พาราเซตามอล (Paracetamol) - ยาพระรองถูกมองข้ามไป

หากพูดถึงยาสามัญประจำบ้าน ใครๆก็เอ่ยชื่อยาชนิดนี้ออกมาก่อนแทบทุกครั้ง

ยาชนิดนี้เราคุ้นหู คุ้นปาก รู้จักกันมายาวนาน

รู้ตัวอีกที จากคุ้นเคย ก็กลายเป็นเมินเฉย มองข้ามกันไป

จนทศวรรษหลังๆ เริ่มมีเสียงบ่นที่คล้ายๆกันทุกโรงพยาบาล

"มาหาหมอทีไร ไม่สบายอะไร หมอก็จ่ายแต่ยาพารา"

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ฟังแต่คนไข้บ่น วันนี้หมอขอบ่นบ้างนะ

  1. พาราเซตามอล (Paracetamol) แต่ถ้าประเทศ USA เรียกยานี้ว่า Acetaminophen
  2. นักเคมีชาวอเมริกันคนหนึ่ง คิดค้นยานี้ขึ้นเมื่อเกือบ 150 ปีก่อนโดยบังเอิญ ใช้เป็นยาพิษในกองทัพ เกือบ 100 ปีต่อมานักเคมีชาวอเมริกันอีกคนก็ได้วิจัยใหม่อีกครั้ง จนได้ตัวยาที่ปลอดภัยออกมาขาย
  3. เป็นยาในกลุ่ม NSAIDs (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs) คือยาลดการอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์
  4. กลไกการออกฤทธิ์คล้ายคลึงกับยาชื่อดังที่คนไทยนิยมกัน เช่น Ibuprofen, Diclofenac แต่ผลข้างเคียงน้อยกว่าหรือแทบไม่มีเลย
  5. ลดไข้ได้ดี ลดปวดระดับเล็กน้อยถึงปานกลางได้ดี
  6. ใช้ได้ตั้งแต่เด็กเล็กถึงคนชรา เพราะเป็นยาที่ปลอดภัย (หากใช้อย่างถูกวิธี)
  7. มีทั้งแบบเม็ด แบบน้ำ แบบฉีด แบบผสมกับยาอื่น(เช่น Norgenic = Paracetamol + Orphenadrine) หรือสวนทวารยังได้เลย
  8. ในเด็ก ขนาดยาปรับตามน้ำหนักตัว
  9. ผู้ใหญ่ไม่ควรใช้เกินครั้งละ 325 มิลลิกรัม (update จากองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ 2013)
  10. กินได้มากสุด วันละ 4 มื้อ หลังอาหาร
  11. ข้อห้ามใช้ในโรคตับ ทั้งตับวาย ตับแข็ง (ถ้ามีโรคตับ ปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนนะ)

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

หาซื้อง่ายมาก เซเว่นก็มีขาย จนบางคนกินกาแฟกับพาราก็มี

เป็นยาที่ปลอดภัย ใครๆก็ขายได้ คิดดูแล้วกันว่าปลอดภัยขนาดไหน

แต่เพราะปลอดภัยเกินไป หาง่ายเกินไป ราคาถูกเกินไป

จึงถูกมองว่าเป็นยาไร้สาระ


แล้วแต่คุณจะเลือกแล้วกัน !!

แต่ผม ซึ่งเป็นแพทย์แผนปัจจุบัน จะบอกความจริงบางอย่างนะครับ

หมอปวดหัว หมอก็กินพารา

หมอเป็นไข้ หมอก็กินพารา

หมอปวดเมื่อย หมอก็กินพารา

... Up to you, It's your life, not mine ...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน พาราเซตามอล (Paracetamol) - ยาพระรองถูกมองข้ามไป



ความเห็น (3)

แล้วทำไมเขาทำยามาในขนาดเม็ดละ 500 มิลลิกรัมค่ะ

ตอบคุณจันทวรรณ นะครับ

ทำไมยาถึงมีขนาด 500 มิลลิกรัม

จริงๆแล้ว ยาพาราเซตามอลชนิดเม็ด มีสองขนาดเป็นหลักครับ คือ 500 และ 325 มิลลิกรัม แต่ชนิด 500 นั้น มีหลายยี่ห้อและแพร่หลายกว่า อีกทั้งมีการใช้และผลิตในขนาด 500 มายาวนานหลายสิบปี แต่ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ องค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ USFDA ประกาศว่า อยากให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์จ่าย สั่ง หรือใช้ยาชนิดนี้ทั้งแบบพาราเดี่ยวและแบบผสมในขนาดเม็ดละ 325 มากกว่า (ถ้ากินเบิ้ลเม็ดก็เป็น 650) เนื่องด้วยอุบัติการตับวายจากยาพาราสูงขึ้นทั่วโลกไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย อีกประเด็นหนึ่งผมคิดว่า คนส่วนใหญ่ยังติดการกินยาพาราสองเม็ดจนกลายเป็นสิ่งที่แก้ยาก และถ้าได้ยาเกินวันละ 4000 มิลลิกรัมหรือ 8 เม็ด (เม็ดละ 500) ซึ่งคนไทยกินขนาดนี้เป็นอย่างน้อยแทบทุกวันอยู่แล้ว ก็เสี่ยงตับวายได้ จึงเริ่มให้ปรับที่บุคลากรทางการแพทย์ในการสั่งจ่ายยาก่อนครับ (จริงๆถ้ากิน เม็ดละ 500 ต่อก็ได้ แต่ไม่แนะนำให้กินสองเม็ดต่อมื้อนั่นแหละครับ )

ขอบคุณนะคะสำหรับความรู้ที่จำเป็นในการใช้ชีวิตประจำวันค่ะ