่อให้เกิดผลพึงพอใจ

การเพิ่มขึ้นของ “Big Data”

การเกิดของ Big Data เป็นขอบเขตใหม่ของความรู้วิชาสารสนเทศซึ่งมีพื้นฐานมาจากการพัฒนาอัลกอลิทึ่มสำหรับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์รูปแบบใหม่เพื่อให้เกิดข้อมูลใหม่ซึ่งข้อมูลถูกส่งออกไปเองโดยตรงจากห้องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้ผ่านระบบประสาทสมองของมนุษย์ซึ่งตอนท้ายข้อมูลที่เป็นประโยชน์จะถูกนำไปวิเคราะห์ โดยผ่านระบบที่ติดตั้งเอาไว้ กับระบบเซ็นเซอร์และอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่เป็นประโยชน์ อัลกอริทึ่ม Big Data จะทำการจัดเก็บข้อมูลแล้วบันทึกเพื่อดำเนินการต่อไป

ชุมชนอันชาญฉลาดกำลังใช้เทคนิคในการวิเคราะห์ของ Big Data เพื่อค้นหารูปแบบในการไหลเวียนข้อมูลจำนวนมากรวมไปถึงการคาดการณ์ความวุ่นวายทางสังคมในประเทศหรือภูมิภาคต่างๆ ธุรกิจบางอย่างใช้เทคโนโลยีคล้ายกันนี้ในการวิเคราะห์ข้อมูลจากข้อความหรือทวีตจำนวนมากเพื่อทำนายว่าอุตสาหกรรมของ Hollywood กับ Bollywood ใครจะทำรายได้ได้ดีกว่ากัน

ประชาธิปไตยในความสมดุล

ในช่วงเวลาที่ยากลำบากพบว่าประชาธิปไตยก็ถดถอยเช่นกันเนื่องจากความสนใจหลักของคนส่วนใหญ่ในหลายประเทศเกิดจากอำนาจทางธุรกิจและความร่ำรวย และบางส่วนเล็งเห็นถึงอำนาจของระบบเผด็จการ ผู้สนับสนุนด้านการปกครองแบบประชาธิปไตยหลายคนตั้งความหวังว่าระบบประชาธิปไตยอันแข็งแกร่งที่ถูกสืบทอดกันมาจะกลับมาอีกครั้งในยุคอินเทอร์เน็ตอย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของนักปฏิรูปและการปฏิวัติเริ่มต้นจากอินเทอร์เน็ตแล้วตามมาด้วยรูปแบบเดิมๆซึ่งก็คือเริ่มต้นด้วยความตื่นเต้นต่อมาก็เกิดเป็นความผิดหวังและการหยุดนิ่งการเคลื่อนไหวด้านปฏิวัติในช่วงแรกๆมีอยู่ครั้งหนึ่งที่อินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทสำคัญในการจุดประเด็นขึ้นมา นั่นก็คือ การปฏิวัติ Saffron ที่พม่าในปี 2007 กระตุ้นให้มีการปฏิรูประบอบประชาธิปไตยโดยผ่าน เว็บไซต์ปลอมที่ตั้งขึ้นในร้านอินเตอร์เน็ตและลักลอบนำ thumb drive ผ่านข้ามพรมแดนโดยชาวพม่าที่อาศัยในเมืองไทย แต่เจ้าหน้าที่พม่าได้สกัดกั้นการปฏิวัติ Saffron ไว้ได้ ทำให้เกิดการบล็อกอินเตอร์เน็ตภายในรอยต่อชายแดนการปฏิวัติครั้งนี้ได้ปะทุขึ้นก่อนที่อินเทอร์เน็ตจะถูกปิดทำให้กลุ่มผู้ประท้วงในพม่าคั่งแค้นและยังส่งผลลามไปยังประเทศต่างๆ ปลุกระดมให้รับรู้ถึงระบบเผด็จการในพม่าที่ไม่ยุติธรรมข่มเหงประชาชน อย่างไรก็ตามในประเทศที่มีการปกครองแบบอำนาจนิยมหลายประเทศนั้น การต่อต้านความโหดร้ายนำมาซึ่งการปฏิรูปซึ่งดูเหมือนว่าได้ผลมากขึ้นเนื่องจากนำอินเตอร์เน็ตมาใช้ในการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเทศจีนได้นำระบบเซ็นเซอร์อันทันสมัยมาใช้ในการตรวจจับเนื้อหาบนอินเตอร์เน็ตและควบคุมสิ่งที่อาจก่อให้เกิดแนวโน้มที่นำไปสู่การปฏิวัติและการปฏิรูปได้ ทุกวันนี้ The Great Firewall of China คือสิ่งที่รู้จักกันเป็นอย่างดีที่แสดงถึงความพยายามที่จะควบคุมการใช้อินเตอร์เน็ตการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตระดับสากลเข้ากับประเทศจีนเป็นแบบผูกขาดโดยที่รัฐเป็นผู้ดำเนินการและปฏิบัติตามระบบ protocol อย่างรอบคอบเพื่อเปลี่ยนอินเตอร์เน็ตภายในประเทศเป็นแบบ intranet แทนในปี 2016 จีนวางแผนที่จะควบคุมเนื้อหาบนอินเตอร์เน็ตซึ่งขัดแย้งกับการใช้ search engine ระดับโลกอย่าง Google ที่ได้เห็นเป็นครั้งแรกว่าถูกจำกัดอย่างไรบ้าง หลังจากที่ Google พยายามที่จะหาทางและยอมรับข้อบังคับของจีน แต่จีนกลับปิดกั้นเนื้อหาทุกอย่างในขณะที่อินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทและถูกเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์อื่นๆได้กลายเป็นสิ่งที่มองเห็นได้ชัดและแพร่หลาย รัฐบาลแบบอำนาจนิยมอาจจะพบกับ ยากลำบากมากขึ้นในการใช้อำนาจแบบเดิมในการควบคุมการปฏิวัติที่ไม่ใช้ความรุนแรงส่วนใหญ่จะได้เปรียบในเรื่องความเร็วที่ทำให้คนหันมาสนใจและการเข้าไปใช้อินเตอร์เน็ตภายในประเทศเป็นที่แพร่หลายทำให้รัฐบาลยากลำบากในการควบคุมในยุคเฟื่องฟูของดิจิตอล Mohamed Bouazizi เป็นผู้จุดชนวนให้เกิดการประท้วงโดยได้อัดวิดีโอและการดาวน์โหลดวิดีโอดังกล่าว นำไปสู่ชนวนให้เกิดเหตุการณ์อาหรับสปริง การเปลี่ยนแปลงที่นักวิเคราะห์หลายคนต่างพากันเชื่อว่าสิ่งสำคัญที่เป็นจุดเริ่มต้นของอาหรับสปริงก็คือ ในปี 1996 การเริ่มนำช่องดาวเทียม Al Jazeera มาใช้และหลังจากนั้นไม่นานก็มีช่องดาวเทียมเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 700 ช่องซึ่งประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่ายโดยใช้จานดาวเทียมที่มีขนาดเล็กและราคาถูก ซึ่งมีเหตุการณ์อาหรับสปริงเกิดขึ้นที่จัตุรัสทาห์รีร์ในกรุงไคโร ประชาชนนิยมใช้จานดาวเทียมและอินเตอร์เน็ตทั่วทุกภูมิภาค นักสังคมวิทยาและนักวิทยาศาสตร์เชิงการเมืองยากลำบากที่จะวิเคราะห์สิ่งที่มีอิทธิพลต่อสื่ออิเล็กทรอนิกส์แบบใหม่อันเป็นสาเหตุของอาหรับสปริง ประเทศอียิปต์ก็เหมือนกับประเทศตูนีเซียที่ประสบปัญหาความยากลำบากในการปิดอินเตอร์เน็ตเช่นเดียวกับในประเทศพม่าและอิหร่าน ภายในปี 2011 เมื่อรัฐบาลปิดกั้นช่องทางการเข้าอินเตอร์เน็ตทุกช่องทางทำให้ปฏิกิริยาของสังคมมีความรุนแรงทำให้ไฟแห่งความเกลียดชังร้อนแรงขึ้น ผู้ประท้วงตั้งใจแน่วแน่ที่จะบังคับให้ Mubarak ลงจากตำแหน่งให้ได้แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมีการต่อสู้ทางการเมืองตามมา จริงๆแล้ว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทั้งในอียิปต์ ลิเบีย
ซีเรืย บาห์เรน เยเมน รวมไปถึงอิหร่านด้วย มีการนำรูปแบบเดิมมาใช้ซึ่งก็คือเกิดการเคลื่อนไหวด้านการปฏิวัติที่มีอำนาจมาจากการรับรู้ทางด้านการเมืองที่สั่งสมกันมาทางอินเตอร์เน็ตกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแต่ไม่สามารถรวมกันให้เป็นหนึ่งได้เพื่อชัยชนะบังคับให้การปฏิวัติซ้อนสามารถควบคุมสื่อได้อย่างเข้มงวดและสร้างการปกครองใหม่อีกครั้ง ในประวัติด้านเทคโนโลยีสื่อสารที่มีเอกลักษณ์ในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือได้ให้เหตุผลของการปฏิรูปที่ล้มเหลวในการที่จะรวมให้เป็นหนึ่งเดียวในประวัติด้านเทคโนโลยีสื่อสารที่มีเอกลักษณ์ในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือได้ให้เหตุผลของการปฏิรูปที่ล้มเหลวในการที่จะรวมให้เป็นหนึ่งเดียว การรับรู้ด้านการเมืองเกิดขึ้นพร้อมกับการปฏิวัติการพิมพ์ในยุโรป อเมริกาเหนือและต่อมาในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ เมื่ออาณาจักตออตโตมันสั่งห้ามแท่นพิมพ์สำหรับคนที่พูดภาษาอารบิกซึ่งทำให้ดินแดนที่ออตโตมันปกครองเริ่มแยกตัวออกไปทำให้เกิดความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว (เช่น การปฏิวัติวิทยาศาสตร์) เช่น เกิดแท่นพิมพ์ในยุโรป อีก 200 ปีต่อมาเมื่อมุสลิมอาหรับตั้งคำถามว่า “เกิดอะไรขึ้น” ส่วนหนึ่งของคำตอบเป็นผลมาจากการปฎิวัติการพิมพ์

ดังนั้น รัฐธรรมนูญจึงถือกำเนิดขึ้นทางฝั่งตะวันตกเพื่อให้ประชาธิปไตยแบบมีผู้แทนเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาซึ่งไม่เคยทำได้เลยในฝั่งตะวันออกกลาง ดังนั้นหลายศตวรรษที่ผ่านไป การรับรู้ด้านการเมืองแบบใหม่บนอินเตอร์เน็ตไม่สามารถทำให้เกิดโครงสร้างที่ชัดเจนเพื่อที่จะปกครองตามหลักการของนักปฏิรูปได้ แต่อำนาจของอำนาจนิยมสามารถทำให้สิ่งที่เป็นนามธรรมที่ปรารถนาจะควบคุมสังคมและเศรษฐกิจเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้ตามที่รัฐธรรมนูญเคยกล่าวเอาไว้ รวมไปถึงกองทหาร ตำรวจแห่งชาติและข้าราชการเป็นผู้มีอำนาจเด็ดขาด