...การเปลี่ยนแปลงของสภาวะเศรษฐกิจไทย ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง ปัจจัยอย่างหนึ่งที่สำคัญคงหนีไม่พ้นเศรษฐกิจกิจของประเทศที่มีบทบาทสำคัญและเป็นประเทศมหาอำนาจอย่าง สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น หรือกลุ่มยุโรป ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นประเทศที่ส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจไทยทั้งสิ้น เช่น ในด้านการลงทุน อัตราแลกเปลี่ยน การนำเข้าและการส่งออก เป็นต้น ในปัจจุบันประเทศมหาอำนาจไม่ได้มีเพียงแค่สหรัฐอเมริกาเท่านั้น ประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก คือประเทศจีน โดยวัดจากค่าจีดีพี ซึ่งจีนยังมีบทบาทในการเป็นเจ้าหนี้ของสหรัฐอเมริกาอีกด้วย
...สภาวะเศรษฐกิจของประเทศจีนเข้าสู่ประเทศอุตสาหกรรมอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่ปี 1987 แต่เริ่มชะลอตัวลงภายหลังปี 2014 ซึ่งไทยได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในภาคของการส่งออก เนื่องจากจีนเป็นตลาดสำคัญลำดับต้นๆของไทย โดยผลกระทบในระยะยาวนั้นถือว่าเป็นประโยชน์ต่อภาคการส่งออกของไทย เนื่องจากการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและภาคการเงินของจีน ที่ย่อมส่งผลให้เศรษฐกิจจีนมีเสถียรภาพและเติบโตอย่างมีคุณภาพมากขึ้น ผลกระทบในระยะสั้นอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจไทยที่มีการค้ากับจีน โดยการส่งออกของไทยไปจีนในปี 2557 หดตัวร้อยละ 7.9 ซึ่งเป็นการหดตัวลงครั้งแรกในรอบ 5 ปี
...ดังนั้นธุรกิจไทยจึงต้องตื่นตัวและมีการรับมือต่อสภาวะเศรษฐกิจจีนที่กำลังชะลอตัวลง โดยการกำหนดกลยุทธ์ของธุรกิจเพื่อให้ธุรกิจดำเนินและเติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน ซึ่งกลยุทธ์ธุรกิจนั้นประกอบไปด้วย 4 กลยุทธ์ คือ กลยุทธ์เชิงรุก กลยุทธ์เชิงรับ กลยุทธ์เชิงแก้ไข และกลยุทธ์เชิงป้องกัน แต่ก่อนที่จะจัดทำและดำเนินกลยุทธ์แล้ว เจ้าของธุรกิจต้องมีความรู้และความเข้าใจธุรกิจของตนเป็นอย่างดีก่อนเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดที่อาจจะตามมาภายหลังได้ นอกจากภาคธุรกิจของไทยที่ต้องหันมาตื่นตัวกับสภาวะเศรษฐกิจของจีนแล้ว คนไทยทุกคนเองก็ต้องตื่นตัวและเตรียมรับมือกับประเทศจีนที่จะเข้ามามีบทบาทกับคนไทยมากขึ้น ซึ่งอาจจะไม่ต้องปรับตัวอะไรมากเพราะไทยกับจีนก็เปรียบเสมือนมีสายโลหิตเดียวกัน ถึงแม้จะไม่มีพรมแดนเป็นเพื่อนบ้านกันก็ตาม เราจึงควรที่จะเรียนรู้วัฒนธรรม ภาษา ของจีนให้มากยิ่งขึ้น และที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งคือการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อการปรับตัวและการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีไมตรีต่อกัน
