( ภาพสไลด์ ชิ้นเนื้อ ย้อมสี และส่องตรวจทางกล้องจุลทรรศน์ จาก www.drday.com/rumors/loma_linda.htm
และ www.webpathology.com/image.asp?case=266&n=36 )
พยาธิแพทย์ (Pathologist)ไม่ใช่หมอรักษาโรคพยาธิ์ หากแต่เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการวินิจฉัยโรค แพทย์อื่นๆให้การวินิจฉัยสาเหตุของโรค จากการเล่าประวัติความเจ็บป่วยจากปากผู้ป่วย หรือ ญาติผู้ป่วย การตรวจร่างกายใช้เครื่องมือส่อง ฟังเสียงอวัยวะ สัมผัสร่างกาย คลำหาก้อน หรือสิ่งผิดปกติ แล้วประมวลเข้ากับความรู้ และตำราที่มีผู้บันทึกถ่ายทอดไว้
แต่พยาธิแพทย์ ไม่ได้เห็น ไม่ได้คุยกับผู้ป่วยโดยตรง การวินิจฉัยให้ความเห็นของพยาธิแพทย์ อาศัยส่วนของร่างกาย ส่วนของอวัยวะ เนื้อเยื่อที่ถูกตัด ถูกเจาะ ใส่ขวดส่งมาให้ เครื่องมือที่พยาธิแพทย์ใช้คือกล้องจุลทรรศน์ มีตั้งแต่ระดับกล้องธรรมดากำลังขยายเป็นสิบเป็นร้อยเท่า ถึงกล้องจุลทรรศน์อิเล็คตรอน ซึ่งมีกำลังขยายสูงถึงแสนหรือสิบล้านเท่า
พยาธิแพทย์เปรียบเสมือนศาลฎีกาทางการแพทย์ การวินิจฉัยของพยาธิแพทย์ ส่วนใหญ่เรียกได้ว่า เป็นที่สิ้นสุด ไม่มีข้อโต้แย้ง สิ่งที่พยาธิแพทย์วินิจฉัยคือความผิดปกติระดับเซล ผู้ที่วางรากฐานการแพทย์ ให้เหนียวแน่น มีความเป็นวิทยาศาสตร์อย่างยิ่งยวด คือจิโอวันนี แบทติสต้า มอร์กันญี (Giovanni Battista Morgagni) ปรมาจารย์ด้านกายวิภาคศาสตร์ชาวอิตาเลียน ผู้มีชีวิตอยู่ในปี คศ.1682-1771 (สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย)
การทำให้เซลที่ผิดปกติ หรือเจ็บป่วยเห็นได้ชัด อาศัยเทคนิคการย้อมสีแบบต่างๆ เห็นรายละเอียดในเซลได้ชัดเจนขึ้น
การค้นพบกล้องจุลทรรศน์อิเล็คตรอน ตั้งแต่ปี คศ.1928 และมีการพัฒนามาโดยลำดับ ทำให้เห็นเซล และส่วนประกอบของเซลชัดขึ้น ในระดับโครโมโซม และเมื่อนำความรู้ชีววิทยา มาผนวกกับวิชาอินทรีย์เคมี เกิดเป็นความรู้ด้านชีวโมเลกุล (Molecular Biology) ซึ่งเป็นทฤษฎีใช้อธิบายรายละเอียดการเกิดโรคทางพันธุกรรม โรคติดเชื้อ โรคมะเร็งได้มากยิ่งขึ้น
( ภาพกล้องจุลทรรศน์อิเล็คตรอน จาก http://caf.ua.edu/category/equipment/equipment-sem/ )

