๔๐๕. บทเรียนประชาธิปไตย ...บทเรียนของมอส

เบอร์ ๔ เด็กชาย ณ ภัทร แช่มโสภา หรือ บ๊วย มือกลองของโรงเรียน บ๊วย ..เป็นเด็กน่ารัก หน้าตาดี พูดจาดี ขยันทำงาน ใฝ่รู้ใฝ่เรียน ที่สำคัญ บ๊วย ..อยู่ในหมู่บ้านที่รายล้อมด้วยเพื่อนและน้องๆ เรียนอยู่ชั้น ป๑ – ป.๔ มากมาย จึงไม่จำเป็นต้องมีหัวคะแนน

บรรยากาศการเลือกตั้งประธานนักเรียนในวันนี้..คึกคักเป็นพิเศษ..ใม่มีอะไรผิดสังเกต เพราะ..เลือกตั้งกันทุกปี แต่ปีนี้..แปลกใจนิดเดียว..ทำไมนักเรียนสมัครรับเลือกตั้งกันมากมายถึง ๖ คน ที่ผ่านมา..สมัครกันเพียง ๒ – ๓ คน เท่านั้น..การแข่งขันทางการเมือง..ครั้งนี้..ค่อนข้างตึงเครียด...

ผู้สมัครทั้ง ๖ คน..หาเสียงกันมาหลายวันแล้ว พูดแนะนำตนเอง แจกแจงนโยบายหน้าเสาธง และติดโปสเตอร์ตามอาคาร ประกาศตัว..พร้อมรับเลือกตั้ง ..ปรารถนาจะทำงาน..เสียสละ เพื่อพัฒนาโรงเรียนให้เจริญก้าวหน้า......

เก้าโมงครึ่ง..การเลือกตั้งเสร็จสิ้น นักเรียนทั้งหมด ๗๙ คนมาใช้สิทธิ ๗๕ คน บัตรเสีย ๒ ใบ ดูอย่างไร..ก็รู้ว่า มีเพียงสองเบอร์เท่านั้นที่ขับเคี่ยวกัน คือ...

เบอร์ ๑ เด็กชายสรวิชญ์ บัวศรี หรือ มอส ชั้น ป..๖ นักดนตรีของโรงเรียน..ที่มีผลการเรียนดี เป็นที่รักของน้องๆ เสียอย่างเดียว เป็นเด็กที่พูดมาก บางครั้งพูดไม่ถูกกาลเทศะ...มอส..มีหัวคะแนน ที่ทุกคนทราบดี และมอส..ก็จะมั่นใจในตัวเองมาก ด้วยมี ยาย..ให้กำลังใจอยู่เบื้องหลัง คุณยายของมอส..มีฐานะดี ในระดับแถวหน้าของหมู่บ้าน

เบอร์ ๔ เด็กชาย ณ ภัทร แช่มโสภา หรือ บ๊วย มือกลองของโรงเรียน บ๊วย ..เป็นเด็กน่ารัก หน้าตาดี พูดจาดี ขยันทำงาน ใฝ่รู้ใฝ่เรียน ที่สำคัญ บ๊วย ..อยู่ในหมู่บ้านที่รายล้อมด้วยเพื่อนและน้องๆ เรียนอยู่ชั้น ป๑ – ป.๔ มากมาย จึงไม่จำเป็นต้องมีหัวคะแนน

ช่วงนับคะแนน..กองเชียร์..ออกเสียงเฮ ลั่น เมื่อขานคะแนน เบอร์ ๑ กับ เบอร์ ๔ และแล้วเบอร์ ๔ ก็ทิ้งห่างเบอร์ ๑ ตามความคาดหมาย..ของครู ที่ยืนดูด้วยใจเป็นกลาง

บ๊วย ได้ ๒๙ คะแนน มอส ได้ ๑๘ คะแนน ..คะแนนเสียงที่เหลือก็เฉลี่ยไปยังเบอร์ต่างๆ คนละ ๕ – ๑๐ คะแนน

บ๊วย..กล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียง และบอกว่า จะทำงานกับคณะครู ช่วยเหลืองานโรงเรียนให้ดีที่สุด ภารกิจต่อไปคือ..แต่งตั้งคณะกรรมการนักเรียนฝ่ายต่างๆ

ผมมองเห็นสีหน้าของ มอส..ออกอาการเศร้าซึม..ผมอยากจะเข้าไปปลอบใจ แต่คิดว่าปล่อยให้เขาทำใจสักพัก..แต่แล้ว...ก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ ทำให้ผมไม่ต้องปลอบ มอส อีกแล้ว

ผมคิดว่า การที่ มอส..เศร้าเสียใจ อาจเป็นเพราะ กลัวยายจะต่อว่า หรือไม่ก็ มอส กลัวยายจะผิดหวัง ..จริงๆเรื่องเลือกตั้งประธานนักเรียนไม่น่าจะเกี่ยวกับคุณยายมอสเลย ...แต่ปีนี้..เกี่ยวข้องกันอย่างชัดเจน
“ครูคะ มอสแจกตังค์ซื้อเสียงค่ะ มอสให้คนละ ๒๐ บาท ค่ะ”

“ครูครับ ยายมอส แจกตังค์พวกผมที่ร้านก๋วยเตี๋ยว คนละ ๒๐ บาทครับ” ผมจึงต้องเรียกมอสมาถาม ต่อหน้าครูประจำชั้น ที่เป็นที่ปรึกษาโครงการประชาธิปไตย และดูแลการเลือกตั้งในวันนี้ ให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์และยุติธรรม

“มอส เห็นน้องๆ บอกว่า มอสแจกตังค์..ซื้อเสียง..เป็นความจริงหรือเปล่า” “จริงครับ”

มอส มีสีหน้าเศร้าซึมมากกว่าเดิม เหมือนอยากจะร้องไห้ “ “มอส แจกเงินไปเท่าไหร่”

“ ๒๐๐ ครับ ยายบอกให้แจกคนละ ๒๐ ครับ” “ แจกใครบ้าง”

ผมซักไซ้จนมอสบอกความจริงทั้งหมด..ว่าแจกเมื่อเช้า...ให้น้อง ป.๑ ป๓ และ ป.๔ ทั้งหมด ๑๐ คน ไม่รวมที่คุณยายมอส แจกนอกโรงเรียนด้วย

ผมได้เรียกนักเรียนทุกคน ที่รับเงินจากมอสมานั่งพูดคุย อธิบายถึงการซื้อสิทธิ ขายเสียง ก็ไม่รู้ว่านักเรียนจะเข้าใจมากน้อยแค่ไหน...แต่ที่แน่ๆ ผมขอให้เอาเงินมาคืนมอสโดยเร็วที่สุด นักเรียนทุกคนรับปาก...

ผมบอกมอสว่า...การเลือกตั้ง..เป็นเรื่องของประชาธิปไตย..เราต้องยอมรับ..เป็นสิทธิของน้องและเพื่อนๆ เขาจะเลือกใครก็ได้...เพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจ ผมจึงถามนักเรียนที่รับเงินจากมอสว่าเธอเลือกใคร... เธอได้เลือกมอสหรือเปล่า...

“ไม่ได้เลือกหรอกครับ” “ไม่ได้เลือกหรอกค่ะ” มิน่าล่ะ..มอส จึงดูเศร้าผิดสังเกต..เพราะ ถูกหักหลังนี่เอง

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๙ มิถุนายน ๒๕๕๙

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

เป็นประชาธิปไตยที่ทันยุค ทันสมัยนะเนี่ยะ

อย่างนี้.....โตไปไม่โกง....หรือเปล่า ?????