ปราชญ์/ผู้นำชุมชนในภาคตะวันตก : ศึกษาเกษตรอินทรีย์บ้านหนองฉิม (ครั้งที่10) กลุ่มที่3 หมู่เรียน 57/42


การตอน “มะนาว” ด้วย “กะปิ” ได้กิ่งพันธุ์ดี เป็นที่ต้องการ

คุณลุงได้บอกว่า

การปลูกมะนาวสายพันธุ์ที่ดีทำให้ได้ผลผลิตสูงและเป็นที่ต้องการของตลาดยังสามารถขยายพันธุ์เพื่อจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับผู้ปลูกมะนาวได้อีกทางด้วยซึ่งวิธีขยายพันธุ์มะนาวที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันก็คือการตอนเป็นวิธีที่ง่ายต้นหนึ่งขยายพันธุ์ได้หลายกิ่งใช้เวลาในการพักฟื้นต้นพันธุ์ไม่มากและที่สำคัญทำให้ได้ต้นพันธุ์ที่แข็งแรงพร้อมนำไปลงปลูกได้ทันที

คุณลุงได้บอกวิธีการอย่างละเอียดดังนี้

วิธีการเริ่มจากการเตรียมตุ้มตอนนำขุยมะพร้าวแช่น้ำไว้ 2-3 วัน จากนั้นนำขึ้นมาไส่ตระกร้าทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงให้พอหมาดใช้เมธารัสซิลผสมน้ำในอัตรส่วน1ช้อนชาต่อน้ำ 20 ลิตรราดบนขุยมะพร้าวเพื่อป้องกันเชื้อราเสร็จแล้วนำมาใส่ถุงมัดไว้รอเพื่อนำไปตอนซึ่งตุ้มตอนไม่ควรให้มีขนาดใหญ่เพราะทำให้กิ่งมะนาวรับน้ำหนักมากเกินไปและอาจจะหักได้

ที่สวนคุณลุงจะไม่ใช้วิธีการขูดเนื้อเยื่อบริเวณแผลตอน เพราะทำให้แผลช้ำทั้งยังทำให้เกิดการระบาดของเชื้อโรคในสวนขึ้นได้ เนื่องจากเราไม่รู้ว่ากิ่งไหนเป็นโรคอยู่ ซึ่งการตอนอาจนำเชื้อโรคจากต้นหนึ่งไปสู่ต้นอื่น ๆ ที่สวนจึงใช้วิธีการควั่นทิ้งไว้เพื่อให้แสงแดดทำลายเนื้อเยื่อและท่อลำเลียงอาหารแทนการขูด และการควั่นทิ้งไว้ยังเหมือนเป็นการแกล้งให้กิ่งมะนาวหิว ให้กิ่งหาอาหารเองซึ่งก็สร้างปมเหลือง ๆ ขึ้นมาบริเวณแผลตอน เมื่อผูกตุ้มตอนก็ทำให้รากเดินได้เร็วขึ้น

การเลือกกิ่งตอนควรเป็นกิ่งอ่อนเพราะรากจะเจริญได้เร็วและนำไปปลูกต่อก็จะเจริญเติบโตได้ดีเช็ดทำความสะอาดบริเวณที่ตอนซึ่งห่างจากยอดกิ่งประมาณ 30 เซนติเมตร สังเกตใต้ตาใบที่กิ่งจะเห็นเป็นตุ้มซึ่งเป็นแหล่งสะสมอาหาร ให้ควั่นบริเวณใต้ตุ้มดังกล่าว 2 รอยห่างประมาณ 1 เซนติเมตร มีดต้องคมแผลตอนจะได้ไม่ช้ำ พร้อมลอกเปลือกออก ใช้มือลูบเมือกที่แผลออกให้หมด

หลังจากควั่นทิ้งไว้ 4-5 วัน ก็นำตุ้มตอนมาห่อ โดยผ่ากลางตุ้ม ใช้ปลายมีดเขี่ยกะปิขนาดเท่าหัวไม้ขีดมาใส้ไว้กลางตุ้ม แล้วนำไปมัดไว้ที่แผลตอน มัดด้วยตอกให้แน่น กะปิก็จะกระจายไปทั่วทั้งตุ้ม ซึ่งกะปิก็คือไคโตซาน มีคุณสมบัติเร่งการงอกของรากอีกทั้งยังเป็นอาหารสำรองให้กับกิ่งพันธุ์ด้วย ทำให้กิ่งพันธุ์มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น อีกเคล็บลับหนึ่งสำหรับการตอนให้ได้กิ่งพันธุ์ที่มีคุณภาพก็คือ หากเป็นหน้าร้อนควรหงายให้จุกตุ้มตอนอยู่ด้านบน แต่หากเป็นหน้าฝนให้จุกตุ้มตอนทิ่มลงด้านล่าง ซึ่งทำให้ความชื้นในตุ้มตอนเหมาะสมไม่แห้งหรือแฉะจนเกินไป

หลังจากตอนประมาณ 18-25 วัน ก็เริ่มเห็นรากเดินในตุ้มตอน แต่ถ้าเป็นหน้าหนาวก็ใช้เวลานานขึ้นเล็กน้อย จากนั้นก็ให้ตัดออกมา เพราะถ้าหากปล่อยไว้นานเกินไปอาจมีปัญหาเชื้อราได้ นำปูดแดงทาไว้ที่แผลกิ่งบนต้นเพื่อป้องกันเชื้อโรค ส่วนกิ่งที่ตัดออกมา นำมาชำไว้ในถุงเพื่อให้รากเจริญเติบโตมากขึ้น โดยแกะพลาสติกที่ตุ้มตอนออก คลึงเบา ๆ เพื่อให้ขุยมะพร้าวที่รัดแน่นขยายออก และเหมือนเป็นการนวดเพื่อให้รากในขุยมะพร้าวแผ่ออกด้วย จากนั้นนำวัสดุชำใส่ถุงดำขนาด 5x6 นิ้ว ประมาณครึ่งถุง นำกิ่งพันธุ์ลงถุงแล้วใส่วัสดุปลูกให้พอดีกับคอตุ้มตอน รดน้ำที่ผสมเมธารัสซิล (1 ช้อนชาต่อน้ำ 20 ลิตร) ประมาณ 1 แก้ว นำไปพักไว้ที่ที่มีแสงแดดรำไร ประมาณ 2 สัปดาห์ก็สามารถนำไปลงปลูกในดินได้ แต่ไม่ควรปล่อยกิ่งพันธุ์ไว้ในถุงชำนานเกินไป เพราะทำให้รากขดงอ เมื่อนำไปลงปลูกทำให้เจริญเติบโตไม่ดีเท่าที่ควร

หมายเลขบันทึก: 606132เขียนเมื่อ 9 พฤษภาคม 2016 14:41 น. ()แก้ไขเมื่อ 9 พฤษภาคม 2016 14:41 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี