เริ่มต้นก็เป็นที่ฮือฮาเมื่อคุณพินิจเจ้าของทีมสลายกลิ่น กล่าวการนำเสนอด้วย "ขอกราบลงแทบตักท่านคณะกรรมการ" เอ้อ ! แล้วอย่างงี้จะไม่ให้กรรมการไม่ใจอ่อนได้อย่างไร? ว่าแต่จะได้ผลรึเปล่าก็ไม่รู้นิ..

คุณพินิจ
(ตื่นเต้นจนไม่รับประทานอาหารจนมีคนอดแซวไม่ได้ว่าหรือกลัวข้าวจะติดคอ ทำให้พูดไม่ออก เป็นงั้นไป !!)
น้ำเสียงคุณพินิจราบเรียบ ไม่มีวี่แววว่าจะตื่นเต้นให้เห็นสักหน่อย ผู้เขียนชอบเทคนิคการนำเสนอ ซึ่งนอกจากจะใช้ Power point แล้ว ยังมีการจำลองอุปกรณ์ประดิษฐ์ ทำให้เห็นภาพได้ชัดเจน ลืมบอกไปว่าชื่อโครงการเขาก็คืออุปกรณ์ประดิษฐ์วัดปริมาตรปัสสาวะ 24 ชั่วโมง
แต่ชื่อทีมน่ะ "สลายกลิ่น" ฟังแค่ชื่อแล้วหนาว โชคดีที่พี่กลิ่นเสนอผลงานไปก่อนแล้วเมื่อวานผู้เขียนนึกชมคนจัดน๊ะ ที่ไม่ให้สองทีมนี้มาเจอกัน
ผู้เขียนก็หนึ่งในสมาชิกห้องเคมีเหมือนกัน ยอมรับว่าแรกเห็นเจ้าอุปกรณ์นี้ครั้งแรกตื่นเต้นซะจนอดบันทึกไว้ไม่ได้ ซาบซึ้งถึงปัญหานี้เป็นอย่างดี ให้ช่วยอย่างอื่นน่ะพอได้ แต่ให้วัดปริมาตรปัสสาวะ 24 ชม.ขอบอกถ้าไม่รักกันจริงหรือไม่ใช่หน้าที่ ก็จะไม่ไปวัดไปวากับเขาหรอก ยิ่งเป็นช่วงสะตอ ลูกเนียงชุกชุมล่ะก็เจ้าประคุณเอ๋ย ! หรือปัสสาวะบูด (ซึ่งเกิดจากน้ำยาระเหยไปหมด) แค่เปิดขวดก็กระเจิงกันไปหมด หนีเข้าไปห้องครัวข้างในแล้วก็ยังหนีไม่พ้นเลย
ต้องขอบคุณโครงการนี้อีกแล้ว เพราะคุณพินิจ ว่าจะ ว่าจะ...ทำ อยู่หลายปี จำได้ว่าอุปกรณ์ประดิษฐ์เสร็จทันกำหนดเวลา Deadline ส่งรายงานพอดิบพอดี
การวัดปริมาตรแบบเก่าก็ใช้กระบอกตวงวัดธรรมดาอ่านปริมาตรแล้วก็ทิ้งลงอ่างน้ำ ผลก็คือ
- กลิ่นเหม็น เพราะไหลลงท่อไม่ทันก็กระจายอยู่ในอ่างแม้จะมีกรวยรองไว้แล้วก็ตาม
- เสี่ยงการสูดดม Toluene สารก่อมะเร็ง
- ใช้น้ำล้างเปลือง (เผลอ ๆเปิดน้ำทิ้งไว้ ก็ลืมปิด)
- เสี่ยงต่อการที่ปัสสาวะกระเด็น กระดอนใส่อีกต่างหาก
- หลายขั้นตอนใช้เวลาเยอะ
อุปกรณ์ประดิษฐ์สำหรับวัดปริมาตรก็นำเอากระบอกตวงมาประกอบกับท่อพีวีซี ฟังดูเหมือนจะง่าย ๆ แต่คุณพินิจเขาพิถีพิถันในการทำและทดแทนพื้นที่ส่วนที่เสียไปด้วยการใช้สูตรพื้นที่วงกลมมาเสริมพื้นที่ส่วนที่หายไป
ผลของนวัตกรรมก็ช่วยลดกลิ่น ลดความเสี่ยง ใช้น้ำ & เวลาน้อยลง ผลเป็นที่พอใจกว่าที่ตั้งไว้80 % คือ 90 .76 % แน่ะ
ที่สำคัญจากการสำรวจก็มีข้อเสนอแนะอื่น ๆ ก็คือ
- ระดับของอุปกรณ์ สำหรับขวดปัสสาวะขนาดใหญ่ ก็แก้ด้วยการใช้แต่ขวดขนาดเล็กเลิกใช้ขวดขนาดใหญ่
- เรื่อง scale ไม่ชัดเจนก็อาจจะเอาสีมา label ได้
- ที่สำคัญสุด ๆ ก็คือการปรับปรุงระบบการล้างให้มีสวิทซ์ปิดเปิด คุณพินิจบอกว่าถ้าได้รางวัลแล้วถึงจะทำต่อไป......(ว่าแต่ 1000 บาทได้ชัวร์ ชัวร์ ปัญหาคือ แล้วจะพอมั๊ย?)
นำรูปชัดๆ ของคุณพินิจมาฝากค่ะ
ไปฟังมาด้วยนะคะ…ขอบอกเห็นบรรยากาศช่วยกันทำงานหลายแรงแข็งขัน….อยากให้ทุกภาควิชามารู้..มาเห็น…มาฟังค่ะ
ขอบคุณอ.ปารมีค่ะ ภาพอาจารย์ชัดมาก ใครต่อใครจะได้เห็นความหล่อของคุณพินิจกันชัด ๆ สักที กล้องผู้เขียนแต่ฝากนายดำถ่าย ทำไมภาพออกมามืดทั้งนั้นน๊ะ เป็นเพราะตำแหน่งไม่เหมาะสมรึเปล่า ???
ว่าแต่พี่เมตตา นั่งอยู่ส่วนไหนค๊ะ ทำไมผู้เขียนไม่ยักกะเห็นเลย
รับทราบและรีบตามไปแล้วค่ะ พี่เมตตา
คุณศิริอย่าลืมทำ link ไปที่เรื่องตื่นเต้นตอนแรกเห็น นวัตกรรมนี้ด้วยสิคะ
พี่โอ๋ขอบคุณค่ะ จัดการเรียบ…ร้อยแล้วเสร็จค่ะ จำได้ว่าวันนำเสนอผลงานผู้เขียนแทบไม่จดอะไรเลยค่ะ เพราะซาบซึ้งกับเรื่องราวกลุ่มนี้เป็นอย่างดี แม้จะไม่ได้เป็นสมาชิกก็ตาม เพราะนายดำเป็นสมาชิกนั่นเอง