ชีวิตที่พอเพียง ๒๖๕๕. ไปญี่ปุ่น ๒๕๕๙ : ๔. กินอาหารญี่ปุ่นแบบคนพื้นเมือง


ไปโตเกียวคราวนี้ในทีมมีนักกินตัวจริง คือ ศ. นพ. ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ที่คล่องไปเสียทุกอย่าง เย็นวันแรก (๓ เมษายน ๒๕๕๙) ท่านชวนไปกินอาหารญี่ปุ่น โดยมีให้ ๒ ตัวเลือก ท่านหาข้อมูลมาเรียบร้อย ตัวเลือกแรกอยู่ใกล้โรงแรมที่เราพัก สามดาวครึ่ง ตัวเลือกที่สอง อยู่ที่อะคิฮาบาร่า สี่ดาวครึ่ง ชื่อ Sushizanmai เราไปดูร้านแรก ได้ความว่ามีคนจองเต็มหมดแล้ว จึงนั่งรถแท็กซี่ไป Akihabara อ. หมอปิยะมิตรใช้ GPS นำทางหาอยู่นาน ถามคนห้าครั้ง เดินกลับไปกลับมา สุดท้ายถามชายสูงอายุ ที่แต่งตัวแบบกุ๊ก จึงทราบว่าร้านปิดไปแล้ว

เราจึงกินซูชิสายพานที่ร้านในบริเวณนั้น ที่ลูกค้าเป็นคนญี่ปุ่นท่าทางเป็นชาวบ้านธรรมดา ผมได้เรียนรู้วิธีกินแบบช่วยตัวเอง ชงชาเขียวเอง โดยมีก๊อกน้ำร้อนอยู่ตรงหน้า อาหารมีความหลากหลายมาก อ. หมอปิยะมิตรสั่งซูชิหน้าไข่ปลา และหน้าไข่หอยเม่น ซึ่งแพง และเขาไม่ได้เอาขึ้นสายพาน ต่อมาก็สั่งซูชิเนื้อปลา แซมมอนส่วนที่ถือกันว่าอร่อยที่สุด เรียกว่า โทโร่ ผมได้สังเกตวิธีใช้เป่าแล่นเป่าให้ความร้อน แก่เนื้อปลาดิบ ให้สุกเฉพาะส่วนผิว ผมกินรวม ๑๔ คำ ซึ่งนับว่ามาก เพราะเป็นคำโตๆ กินกันสามคน อ. หมอปิยะมิตร, อ. บุ๋ม และผม จ่ายไป ๙,๙๐๐ เยน

ตอนเดินหาร้านชื่อดัง (ที่ปิดไปแล้ว) ผมได้สังเกตบริเวณหน้าสถานีรถไฟอะกิฮาบารา ว่าเป็นพื้นที่โล่ง ที่ช่วยทำให้บริเวณนั้นน่าเที่ยว เข้าใจว่าเขาเพิ่งปรับปรุงพื้นที่ไม่นานนัก ลองค้นกูเกิ้ลดูก็พบว่าจริง ตาม ลิ้งค์นี้

เมื่อกินอิ่ม อ. หมอปิยะมิตรชวนไปเดินเล่น ชมร้านอิเล็กทรอนิกส์ข้างถนน ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปมากมาย จากที่ผมเคยไปเห็นเมื่อราวๆ ยี่สิบปีก่อน เข้าใจว่าเพราะร้านขายเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ย้ายขึ้นตึกใหญ่ที่สร้างใหม่ รวมทั้งชนิดของสินค้าก็เปลี่ยนแปลงมาก ทุกสิ่งเป็นอนิจจัง

ราวทุ่มเศษๆ เราก็นั่งแท็กซี่กลับโรงแรม ผมเข้านอนเกือบสามทุ่มเวลาญี่ปุ่น และลอราซีแพมช่วยให้ผมหลับสนิทจนตื่นเองเวลา ๕.๔๕ น. วันรุ่งขึ้น (๔ เมษายน) ซึ่งภายนอกสว่างแล้ว



บรรยากาศแถวอะกิฮาบาราใกล้ทางรถไฟ


หน้าสถานีรถไฟ Akihabara


หน้า Gundam Cafe คิวยาวเพราะคนคลั่งหุ่นยนตร์ Kundam


ร้าน Conveyor belt sushi ที่เราเข้าไปกิน


กํอกน้ำร้อน และขวดใส่ชาเขียวผง


อาหารพิเศษราคาแพง


ไข่หอยเม่น


เนื้อปลาแซมมอนโทโร่


กลางคืนย่านอะกิฮาบารา


อีกมุมหนึ่ง



วิจารณ์ พานิช

๔ เม.ย. ๕๙


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)