การก่อสร้าง เขื่อนแก่งเสือต้นใน อุทยานแห่งชาติแม่ยมมีส่วนทำให้ชุมชนท้องถิ่นไม่ได้รับประโยชน์จากป่าซึ่ง เขาพึ่งพาในลักษณะเป็นแหล่งอาหารและรายได้ที่เป็นตัวเงิน เนื่องจากประชาชนในท้องถิ่นได้อาศัยเก็บผลิตภัณฑ์ของป่าอันหลากหลายเพื่อ การบริโภคในครัวเรือนและขาย การสำรวจภาคสนามได้เก็บข้อมูลและทำการคำนวณหารายได้สุทธิที่ชาวบ้านได้รับ จากการเก็บผลิตภัณฑ์ของป่าด้วยการประเมินโดยวิธีการบัญชีอย่างง่าย ซึ่งในการศึกษาอื่นก่อนหน้านี้ รายได้สุทธิของการเก็บผลิตภัณฑ์ของป่าซึ่งคำนวณโดยวิธีดังกล่าว ถือว่าเป็นมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ของป่าในรูปของการเก็บผลิตภัณฑ์ของป่า อย่างไรก็ดี บทความนี้ได้มีการโต้แย้งว่า การประเมินมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ของป่าไม้ในรูปของการเก็บผลิตภัณฑ์ของป่า โดยใชิวิธีการบัญชีดังกล่าว ไม่ถูกต้อง ในทางทฤษฎีแล้ว มูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ของทรัพยากรชีวภาพต้องประเมินจากการเปลี่ยนแปลงใน สวัสดิการทางเศรษฐกิจอันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรชีวภาพ และเนื่องจากการเก็บผลิตภัณฑ์ของป่าจะมีการลดลงของผลตอบแทนที่จะได้รับทั้ง ในด้านกายภาพและ/หรือด้านการเงิน ความสับสนระหว่างการใช้ค่าเฉลี่ยของผลตอบแทน และมูลค่าหน่วยสุดท้ายจะทำให้การประเมินค่าที่ได้สูงกว่ามูลค่าที่แท้จริง การศึกษานี้จึงมีการเสนอแบบจำลองอย่างง่ายที่แสดงถึงการประเมินค่าทาง เศรษฐศาสตร์ของป่าในรูปของการเก็บผลิตภัณฑ์ของป่าโดยอาศัยมูลค่าหน่วยสุด ท้าย อย่างไรก็ดี ในการที่จะนำแบบจำลองนี้ไปปรับใช้เพื่อให้ได้มูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ที่แท้ จริงของการเก็บผลิตภัณฑ์ของป่านั้น จำเป็นต้องมีข้อมูลตัวเลขจำนวนมากซึ่งข้อมูลดังกล่าวไม่มีอยู่ในขณะนี้ ดังนั้นรายได้สุทธิจากการเก็บผลิตภัณฑ์ของป่าจำนวน 72 ล้านบาทต่อปี จึงถือเป็นมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ของป่าในรูปของการเก็บผลิตภัณฑ์ของป่าที่ สูงที่สุด

คณะผู้วิจัย – สุธาวัลย์ เสถียรไทย, เดวิด ซิมป์ซัน, อิศรา สันติศาสตร์, อนุชาติ พวงสำลี และ สุนทร คำยอง