วันที่ 10 นางฟ้า และนางยักษ์ในร่างเดียวกัน...(25 พฤษภาคม 2559)

วันนี้ทำหน้าที่เป็นครูเวรประจำวันเช่นเคย (แต่รู้สึกว่าเป็นครูเวรทุกวันเลยค่ะ เพราะมาโรงเรียนเช้าทุกวัน...)

เข้าเรียนในคาบแรกกับวิชา คณิตศาสตร์ วันนี้สอนเรื่องการเปรียบเทียบจำนวนและการใช้เครื่องหมาย = ซึ่งเป็นเรื่องที่ง่ายต่อการสอนของครูและง่ายต่อการเรียนของนักเรียน เพราะนักเรียนส่วนใหญ่มีความเข้าใจเรื่องนี้เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว จึงทำให้การเรียนการสอนคณิตศาสตร์ในวันนี้ผ่านไปอย่างสวยงามสมกับการลงมือทำสื่อด้วย

ต่อด้วยวิชาภาษาไทยในคาบเรียนที่ 2 วันนี้สอนเรื่องมาตราแม่ กง ในขั้นนำเข้าสู่บทเรียนได้ใช้ปริศนาคำทายเกี่ยวกับคำในมาตราแม่ กง มาถามเด็ก ๆ เพื่อเชือมโยงเข้าสู่บทเรียน แหม...ตั้งใจตอบกันจังเลย แต่ถือว่าโชคดีนะ เพราะท่านที่ปรึกษา และ ผอ. เดินมาหยุดอยู่หน้าห้องพอดี เป็นภาพที่สวยงามมากค่ะ แต่พอถึงเวลาเรียนเนื้อหาเท่านั้นแหละ เริ่มเอาไม่อยู่แล้ว การสอนเกือบจะล่มอยู่หลายรอบ ดีนะที่ครูพี่เลี้ยงช่วยคุมให้ ไม่งั้นนี่เอาไม่อยู่แน่...

สอนเสร็จแล้วค่ะ...2 วิชารวด...เข้าสู่โหมดตรวจงาน ก็ต้องนั่งตรวจกันต่อไป (เน้นละเอียดตั้งแต่วันที่ยันขีดเส้นใต้เลยนะคะ)

สำหรับวันนี้รู้สึกว่าผ่านไปเร็วมาก นี่ถึงเวลารับประทานอาหารกลางวันแล้วหรอ เอาล่ะ พร้อมนะคะ ...My lunch today is Crab omelette on rice and cabbage soup with minced poke.

ผ่านไปครึ่งวัน...ก็ยังนั่งตรวจงานอยู่ที่เดิม แค่ 33 เล่มเองนะ ทำไมถึงช้าจัง...ตรวจกันยันคาบที่ 6 เมื่อถึงคาบที่ 7 ลูกเสือ ผู้บำเพ็ญตัวน้อย ๆ ต่างพร้อมเพรียงกันมาเข้าแถวเพื่อทำกิจกรรม วันนี้ท่านท่านปรึกษา ลงพื้นที่ตรวจเรื่องการเรียนการสอนด้วย...แต่ดีนะ ที่ผู้บำเพ็ญ ป.2 ไม่เยอะ และพอคุมได้ จึงไม่ค่อยมีปัญหาอะไร

แต่แล้วปัญหาก็เริ่มเกิด เมื่อครูพี่เลี้ยงไม่สบายจึงขอลาไปหาหมอก่อน จึงเป็นหน้าที่ของฉันในคาบที่ 8 (gifted) และดูแลนักเรียนจนกว่าผู้ปกครองมารับ นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันต้องอยู่ดูแลทั้งห้องเพียงลำพัง กับฉันคนเดียวและนักเรียน 33 คน มีบ้างที่ฟัง แต่ไม่ถึง 10 นาที ก็เสียงดัง เล่นกันอีกแล้ว สมร่างนางฟ้าก็แล้ว นางยักษ์ก็แล้ว อยู่ไม่อยู่ คุมไม่ได้จริง ๆ เป็นอะไรที่วุ่นวายมาก... (ทั้งโกรธ ทั้งท้อ จนอยากร้องไห้ แต่ก็สู้นะ นี่แค่เริ่มต้น) จนหมดคาบ gifted Teacher ปิค ก็รับรับเด็ก ๆ ไปอยู่ด้านล่างของอาคารซึ่งเป็นจุดที่ผู้ปกครองมารับ จากนั้นก็รีบไปทำหน้าที่เฝ้าเด็กตามเวร ณ จุดที่รับผิดชอบ...เฝ้า...จนเด็กอยู่ไม่ถึง 10 คน จากนั้นก็มีผู้ปกครองคนหนึ่งมาถามหาเด็ก ซึ่งเด็กคนนั้นอยู่ห้องเราเอง...ความซวยเริ่มมาเยือน...เด็กหาย...ตรงบริเวณที่เฝ้าก็ไม่มี จึงรีบวิ่งขึ้นไปดูบนห้อง เจอแต่กระเป๋ากับรองเท้าแต่ตัวไม่เจอ...เอาไงดีล่ะคะ...ทำตัวไม่ถูก ใจหาย ใจเต้น เริ่มเครียด เด็กหายไปซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของเราเลยนะ ช่วยกันตามหาจนทั่วก็ไม่เจอ...ฉันจึงตัดสินใจยกมือไหว้เจ้าที่เจ้าทาง และเดินไปหาสักพักสุดท้ายก็เจอเด็กซึ่งไปหลบอยู่ข้างรถบัสหลังอาคาร...วินาทีนั้นมันบอกไม่ถูกจริงๆ แต่คือโล่งอกมาก จึงรีบพาเด็กไปหาผู้ปกครอง ผู้ปกครองรีบกอดลูกของตนเองแล้วร้องไห้ เป็นภาพที่รู้สึกดีมากสำหรับฉันตอนนั้น แต่ถ้าฉันหาเด็กไม่เจอล่ะ...จะเป็นเช่นไร เฮ้อ...ดีนะที่ผู้ปกครองไม่ได้ว่าอะไร โล่งไปตาม ๆ กัน ต่อไปฉันจะดูแลเด็กให้ดีกว่านะค่ะ


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวรัตนา กาวีเมือง...(ภาคเรียนที่ 1/2559)



ความเห็น (0)