วันที่ 6 อังคาร…สุดหรรษา (24/05/2559)

วันนี้ก็มีสอนในวิชาภาษาไทยชั้น ป.2 และ ป.3 และได้ลองใช้เกมและเพลงมาร่วมด้วย สามารถช่วยดึงดูดเด็กให้สนใจและอยากที่จะเรียนได้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะย้ำให้เด็กได้อ่านและเขียน ทำให้มีความรู้สึกว่า การสอนวันนี้ค่อนข้างดีกว่าเมื่อวาน เด็กๆให้ความร่วมมือและสนใจ ที่จะเรียนรู้ และทำให้มีกำลังใจที่อยากจะสอน และคิดกิจกรรมต่างๆมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้แก่เด็กๆเพิ่มมากขึ้น ส่วนตัวคิดว่าการสอนถ้าสนุกทั้งครูและนักเรียนจะช่วยให้บรรยากาศใน การเรียนรู้ดี และส่งเสริมการเรียนรู้ได้ และอยากให้เป็นแบบนี้ในทุกๆชั่วโมง (คงจะดีไม่น้อย) แต่ยังไงซะ เรื่องของการสอนก็เต็มที่และพยายามในทุกครั้ง บอกกับตัวเองไว้ เรามาฝึกแม้มันจะมีบางครั้งที่ไม่ได้ดีทุกอย่าง แต่เราก็เต็มที่กับสิ่งที่ทำ และที่สำคัญสิ่งที่ผิดพลาดไปก็ช่วยให้รู้ข้อเสียและปรับปรุงตัวเองได้

และในวันนี้ตอนบ่าย เด็กนักเรียน ชั้น ป.1 เล่นกันแล้วทะเลาะกัน จนถึงขั้นร้องไห้และเพื่อนมาฟ้องครูพี่เลี้ยง ครูพี่เลี้ยงจึงเรียกทั้งสองคนมา แล้วถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เด็กชายออมสิน เล่าว่าเล่นกันอยู่ดีๆ เด็กชายปีโป้ก็มาเตะแล้วออมสินเจ็บก็เลยร้องไห้ ครูพี่เลี้ยงจึงถามว่าปีโป้ไปเตะออมสินทำไม ปีโป้ก็บอกว่าออมสินผลักปีโป้ก่อน ครูจึงลงโทษโดยการให้ผลัดกันทำในสิ่งที่ตนเองทำให้เพื่อนเจ็บ แต่ไม่แรง และถามว่ารู้สึกยังไง เจ็บไหม เด็กทั้งสองตอบว่าเจ็บ ครูก็บอกว่า เห็นไหมว่าที่เธอทำกับเพื่อน เพื่อนก็เจ็บเหมือนกัน และถามว่า ดังนั้นเธอควรทำมั้ย เด็กก็ตอบว่าไม่ แล้วให้ขอโทษกัน และสอนว่าอย่าเล่นกันรุนแรง ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง ถ้าคนทำร้ายเพื่อนจะไม่ได้เรียนหนังสือ จะได้ไปอยู่ในคุกในตารางแทน ส่วนคนที่เจ็บก็จะได้ไปอยู่โรงพยาบาล เด็กนักเรียนทั้งสองก็ฟังคุณครู สุดท้ายก็ไปนั่งด้วยกันและเขียนหนังสือ กลับมาเล่นและเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม มันคงเป็นธรรมชาติของเด็กที่จะต้องเจอ และในตอนเย็นครูก็ยังเป็นช่างตัดผมให้แก้วเกล้าเพราะแก้วเกล้าผมยุ่งมาก ครูบอกว่าเห็นแล้วไม่เรียบร้อย แต่ก็จริงนะตัดผมออกมาแล้วดูดีกว่าเดิม และเด็กก็ดีใจที่มีคนชมว่าน่ารักขึ้นด้วย

       ครูพี่เลี้ยงจะมีข้อคิดดีๆให้เสมอ อย่างเช่นในวันนี้ครูบอกว่า นอกจากงานสอนแล้ว ครูก็ต้องเป็นได้ทุกอย่าง บางครั้งก็เป็นกรรมการ อย่างที่ได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ บางครั้งก็เป็นพยาบาลถ้าเด็กเจ็บตัว หรือไม่สบาย และเป็นได้กระทั่ง ช่างตัดผม ฉะนั้นเห็นไหมว่า ทุกอย่างที่ทำ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่า “ครู” และครูก็ย้ำอีกครั้งว่า หากใจไม่รัก ก็อย่าทำในอาชีพนี้เลย เพราะมันไม่ใช่งานสบายๆ มันหนักสมกับชื่อ “ครุ” ซึ่งเป็นประโยคที่ครูได้พูดตั้งแต่วันแรกที่เจอกับฉัน ทำให้ฉันคิดว่า เด็กๆโชคดีจริงๆที่ได้ครูคนนี้ และฉันเช่นกัน ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่ได้แนะนำและทำให้คิดค่ะ “ครูปุ้ย”<br>

ในตอนเย็นซึ่งเด็กนักเรียนกลับบ้านแล้ว แต่คุณครูประชุมและฉันกับเพื่อนๆก็ยังไม่ได้กลับเช่นกันต้องช่วยกันจัดเตรียมโครงงาน ซึ่งจากการที่ครูไปประชุมมาแล้ว งานด่วนเข้ามาคือ โรงเรียนจะต้องส่งนักเรียนไปแข่งทักษะในวันพรุ่งนี้ ซึ่งกำหนดการเดิมคือวันที่ 2 มิถุนายน แต่ได้เปลี่ยนแปลงกำหนดการใหม่เป็นวันพุธและพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ ซึ่งก็มีเวลาเตรียมตัวแค่เย็นของวันนี้ ฉันและเพื่อนๆนักศึกษาจึงช่วยครูพี่เลี้ยงของเน็ต ในการจัดทำบอร์ดโครงงาน จนเย็นและฝนตก ครูพี่เลี้ยงขอบคุณฉันและเพื่อนๆ จากวันนี้ทำให้รู้ว่า “การเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างมากในทุกๆวัน”


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวอัจฉราพรรณ บุญเรือง...(ภาคเรียนที่1/2559)



ความเห็น (0)