สมุยบันเทิง ๓

สมุยบันเทิง ๓

อันที่จริงจะว่าผมชอบตื่นสายก็ไม่เชิงนัก เพราะเมื่อย่างเข้าสู่วัย ๔๐ ก็เริ่มนอนไม่หลับบ่อยขึ้น ตื่นเช้าขึ้น บางทีก็นึกเจ็บใจตัวเองที่รีบตื่นขึ้นมาโดยพลการ นอนแช่อยู่บนเตียงได้เกือบชั่วโมงจึงค่อยลุกขึ้น อันที่จริงจะว่าไปก็ดี เพราะในช่วงหลังนี้ผมจึงแก้ไขพฤติกรรมนี้โดยการออกไปปั่นจักรยาน

เช้าวันที่ ๓ ของการเที่ยวผมก็ตื่นเช้า

เพียงแต่ขี้เกียจลุกออกจากเตียงเพราะเมียกำลังนอนกอดเราอยู่อย่างสบาย ผมนอนฟังเสียงนกที่กำลังชุลมุนอยู่ด้านนอก มันคงกำลังง่วนอยู่กับการกินลูกไทร ลูกนู่นลูกนี่ที่กำลังสะพรั่งอยู่ในรีสอร์ท ผมไม่ใช่นักดูนก แต่เท่าที่ฟังเสียงและรู้จักก็น่าจะมีแซงแซวอยู่ในโต๊ะจีนด้วย นกตีทอง (ช่างพื้นบ้านครับ) ก็มา "โป๊กๆๆๆ" อยู่บนหัว ทีมกระรอกก็ทำหน้าที่แบ่งปัน กินทิ้งกินขว้างแล้วส่งเศษผลไม้ที่เหลือลงมาเผื่อแผ่พวกภาคพื้นดินดูเกลื่อนกลาด

อาหารมื้อเช้าถูกจัดการเรียบร้อยในเวลาไม่นานนัก แล้วผมก็แยกตัวไปว่ายน้ำเช่นเคย

การบริการริมสระว่ายน้ำของที่นี่ผมคิดว่ามันเจ๋ง เมื่อน้องๆเห็นแขกมาลงว่ายน้ำก็จะน้ำผ้าขนหนูมา ๒ ผืน ผืนหนึ่งไว้รองนอนบนเบาะ อีกผืนไว้เช็ดตัว ร่วมกับน้ำเปล่าเย็นเจี๊ยบมาให้อีกคนละขวด บริการเช่นนี้ แม้เพียงเล็กน้อยแต่ก็ดูยิ่งใหญ่สำหรับแขกอย่างผม

สายวันนี้ เรามีนัดกับคุณอั๋ม ช่างตัดผมชื่อดังที่มาหลบใช้ชีวิตอยู่บนเกาะ

อ้อเป็นคนจัดการเรื่องนัดหมาย โดยแจ้งเค้าไปว่าจะมีเด็กวัยรุ่นมาตัดผมและนำผมไปบริจาคเพื่อทำวิกให้ผู้ป่วยมะเร็ง ช่วงเวลา ๑๑ โมงคือเวลาที่เขาว่าง

ร้านองพี่อั๋มอยู่ใกล้ๆ ๓ แยกบ่อผุด ไม่มีชื่อร้าน สัญลักษณ์เพียงอย่างเดียวที่ทำให้รู้ตำแหน่งก็คือ โคมไฟสีเขียวที่ติดอยู่บนเพดานหน้าร้าน ใครจะมาตัดผมต้องโทรนัดอย่างเดียว

วันนี้ แป้งคงดูซีเรียสกว่าใครๆ เพราะเธอจะต้องเสียผมสุดที่รักที่เฝ้าทะนุถนอมมานาน แต่พ่อกับแม่ก็พยายามอธิบายให้เข้าใจว่า ผมของลูกจะไปก่อให้เกิดประโยชน์กับใคร พี่อั๋มเข้าใจวัยรุ่น เค้าดูแลผมบนหัวพี่แป้งอย่างนุ่มนวล ค่อยๆแยกผมออกเป็น ๔ ส่วน ผูกด้วยหนังยางจนแน่น

"กริ๊บ" เสียงกรรไกรที่ตัดผมของลูกสาวคนโตฟังดูแผ่วเบาทว่าดังจนเสียดแทงหัวใจของผู้เป็นเจ้าของ

ผมมีความเชื่อเสมอ ว่าการบริจาค เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการลดความเห็นแก่ตัว นี่ลูกสาวผมได้บริจาคอวัยวะสำคัญของเธอเชียวนะ

................…...…………………………

มื้อเที่ยงวันนี้ ผมบ่นกับอ้อว่าอยากจะกินขนมจีน

สมุยเป็นเมืองที่ทำน้ำยาขนมจีนได้อร่อยที่สุดในโลก เขาเป็นเจ้าของสวนมะพร้าว กะทิของที่นี่จึงใส่ได้ไม่อั้นไม่ต้องขี้เหนียว ไม่ใส่ส้มแขกแบบคาบสมุทรสทิงพระ ไม่ใส่กระชายตามพวกบางกอก มันอร่อยเสียจนผมอยากจะให้คนอื่นๆลงเรือมากินก่อนตาย (ฟังดูเว่อร์ดีนะ)

อันที่จริง หากจะค้นหาร้านขนมจีนในสมุยจาก google เราก็จะพบเจ้าที่มีชื่อเสียงอยู่สองสามร้าน แต่อ้อก็บอกผมว่า ร้านไหนคนเยอะจะหมดเร็ว เราไปไม่ค่อยทันได้กิน ที่นั่งก็แน่น แล้วเราแน่ใจแค่ไหนว่ามันอร่อยจริง อุปาทานหมู่ทำให้ลิ้นคนจรอร่อยเสียมากกว่าคนท้องถิ่นกินกันเอง ดังนั้น วันนี้อ้อจึงพาเราไปกินที่อ่าวบางปอ "ขนมจีนป้าเขียว"

เพิงเล็กริมถนนรอบเกาะ ขับผ่านแล้วผ่านอีกก็มองไม่เห็น น้ำยาแกข้นคลั่กตามแบบสมุย ป้าเขียวบอกว่ามันทำมาจากปลาฟักพร้า (น่าจะเป็นฝักพร้า หรือด้ามมีดพร้า อันที่จริงผมเดาว่ามันคงเป็นปลาสากหรือปลาดาบนั่นเอง คนท้องถิ่นจะขูดเนื้อปลามาใส่น้ำยาแกงขนมจีนแบบนี้นี่แหละ) ผมซอยผักลงในจานขนมจีน ใส่ผักกาดดอง ผักเสี้ยนดอง หน่อเหรียงดองลงไปคลุกจนน้ำแกงขนมจีนถูกดูดเข้าไปในเนื้อผัก กินคู่กับหอยเสียบดองน้ำปลา

จัดไป ๒ จาน

บ่ายวันนี้ผมลงน้ำเร็วกว่าทุกวัน เพราะมีนัดกินมื้อเย็นกับ "โตและตุ๊"

ผ่านไปราวชั่วโมง รษาก็มาสมทบ แม่ของเธอบอกว่าวันนี้เป็นวันแรกที่เริ่มเรียนว่ายน้ำจริงๆ ครูบอกว่ารษาเก่ง เจ้าแฝด ศิรา สรัล ก็มาลงน้ำด้วยกัน ดูหฤหรรษ์บันเทิงดี

ออกจากเดอะห้องสมุดตอน ๖ โมงเย็น แวะรับอ้อที่ร้านของเธอ และจอดซื้อหอยชักตีนที่สั่งร้านเอาไว้ตั้งแต่ช่วงบ่าย ร้านนี้อยู่บริเวณอ่าวมะขามใกล้ๆหน้าทอน หอยสดๆเนื้อแน่นๆ มันเป็นเมนูโปรดของลูกสาวทั้ง ๒ คน

ที่บ้านโต ตุ๊มารออยู่แล้ว ตุ๊ขนลูก ๓ คนและเมียใส่รถตู้มาเลย

บ้านหลังนี้ผมเคยมานอนกับเพื่อนๆในช่วงปิดเทอมครั้งหนึ่งสมัยมัธยม เคยนอนฟังเสียงตุ๊กแกร้องทั้งคืนจนแทบจะนอนไม่หลับข่มตาไม่ลง ภาระกิจตอนกลางวันคือการไปเที่ยว เที่ยวทั้งทะเลทั้งน้ำตก เคยเช่ามอเตอร์ไซค์ขับรอบเกาะบนถนนลูกรังร้ายๆ มันร้ายเสียจนรถของเราตกขอบถนนไหลลงไปตามเนินเขาและจอดได้เพราะหัวรถไปทิ่มกับโคนต้นมะพร้าวต้นหนึ่ง

อาหารมื้อนี้ จ๊ะ (เมียของโต) และแม่ เตรียมอาหารไว้เยอะมาก

ปูม้านึ่ง (มันเพิ่งขึ้นมาจากโป๊ะเมื่อตอนเช้านี้นี่เอง) ยำสาหร่ายข้อ แกงส้มปลา ห่อหมก (ผมไม่ได้กินเพราะล้นคอหอยแล้ว) แกงจืด สลัดผักสด และแน่นอน หอยชักตีนของอ้อ ตบท้ายด้วย "มะม่วงท้ายต่อ" ของดีเมืองสมุย ราคากิโลละร้อย มันคือมะม่วงแก้วนั่นแหละ กรอบนอกนุ่มใน โตบอกว่า เนื้อในมันนุ่มเหมือนสังขยา ผมก็เห็นดีตามนั้น

ผมอยากจะบอกว่า อาหารอร่อยแค่ไหนในมื้อนี้ ยังไม่เท่าความรู้สึกดีใจที่ได้พบเพื่อนสมัยมัธยม

ทั้งคู่เป็นชาวสมุย มีจิตวิญญาณของสมุยเต็มเปี่ยม เรียนจบมาทำงานที่บ้านเกิดเมืองนอน โตเปิดร้านขายวัสดุก่อสร้าง ตุ๊เป็นเจ้าของรีสอร์ทหัวหาดเฉวง รีสอร์ทที่พวกเด็กม.ต้นหัวเกรียนเวียนมานอนเล่นช่วงปิดเทอม

หมดวันที่ ๓ ไปด้วยความสนุกสนานอิ่มเอม

น้องจ้าปลื้มกับหอยชักตีนมากๆ

พี่แป้งคงหลับสบายเบาหนังหัว หน้าตามันน่ารักดูแปลกไป "นี่ถ้าอยู่รุ่นเดียวกัน พ่อคงจีบแล้วมั้ง" ผมหยอดออกไป

พี่อั๋มไม่คิดเงินค่าตัดผมเจ้าลูกสาว เธอขอร่วมอนุโมทนาด้วย แถมย้ำด้วยข้อพึงปฏิบัติในการส่งผม

"ตากแดดให้แห้ง ห้ามหวี ห้ามลูบ ใส่ถุงพลาสติก ถ้าให้ดีมีซิปล็อค แล้วส่งไปรษณีย์"

ธนพันธ์ ชูบุญสมุยบันเทิงเกือบจบแล้ว

๗ พ.ค. ๕๙

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ผมเอง



ความเห็น (0)