สุธีร์ เอกอินทร์ : ผู้มีความรัก ความภาคภูมิใจ และปกป้องวิชาชีพศึกษานิเทศก์อย่างที่สุด

ที่ฌาปณสถาน วัดตรีทศเทพวรวิหาร วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 คราคร่ำไปด้วย ศึกษานิเทศก์ ครู และผู้บริหารหลายระดับจากทั่วสารทิศ ที่มาในงานพระราชทานเพลิงศพอาจารย์สุธีร์ เอกอินทร์ อดีตศึกษานิเทศก์ กรมสามัญศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีอดีตศึกษานิเทศก์และศึกษานิเทศก์ปัจจุบันมากกว่า 100 คนที่มาในงานนี้ จนมีศึกษานิเทศก์ท่านหนึ่งเอ่ยขึ้นมาว่า
“งานนี้น่าจะเป็นงานรวมรุ่นศึกษานิเทศก์ด้วยนะ”
อาจารย์สุธีร์เป็นใครกันหรือ? จึงทำให้คนรัก ศรัทธาและอาลัยมากกันถึงเพียงนี้ ผมจึงขอนำประวัติของท่านมาเล่าโดยสังเขป
อาจารย์สุธีร์ เอกอินทร์(สกุลเดิม สิทธิรักษ์) เกิดเมื่อวันที่23สิงหาคม พ.ศ.2478 ที่ตำบลบางสระ
อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นบุตรคนโตของนายเปลี่ยน และ นางกานดา สิทธิรักษ์ มีน้อง 5 คน คือนายเสรี สิทธิรักษ์ นางเรวดี วงศาโรจน์ นางสาวเกสร นางสาวกฤษณาและดร.สินิทธ์ สิทธิรักษ์

อาจารย์สุธีร์เริ่มเข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนนครวิทยาซึ่งอยู่ตรงข้ามกับวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วย้ายตามบิดาไปเรียนระดับประถมต่อที่จังหวัดพังงา อาจารย์สุธีร์ต้องย้ายโรงเรียนบ่อย ที่จำได้คือมาเรียนชั้นมัธยมปีที่ 1 ที่จังหวัดภูเก็ต แล้วย้ายไปเรียนชั้นมัธยมปีที่ 2-6 ที่โรงเรียนพิชัยรัตนาคารจังหวัดระนอง อาจารย์สุธีร์จบชั้นมัธยมปีที่ 6 ใน พ.ศ.2495 แล้วมาเรียนต่อที่โรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ ถนนเพชรบุรีจังหวัดพระนครสำเร็จได้รับประกาศนียบัตรประโยคครูประถม(ป.ป.) ใน พ.ศ.2498 ระหว่างเรียนอาจารย์สุธีร์ได้เข้าร่วมกิจกรรมการโต้วาที และการแสดงละคร มีโอกาสได้แสดงความสามารถในเวทีต่างๆหลายครั้ง ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้อาจารย์สุธีร์ได้นำมาใช้จริงเมื่ออยู่ในวัยทำงาน

หลังจากนั้นอาจารย์สุธีร์ได้สมัครเป็นครูที่โรงเรียนปิยะวิทยา อำเภอตลิ่งชัน จังหวัดธนบุรี สอนได้ปีเดียวก็ลาออกไปสมัครเป็นครูที่โรงเรียนราชการุญมูลนิธิ อยู่ฝั่งธนบุรี ระหว่างเป็นครูได้ศึกษาด้วยตนเองและสมัครสอบได้ประกาศนียบัตรประโยคครูพิเศษมัธยม(พ.ม.) จากนั้นได้ศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตรสำเร็จได้รับพระราชทานปริญญาการศึกษาบัณฑิต(กศ.บ.)

อาจารย์สุธีร์มีประวัติการรับราชการคือ พ.ศ.2504 เริ่มรับราชการเป็นครูตรีประจำกรมสามัญศึกษา แล้วเลือกมาเป็นครูโรงเรียนถนนชาติเฉลิม จังหวัดระนอง พ.ศ.2506 ได้รับคัดเลือกเป็นครูใหญ่โรงเรียนบ้านทุ่งหงาว จังหวัดระนอง พ.ศ.2508 โอนมาเป็นศึกษานิเทศก์ ภาคการศึกษา 4จังหวัดภูเก็ต

พ.ศ.2509 ย้ายมาเป็นศึกษานิเทศก์ กรมสามัญศึกษา กรุงเทพมหานคร และปฏิบัติงานที่หน่วยศึกษานิเทศก์กรมสามัญศึกษา จนเกษียณอายุราชการใน พ.ศ.2538 โดยได้ดำรงตำแหน่งและทำหน้าที่สำคัญๆ คือ

พ.ศ.2532เป็นศึกษานิเทศก์ ระดับ 7 ทำหน้าที่หัวหน้าฝ่ายนิเทศการบริหาร พ.ศ.2534เลื่อนเป็นศึกษานิเทศก์ระดับ 8 พ.ศ.2535เลื่อนเป็นศึกษานิเทศก์ ระดับ ๙ และยังคงทำหน้าที่หัวหน้าฝ่ายนิเทศการบริหาร

พ.ศ.2536 ทำหน้าที่ผู้ช่วยหัวหน้าหน่วยศึกษานิเทศก์ กรมสามัญศึกษา พร้อมทั้งกรมสามัญศึกษาแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ตรวจราชการประจำกรมสามัญศึกษาเป็นการภายในอีกหน้าที่หนึ่ง

ตลอดชีวิตการรับราชการของอาจารย์สุธีร์ ได้ใช้ความรู้ความสามารถและหัวใจของความเป็นครูทุ่มเทให้กับการจัดการเรียนการสอน การบริหารสถานศึกษาและการนิเทศการศึกษามาโดยตลอดตอนเป็นครูใหญ่โรงเรียนบ้านทุ่งหงาว ได้เสียสละอุทิศเวลาให้กับราชการอย่างเต็มที่ ซึ่งนางเพ็ญกุล สุทธิวงษ์ ผู้เคยเป็นหัวหน้าหน่วยศึกษานิเทศก์จังหวัดระนอง และเคยเป็นครูโรงเรียนบ้านทุ่งหงาวในสมัยนั้น ได้เขียนถึงอาจารย์สุธีร์ไว้ในหนังสือบนเส้นทางชีวิตของคนแกร่งและคนดีชื่อสุธีร์ เอกอินทร์ความตอนหนึ่งว่า“...ท่านเป็นผู้บริหารที่พัฒนาโรงเรียนได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งด้านบริหารวิชาการ งานกีฬา งานชุมชน ฯลฯ ท่านจะให้ความใส่ใจได้ครอบคลุมงานทุกๆด้าน กิตติศัพท์ของโรงเรียนโด่งดังมากในสมัยนั้นพูดง่ายๆว่า พอเอ่ยชื่อโรงเรียนบ้านทุ่งหงาวทุกคนมักจะพูดควบคู่ชื่ออาจารย์สุธีร์ตามมาด้วย จึงอยากจะกล่าวว่า อาจารย์สุธีร์เป็นบุคคลที่เราชื่นชมศรัทธาท่านมาโดยตลอด...”

ชีวิตราชการส่วนใหญ่ของอาจารย์สุธีร์จะเป็นศึกษานิเทศก์ นับเป็นศึกษานิเทศก์ที่มีความรู้ความสามารถสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการนิเทศงานบริหารต่างๆ ในช่วงที่อาจารย์สุธีร์เป็น
หัวหน้าฝ่ายนิเทศการบริหาร หน่วยศึกษานิเทศก์ กรมสามัญศึกษา ได้นำเทคนิคคิวซีซึ่งนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการธุรกิจ มาศึกษาค้นคว้า ทดลอง ปรับปรุงจนแน่ใจว่าสามารถนำมาใช้ในวงการศึกษาได้ อาจารย์สุธีร์ได้เริ่มต้นด้วยการเผยแพร่หลักการ แนวคิด วิธีการให้แก่โรงเรียนต่างๆ ตลอดจนนิเทศติดตามผลอย่างเป็นระบบซึ่งปรากฏผลงานที่โรงเรียนมากมาย แล้วได้นำผลงานที่เกิดขึ้นของโรงเรียนมาประชาสัมพันธ์เผยแพร่แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ จนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในภาครัฐและเอกชน จากความตั้งใจจริง ความมุ่งมั่น และผลงานเรื่องคิวซีของอาจารย์สุธีร์ สมาคมส่งเสริมคิวซีแห่งประเทศไทยได้เชิญอาจารย์สุธีร์เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการสมาคมฯเพียงคนเดียวในกระทรวงศึกษาธิการ และได้รับการประกาศเกียรติคุณจากหน่วยศึกษานิเทศก์ กรมสามัญศึกษา ให้เป็นบุคคลดีเด่น ประจำปี 2534 ในฐานะผู้ส่งเสริมและประสานงานคิวซี และวารสาร สสท.ฉบับคิวซี(สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น) ปีที่ 4 ฉบับที่ 19 เดือนธันวาคม พ.ศ.2534 ได้ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์พิเศษอาจารย์สุธีร์ ประธานศูนย์คิวซี กรมสามัญศึกษา โดยให้คำยกย่องและขนานนามว่าเป็น “เจ้าแม่คิวซีของกรมสามัญศึกษา” หลังจากนั้นอาจารย์สุธีร์ยังได้นำเทคนิคการบริหารเรื่องอื่นๆจากวงการธุรกิจเอกชนมาประยุกต์ใช้ในการนิเทศการศึกษาอีกหลายเรื่อง เช่น การวางแผนเป็นทีม(Team Planning) กิจกรรม5ส. กิจกรรมWalk Rally เป็นต้น
มีผู้กล่าวถึงบทบาทการเป็นศึกษานิเทศก์ของอาจารย์สุธีร์ ที่แสดงให้เห็นถึงความรู้ ความสามารถและความตั้งใจจริงต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา จนบังเกิดผลดีต่อกรมและสถานศึกษา ไว้ในหนังสือเล่มเดียวกัน เช่น
ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการและอธิบดีกรมสามัญศึกษา
...อาจารย์สุธีร์ เอกอินทร์ เป็นศึกษานิเทศก์ชั้นเยี่ยม เป็นเจ้าแม่ที่รู้จักกันดีในการนำคิวซีมาสู่วงการศึกษาของไทย และได้แพร่หลายไปในวงการศึกษาเกือบทุกระดับ...อาจารย์ทำงานโดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย เป็นเพื่อนที่ดีของครูและผู้บริหาร ฉะนั้นอาจารย์จึงถูกเชิญถูกขอร้องให้ช่วยโน่นช่วยนี่ตลอดเวลา...อาจารย์เป็นคนจับประเด็นได้เร็ว เข้าใจระบบการเรียนการสอนลึกซึ้ง และพร้อมที่จะเข้าช่วยเสริมกำลังแก่เพื่อนร่วมงานทุกขณะ ผลงาน แรงกาย แรงใจ แรงความคิดที่อาจารย์ทุ่มเทให้กับการศึกษาไทยเป็นประโยชน์ต่อเยาวชนของชาติอย่างมหาศาล...”

นายบรรจง พงศ์ศาสตร์ ผู้เคยเป็นอธิบดีกรมสามัญศึกษา"...ท่านเป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรมอันดีงาม เป็นผู้มีความรู้ความสามารถสูง มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ตลอดระยะเวลาที่รับราชการท่านมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนางานของศึกษานิเทศก์ งานการศึกษา และงานที่ได้รับมอบหมายให้ประสบความสำเร็จด้วยความเสียสละและความรับผิดชอบสูง..."

นายธรรมนูญ วิสัยจร ผู้เคยเป็นรองอธิบดีกรมสามัญศึกษาและหัวหน้าหน่วยศึกษานิเทศก์กรมสามัญศึกษา"...ท่านเป็นคนจริงจังและจริงใจเสมอในการทำงาน ท่านช่วยทำงานของหน่วยศึกษานิเทศก์ตลอดมา และที่สำคัญคือท่านเป็นนักประสานประโยชน์ที่ยอดเยี่ยม ทุกคนให้ความรักความเคารพท่านเป็นอย่างยิ่ง ท่านเป็นขวัญใจของศึกษานิเทศก์ทั่วประเทศอย่างแท้จริง..."

นางสาวภาณี การุณยะวนิช ผู้เคยเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวัดระฆัง กรุงเทพมหานคร…คุณสุธีร์ เอกอินทร์ เป็นกำลังสำคัญในการเร่งรัดพัฒนาคุณภาพงานของกรมสามัญศึกษา จนสัมฤทธิ์ผลตามเจตนารมณ์ของกรม อย่างทันตาเห็น ข้าพเจ้าจึงขอยกย่องเชิดชู ประกาศเกียรติคุณว่า ท่านคือบุคคลแห่งคุณภาพของกรมสามัญศึกษา...”

นางสาวนุชจรีย์ สุนทรวรรณ ผู้เคยเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนวัดนายโรง กรุงเทพมหานคร “...เมื่อเอ่ยถึงอาจารย์สุธีร์ เอกอินทร์ เราจะมีภาพในใจผุดขึ้นทันทีว่า คือศึกษานิเทศก์กรมสามัญศึกษา ยิ้มง่าย ใจดี มีมิตรไมตรี พูดเก่ง เข้ากันได้ดีกับบุคลิกลักษณะค่อนข้างท้วม แต่คล่องแคล่ว ว่องไว กระฉับกระเฉง ...ผู้เปี่ยมล้นไปด้วยความหวังดี จริงจัง จริงใจ เป็นผู้ให้โดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย...ท่านมีกลเม็ดเด็ดพรายในการพูดจาที่น่าฟัง สนุก ตลก ได้สาระ มีมนุษยสัมพันธ์เป็นเลิศ...” ฯลฯ
อาจารย์สุธีร์เป็นผู้ที่มีความรัก ความภาคภูมิใจและปกป้องในวิชาชีพศึกษานิเทศก์อย่างที่สุด โดยท่านได้กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ในหนังสือเล่มเดียวกัน ความตอนหนึ่งว่า“...การเข้าสู่ตำแหน่งของศึกษานิเทศก์นั้น เขาจะสรรหาและคัดเลือกมาจากข้าราชการครูที่มีผลงานดีเด่น หรือเป็นครูแม่แบบ ต้องมีลักษณะเด่นในการจัดการเรียนการสอนที่เหนือกว่าครูคนอื่นๆ มีประสบการณ์และคุณวุฒิสูงในสาขาวิชาต่างๆ ถ้าจบปริญญาตรีต้องมีประสบการณ์การสอนอย่างน้อย 4ปี ถ้าจบสูงกว่าระดับปริญญาตรีต้องมีประสบการณ์การสอนไม่น้อยกว่า 2 ปี จะต้องได้รับการอบรมและฝึกปฏิบัติงานตามหลักสูตรที่กำหนดประมาณ 1 เดือน โดยกำหนดให้มีบทบาทหน้าที่ในการนิเทศ กำกับ ดูแล ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาให้บังเกิดผลดี จนได้รับสมญาว่า “เป็นครูของครู” เพราะถือว่าศึกษานิเทศก์นั้นเป็นทั้งคนเก่งและคนดี ในการนิเทศให้คำปรึกษาแนะนำแก่ครูและผู้บริหารสถานศึกษา นอกจากนี้ศึกษานิเทศก์ยังเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงนโยบายของหน่วยเหนือไปสู่การปฏิบัติให้บังเกิดผลดีในสถานศึกษา เป็นที่ปรึกษาให้กับกรม ให้กับกระทรวงมาโดยตลอดจนได้รับอีกฉายาหนึ่งว่า “เสนาธิการทางการศึกษา” จะเห็นได้ว่า โดยตำแหน่งหน้าที่และลักษณะงานที่รับผิดชอบของศึกษานิเทศก์ เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ เป็นที่ยอมรับของผู้บริหาร ครูอาจารย์เสมอมา จนมักถูกเรียกกันติดปากว่า “เพื่อนที่แสนดี”...”

อาจารย์สุธีร์จะคอยเตือนสติให้แก่ศึกษานิเทศก์ทุกคนเสมอว่า การที่จะทำให้ครู ผู้บริหารเข้าใจเรานั้น เราต้องใช้เวลานานเหลือเกิน เขาอาจจะเห็นภาพลบของเราก่อน แล้วเขาก็ฝังใจ จึงขอวิงวอนให้ชาวศึกษานิเทศก์ทุกคนช่วยกันวาดภาพของศึกษานิเทศก์ให้งดงามให้ผู้อื่นเขารู้ เขาเข้าใจ เห็นภาพที่ดีและมีคุณภาพกันมากขึ้น ซึ่งดร.นิวัตร นาคะเวช ผู้เคยเป็นรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้เขียนแสดงให้เห็นถึงความเสียสละและความศรัทธาต่อองค์กรและต่อวิชาชีพศึกษานิเทศก์ของอาจารย์สุธีร์ไว้ในหนังสือเล่มเดียวกัน ความตอนหนึ่งว่า“...พี่มักจะสอนพวกเราเสมอ ให้มีความรัก ความเสียสละต่อองค์กร ทำตัวของเราให้มีค่า ศรัทธาต่อวิชาชีพ ถึงแม้ว่าเราจะคือน้ำตาลที่ไม่ค่อยมีใครเอ่ยถึง ไม่ค่อยมีความสำคัญ เมื่อเปรียบกับพริกกับเกลือ แต่น้ำตาลก็คือน้ำตาลที่มันทรงคุณค่าในตัวของมันเสมอ พี่คือน้ำตาล พี่คือตัวแทนของวิชาชีพ ตัวแทนด้านจิตใจของศึกษานิเทศก์ และตัวแทนทางอุดมคติของพวกเราทุกคน...”

มีเหตุการณ์หลายครั้งที่อาจารย์สุธีร์ออกมาเป็นผู้นำในการพิทักษ์ปกป้องศักดิ์ศรีของหน่วยศึกษานิเทศก์ กรมสามัญศึกษาอย่างกล้าหาญโดยไม่หวั่นเกรงถึงผลร้ายที่จะเกิดกับตัวเองเช่น ครั้งหนึ่งกรมได้เสนอให้ย้ายหน่วยศึกษานิเทศก์ กรมสามัญศึกษา ชั้น 7 ไปอยู่ที่หอประชุมกรมสามัญศึกษา พญาไท เพื่อจะใช้สถานที่เป็นสำนักงานปฏิบัติราชการและประสานงานอื่นๆของกรม อาจารย์สุธีร์ได้บันทึกขอความเป็นธรรมให้กรมทบทวนในเรื่องนี้ โดยใช้หลักการและเหตุผลที่นุ่มนวลแต่กินใจ มีประโยคหนึ่งในบันทึกนี้ที่ประทับใจศึกษานิเทศก์รุ่นนั้นมาโดยตลอดคือคำว่า ใช้สิทธิเกินส่วน ในที่สุดกรมก็ระงับการย้ายหน่วยศึกษานิเทศก์

อีกเหตุการณ์หนึ่ง คือการนำเรียกร้องให้ศึกษานิเทศก์ ระดับ 8 ได้รับเงินประจำตำแหน่ง เช่นเดียวกับข้าราชการครูและผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งด้วยหลักการและเหตุผลที่นางสุธีร์นำเสนอด้วยวิธีการอย่างนักวิชาการ และมีประโยคหนึ่งที่อาจารย์สุธีร์กล่าวถึงคือ “เงินประจำตำแหน่งอาจไม่ใช่เรื่องสำคัญนัก แต่ศักดิ์ศรีความเป็นศึกษานิเทศก์นี่สิสำคัญกว่า” ในที่สุด ศึกษานิเทศก์ระดับ 8 ก็ได้รับเงินประจำตำแหน่งเช่นกัน

นางสาวนวลจันทร์ โพทา ผู้เคยเป็นหัวหน้าหน่วยศึกษานิเทศก์ กรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา ๘ได้เขียนแสดงความประทับใจอาจารย์สุธีร์ในการปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของศึกษานิเทศก์ไว้ในหนังสือเล่มเดียวกัน ความตอนหนึ่งว่า“...หนูไม่เคยพบเคยเห็นใครรัก ศน. และต่อสู้เพื่อ ศน. อย่างพี่สุธีร์ หนูมั่นใจว่า ในบรรดา ศน.ทั้งประเทศ ทุกกรม หลายพันคนไม่มีใครรัก ศน.เท่าพี่สุธีร์ พวกเราพูดกันว่า พี่มีความเป็น ศน.อยู่ในทุกอณู ทุกขุมขนของพี่ สิ่งที่พี่ทำเพื่อ ศน. สอนพวกเราให้ซาบซึ้งถึงความรัก ที่เราทุกคนควรจะมีต่อองค์กรที่เราสังกัด หนูจะไม่มีวันลืมบทเรียนนี้...”

นอกจากนี้ยังมีผู้กล่าวถึงอาจารย์สุธีร์ด้านความเป็นแบบอย่างที่ดีของศึกษานิเทศก์ในมุมมองต่างๆ ไว้ในหนังสือเล่มเดียวกัน เช่น ดร.สุวัฒน์ เงินฉ่ำ ผู้เคยเป็นอธิบดีกรมสามัญศึกษา “...หากใครสักคนต้องการรู้ว่า ศึกษานิเทศก์เป็นอย่างไร มีบุคลิก เจตคติ และพฤติกรรมใฝ่รู้ ใฝ่พัฒนาตนเอง พัฒนาโรงเรียน และหน่วยงานอย่างไร ก็จะดูและศึกษาได้จากพี่สุธีร์ เอกอินทร์ เพราะพี่เป็นศึกษานิเทศก์เต็มตัว เชื่อมั่น มั่นคงเสมอต้นเสมอปลาย...”

นายเกรียงศักดิ์ พราวศรี ผู้เคยเป็นหัวหน้าหน่วยศึกษานิเทศก์ กรมสามัญศึกษา “...ท่านอาจารย์สุธีร์ เอกอินทร์ เป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดของศึกษานิเทศก์ ทั้งโดยการแสดงออกภายนอกและความรู้สึกนึกคิด ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปด้านความเสียสละ การต่อสู้ที่กล้าแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นการสู้งาน สู้อุปสรรค สู้ความอยุติธรรมสำหรับชาว ศน. มีความเป็นผู้นำทางวิชาการที่กระฉับกระเฉง ตลอดเวลาที่มีโอกาสร่วมงานกับท่าน ไม่เคยเห็นอาการเบื่อหน่ายงานในหน้าที่ มีแต่ท่าทีของความสุข ความสบายใจเมื่อได้ทำงานของ ศน. ท่านจะเป็นคนใจกว้าง เต็มใจ และกระตือรือร้นสำหรับชาว ศน. ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว จึงไม่มีใครได้รับการปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือจากท่านอาจารย์สุธีร์ ท่านจึงเป็นเพชรเลอค่าของพวกเราชาว ศน.สศ....”

ความจริงใจและความเป็นผู้นำของอาจารย์สุธีร์ที่มีต่อวิชาชีพศึกษานิเทศก์เป็นที่รู้ซึ้งและศรัทธาของศึกษานิเทศก์ทุกกรมในยุคนั้นเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งมีผลทำให้อาจารย์สุธีร์ได้รับการเลือกตั้งจากศึกษานิเทศก์ทุกกรมในกระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็นนายกสมาคมศึกษานิเทศก์แห่งประเทศไทยในเวลาต่อมา และตลอดวาระที่อาจารย์สุธีร์ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯได้เป็นผู้นำในการจัดกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาวิชาชีพศึกษานิเทศก์ให้ก้าวหน้ามาอย่างต่อเนื่อง

หลังเกษียณอายุราชการอาจารย์สุธีร์ยังคงติดตามถามข่าวทุกข์สุข เป็นห่วงเป็นใย คอยให้กำลังใจแก่ศึกษานิเทศก์ทั่วประเทศอยู่เสมอ เนื่องจากระยะหลังเมื่อมีการปรับโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการใน พ.ศ.2546 ซึ่งไม่มีหน่วยศึกษานิเทศก์ในส่วนกลาง ศึกษานิเทศก์ต้องกระจัดกระจายไปอยู่ตามเขตพื้นที่การศึกษาต่างๆทั่วประเทศหากมีกิจกรรมใดที่เกี่ยวข้องกับศึกษานิเทศก์และเชิญมา อาจารย์สุธีร์ก็จะเข้าร่วมด้วยทุกครั้ง ท่านมักพูดเสมอว่า แม้จะเกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่ความเป็นศึกษานิเทศก์ยังคงอยู่ในสายเลือดจะไม่เกษียณไปด้วย กิจกรรมที่อาจารย์สุธีร์เข้าร่วมเป็นประจำคือ ชมรมอดีตศึกษานิเทศก์ กรมสามัญศึกษา ระยะหลังท่านมีอาการเจ็บป่วยต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเป็นครั้งคราว หลังจากมาร่วมพบปะกับสมาชิกของชมรมฯเป็นครั้งสุดท้าย และได้ถึงแก่อนิจกรรม ในวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2559 ด้วยภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิต สิริอายุ 80ปี7เดือน 13วัน
นี่คืออาจารย์สุธีร์ เอกอินทร์ : ผู้มีความรัก ความภาคภูมิใจ และปกป้องวิชาชีพศึกษานิเทศก์อย่างที่สุด

****************************************************************************



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ธเนศ ขำเกิด



ความเห็น (1)

อาทิตยา ปัญญา
IP: xxx.68.241.101
เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณข้อมูลประวัติศาสตร์ของวิชาชีพศึกษานิเทศก์ค่ะ