วันที่ 12 เพาะกล้าทานตะวัน ตำนานพระเจ้าฝนแสนห่า และประเพณีใส่ขันดอกอินทขิลวันแรก (1 มิถุนายน 2559)

วันพุธคาบสุดท้ายของทุกสัปดาห์

โรงเรียนได้จัดกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้

ฉันยังคงประจำอยู่ฐานเดิม คือ เพาะกล้าทานตะวัน

แต่วันนี้นักเรียนที่เข้าฐานเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6


วันนี้เด็ก ป.6 ไม่วุ่นวายเท่าเด็ก ป.1 เมื่อสัปดาห์ก่อน

แต่ออกแนวจะกวนซะมากกว่า


ก่อนเริ่มปฏิบัติ ก็ให้เด็กได้ศึกษาทฤษฎีก่อน

ฉันแอบสังเกตเห็นเด็กนั่งหงอยกันเป็นแถบๆ

พอครูอนุญาตให้ฝึกปฏิบัติเท่านั้นแหละ คึกคักเลย

เริ่มจากการตัดขวดน้ำ ทำเป็นกระถางก่อน

รูปตอนฉันกำลังเจาะรูขวดน้ำให้เด็กๆ (เด็กๆมีการถักเปียรอระหว่างรอกระถางด้วย ^^)


เด็ก ป.6 ไม่ค่อยวุ่นวายและถามมากๆเหมือนเด็ก ป.1

กิจกรรมวันนี้จึงผ่านไปอย่างรวดเร็วและเรียบร้อยดี

รูปเด็กกำลังนำดินใส่กระถาง (ดูท่านั่งของเด็กหญิง ><)

รูปตอนเด็กๆกำลังเตรียมใส่เมล็ดทานตะวัน


ชีวิตการเป็นนักศึกษาฝึกสอนผ่านพ้นไปอีกหนึ่งวันแล้ว

ที่จริง เวลาก็ผ่านไปเร็วเหมือนกันนะ

เผลอแปบเดียว พรุ่งนี้ก็วันพฤหัสบดีแล้ว

หน้าที่ครูเวรครั้งที่ 3 กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ><

ต้องตื่นเช้า (กว่าปกติ) อีกแล้ว...


วันนี้เป็นวันแรกของประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล

หลังจากทำหน้าที่ครูทั้งวันแล้ว

คืนนี้ฉันก็ไปทำบุญใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิลที่วัดเจดีย์หลวง

เพราะฉันได้ยินคุณครูท่านหนึ่งเล่าเรื่องประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล ในชั่วโมงเรียนวิชาเชียงใหม่เมืองงาม ชั้น ป.5

ฉันก็เลยไปสืบค้นข้อมูลมาเพิ่มเติม

http://library.cmu.ac.th/ntic/knowledge_show.php?d...

นอกจากนี้ครูก็พูดถึงพระเจ้าฝนแสนห่าด้วย

ซึ่งฉันเป็นคนเมืองเชียงใหม่มาโดยกำเนิด ยังไม่เคยทราบตำนานนี้มาก่อนเลย

ครูเล่าว่า พระเจ้าฝนแสนห่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่

วันแรกของประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล เมืองเชียงใหม่จะมีการอัญเชิญพระเจ้าฝนแสนห่าแห่รอบเมืองเชียงใหม่

ครูเล่าว่า เมื่อใดก็ตามที่มีการแห่พระเจ้าฝนแสนห่า

แม้จะแดดร้อน ฟ้าเปิดเพียงใด ฝนก็จะตกทุกปี

และในวันนี้ที่มีการแห่พระเจ้าฝนแสนห่า ฝนก็จะตก

ตอนที่ได้ยิน ฉันก็คิดว่าเป็นเรื่องเล่าที่เล่าต่อกันมา

แต่การมาใส่ขันดอกคืนนี้พิสูจน์ให้ฉันเห็นได้ว่า ตำนานที่เล่าต่อกันมาเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์จริงๆ

เพราะหลังจากที่ใส่ขันดอกแล้ว ฉันก็ไปกราบพระ และตักน้ำขึ้นสรงพระเจ้าฝนแสนห่า

แทบจะทันทีที่ฉันวางกระบวยสรงน้ำลง ฝนก็เทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก

คณะกลองสะบัดชัยที่กำลังโชว์บนเวทีอยู่เปียกกันหมด รวมถึงผู้ชม และฉันด้วย

ฉันวิ่งไปหลบฝนที่เพิงข้างวิหาร

ฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก และยาวนาน

เกือบจะชั่วโมงที่ติดฝนที่วัด

ไม่น่าเชื่อเลย มันเป็นเรื่องปาฏิหาริย์และน่าอัศจรรย์มากจริงๆ

และจากที่ฉันไปค้นมาเพิ่มเติม พระเจ้าฝนแสนห่าเป็นพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ที่วัดช่างแต้มด้วย (ฉันเข้าใจว่าประดิษฐานอยู่ที่วัดเจดีย์หลวง)


ภาพบรรยากาศใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิลหลังจากฝนตกอย่างหนัก ด้านหน้าเป็นพระพุทธรูปฝนแสนห่า


ภาพประชาชนกำลังสรงน้ำพระเจ้าฝนแสนห่า (ขอบคุณภาพจาก http://www.thairath.co.th)


ภาพน้ำฝนที่ขังเจิ่งนองเต็มถนนจากฝนที่กระหน่ำตกลงมา


หลังจากฝนตกลงมาอย่างหนัก น้ำก็ท่วมเต็มถนนเลย

เกือบครึ่งล้อรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ริมถนนเลย (จริงๆ ^^)

เป็นการทำบุญที่ชุ่มช่ำที่สุดเท่าที่เคยผ่านมาเลย ^^

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวเสาวภา เรือนปัญโญ (ภาคเรียนที่ 1/2559)



ความเห็น (0)