​3. ล้อมคอก

3. ล้อมคอก

วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2559
1. วันนี้ทำอะไร
-วันนี้ตั้งใจปรับกิจวัตรตอนเช้าให้มีการทำความสะอาดบ้านกับตนเอง ข้อวัตรตอนเช้าต้องเรียบร้อยก่อนออกจากบ้าน เป็นการล้อมคอกกับตนเอง ยาวไปจนถึงเวลาที่จะออกจากรั้วของบ้านพักและสำนักงาน หากไม่มีเหตุจำเป็นจริง ๆ ก็พึงอยู่ที่ๆเหมาะสม
- ไปถวายจังหันที่ตึกสงฆ์อาพาธ
-ทำรายงานสามฉบับให้เสร็จก่อนเที่ยง
-ไปรับกล่องบรรจุภัณฑ์ “กราโนล่า”

2. คาดหวังอะไรในสิ่งที่ทำนั้นบ้าง
-คาดหวังความเรียบร้อยกับตนเอง เป็นการรับรู้เรื่องความซกมกของตนเอง อาการหนักงาน น่าจะสมควรแก่การต้องแก้ทันที
- ไปจังหัน คาดหวังว่า ได้เช็คใจตนเอง กับการตอบสนองกับโอกาสการฝึกฝน
-ส่งรายงานเรียบร้อย
-ดำเนินการสิ่งที่ครู เมตตาชี้ให้เรียบร้อย

3. มีอะไรเป็นไปตามความคาดหวังนั้นหรือไม่เป็นไปตามความคาดหวังนั้น เพราะอะไร
สิ่งที่ได้เกินคาด
- การปรับให้ตนเองเคลียร์บ้าน สิ่งที่เกินคาดคือ มีอะไรที่เป็นส่วนเกินของชีวิต เยอะมาก หลายอย่างเป็นขยะที่ตัดสินใจ “ทิ้ง” หลายอย่างเป็นสิ่งที่ส่งต่อได้ มันเกินคาดกับการแค่ มองย้อนที่ตนเอง “อะไรที่ต้อง ชำระก่อน”
กองผ้า กองหนังสือ ชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่วางระเกะระกะ เรื่องนี้แม่สอนเป็นประจำ ครูทำให้เห็นถึงต้นแบบของความดีงาม แต่หนูมันดีแต่วิ่งไปข้างนอก ไปทำเพื่อ “เอาใจท่าน”
ใจที่วางผิดที่ ตอนนี้ปรับใหม่ ไม่วิ่งตามความอยาก ดูดี ไม่ว่า อยู่ในสายตาของใคร
กลับมาย้อนสู่ สิ่งที่ครูให้ไว้ก่อนหน้าว่า
“แทนที่จะไปเสนอหน้ากับครูบาอาจารย์ เพื่อ อวดท่าน
ปรับใหม่กับตนเอง ลมมือทำ ลงมือภาวนา
ชำระใจยังไม่ได้ ชำระกายก่อน ชำระข้างในยังไม่ได้เรื่อง ข้างนอกควรจะจัดการก่อน
คือ จุดเริ่มของการกระตุ้นตนเอง เป็นเรื่องพื้นฐาน ที่เมื่อก่อนก็เคยทำ
แต่ทำเพราะแค่ “เลียนแบบครู”
แต่ครั้งนี้ ปรับมา ย้อนจากสิ่งที่ท่านทำให้เห็นและได้เรียนรู้ มาลองปรับกับตนเอง รวมถึง ขอปฏิบัติที่ อะไร อย่างไร เขาจะไม่ตำหนิ ครูบาอาจารย์
จากภารกิจที่ครูมอบ มองย้อนกับตนเองถึง กรอบของชีวิตว่า “ตอนไหนจะดี”
ย้ำกับตนเองว่า “ต้องใช้ปัญญานะ”
แต่หนูก็มีข้อพลาด ช่วงเช้าหลังจังหันเข้าสำนักงานเก่าเพื่อทำภารกิจ แต่ไปใช้เวลานั่งพูดในเรื่องที่อยากพูด อยากระบาย พลาดไปเกือบสองชั่วโมงฟรีๆเลยค่ะ
-ไปจังหัน เริ่มลงมือ หุงข้าว ขยับเข้าร่องของตนเอง รวมถึงจัดบ้านให้ลงตัวในความรู้สึก แต่กว่าจะถึง ตึกสงฆ์อาพาธก็แปดโมงกว่า ไม่เป็นไปตามคาดคือ ช้ากว่า เวลาที่ควรจะเป็น เวลาที่ดีที่สุดที่รู้สึกกับตนเองคือ สักเจ็ดโมงครึ่ง หรือก่อนแปดโมงน่าจะเป็นเวลาดีๆที่ไม่ต้องเร่งรีบ

-ใจมันปฏิเสธการมานั่งลงข้อมูลตัวชี้วัด รายงาน ไม่เสร็จตามเวลานัด เพราะอะไร เพราะหนูเองเอาสิ่งอื่น ๆ มาแทรกช่วงเวลาที่ครูทำ
-ตอนที่ไปรับคิดเอาเองว่า น่าจะกล่องไม่ใหญ่มาก เดาเอาเองว่าคงแบนๆ แต่พอไปถึงปรากฏว่า ใหญ่และเยอะมาก ๆ ขนาดที่ไม่สามารถบรรจุลงรถเก๋งหนูได้ แก้ไขโดยหนูรับมาบางส่วน แล้วที่เหลือร้านนำมาส่ง

4. ได้เรียนรู้อะไร
- การไปจังหัน กับการที่รู้สึกว่าตนเองไปช้า แม้จะทันถวายครูบาอาจารย์ แต่ข้างในก็ มีความกังวล มีตัวหนึ่งที่อายขึ้นมา “แว๊บย้ำกับตนเอง มันน่าอายอยู่ที่มาช้า แต่สิ่งที่กำลังทำนั้นเป็นกุศล คือ ถวายจังหันกับพระสงฆ์ที่ตึกสงฆ์อาพาธ”
เสียงครูดังขึ้นมาในความรู้สึกว่า “เวลามันทำความดี จิตมันจะหงอ เป็นเงอะๆงะ ๆ ทำไม่ถูก แต่พอมันทำชั่วใจมันพองและกล้าหาญมาก
ใจย้อนไปถึง คำที่พระพี่ชาย แปล สิ่งที่ครูเมตตาสะกิดเตือน เรื่องสภาวะของจิตหนู และภูมิเดิม
พระพี่ชายย้ำว่า “สังเกตไหม ช่วงนี้หนูเป็น ง่วง ๆ หลงๆ คิดๆ เอะอะอะไรก็ ทำครบแล้ว ขอนอนก่อน ตอนทุกข์มันทุกแทบร้องไห้ แต่พอทุกข์คลายมันจะขอนอน เป็นวิถีจิตของ “สัตว์เดรัชฉาน”
ก็ไม่แปลก ถ้าตายตอนจิตเป็นแบบนี้ก็ไปเป็น “หมา” ซึ่งเป็นแบบนี้จริง ๆ
อย่างที่ว่า มันจะเป็นเปรต ก็กรรมที่มันทำ จิตที่มันโลภ มันอยากได้ ถ้ากรรมมันให้ผลตอนจิตแบบนี้ มันก็ “เป็นเปรต”
คือความชัดเจนที่ไม่ต้องแปรซ้ำ ทำอะไรไว้ ทำอะไรจนชิน ก็จะตามนั้น
แต่พระพี่ชายชี้ซ้ำอีกว่า
เห็นแบบนี้ ดีแล้ว ดีที่สุด
ถ้ามันเร่งภาวนาตอนนี้ก็มีโอกาสเป็นคน ถ้าทำได้มากกว่านั้น จิตก็จะเจริญไปได้สูงกว่านั้น
คือสิ่งที่พระพี่ชายชี้และแปลให้
แล้วก็ก็ย้ำให้เพียรเอา จะให้ชัดเจนแค่ไหน จะยังต้องชัดแค่ไหนอีก แค่นี้มันก็เห็นแล้ว ว่ากิเลสตัวไหน โผล่มาบ่อย แล้วไม่ฝืน ไม่ขัดเกลา แล้วปล่อยตามใจจนกิเลสมันโต ก็ได้ผล ตามนั้น จะเอา อสุรกาย เปรต เดรัชฉาน คน หรือสูงกว่านั้น ตอนนี้ยังพอมีโอกาส แต่ถ้าประมาทแล้วช้ากว่านี้ก็จะหมดโอกาสแล้วหนทางนี้ก็จะค่อย ๆ ปิดลง
-รู้สึกว่า “ตนเองหนี” เหมือนมันก็ไม่ยอมเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่ชอบ เป็นอีกตัวของคำที่ครูสอนว่า
“นี่ มันเลือกทำ แต่สิ่งที่มันชอบ แล้วก็ทำเป็นว่า คุยอวดว่า มันทำยากแต่มันทำได้”
แต่เอาเข้าจริง ๆเรื่องที่มันต้องทำ มันยังไม่หยิบขึ้นมาทำเลย
-เรื่องรับกล่องนี่ก็โจทย์เก่าของหนูตั้งแต่รับหนังสือของครู “นี่มันไม่จำ” แต่ก็มีโอกาสได้แก้ไข ร้านจะนำมาส่งเพิ่มเติมส่วนที่เหลือ

5. จากบทเรียนที่ได้เรียนรู้นี้จะทำอย่างไรเพื่อป้องกันความผิดพลาดไม่ให้เกิดขึ้นอีกหรือที่ดีแล้วจะได้พัฒนาต่อไป
-การปรับกับตนเองให้มีช่วงเวลาจัดการสิ่งที่อยู่รอบตัวให้เรียบร้อย ครูเมตตาชี้ถึงความสำรวมแม้กระทั่งการ เดิน การนั่ง หนูรู้สึก อาย ที่แค่บ้านช่อง รถ ยังไม่เรียบร้อย เรื่องเดินเหินนั้นยังห่างไกลคำว่า “สำรวม” แต่ก็จะพยายามปรับ ปรับอย่างไร ก็ ลงมือ ทำจุดที่เห็นว่า ต้องทำเช่น บ้านในมุมต่าง ๆ ปรับให้เข้าที่เข้าทาง
-การไปจังหันควรทำต่อไป แล้วควรไปถึงให้ก่อนแปดโมงเช้า
-รายงานไม่ว่าอย่างไร รายงบานต้องเสร็จเรียบร้อย เพื่อไม่ให้เป็นภาระ
-บรรจุภัณฑ์ ร้านนำมาส่ง ที่ทำงานพรุ่งนี้

ศีล
1. ไม่ฆ่า ไม่เบียดเบียน
ด้วยรายงานที่ไม่เสร็จตามเป้าหมาย เบียดเบียนที่ที่ต้องจัดทำสรุปภาพรวมค่ะ แก้ไข คือ ต้องทำให้เสร็จ คืนนี้

2. ไม่ลักทรัพย์ไม่หยิบเอาของที่เจ้าของไม่ได้ให้
-วันนี้ลงมือทำอะไรมากขึ้น เกี่ยวกับงาน แต่ก็ได้มากกว่านี้ มีหลายช่องของเวลาที่ ปล่อยสูญเปล่า เยอะเลย สารภาพตามตรงว่า พอลงขึ้นมาทำ เคลียร์วางแผน ดูข้างในจะกังวลน้อยลง

3. ประพฤติพรหมจรรย์
ราคะมากอยู่ ตอนเช้าเจอพี่ ๆทักทาย สอบถามว่าจะฝากซื้ออะไรไหมเพราะจะต้องไปที่สำนักงานเก่า การพูดจาและลีลาถามของหนูให้นิยามได้เลยว่า “เหมือนลิงหลอกจ้า” มารู้สึกได้ตอนที่เดินออกมาจากพี่ๆแล้ว ค่อยเห็นตนเองย้อนไปว่า พยายามจะยิ้ม ดูสดใส พยายามจะหัวเราะ แต่นั่นมันปลอม ทั้งๆที่ข้างใน ไม่ใช่นั่นก็คือ หลอกตนเอง หลอกคนอื่น

4. ไม่โกหก ไม่พูดส่อเสียด
กับท่าลิงหลอกเจ้า กับการส่งรายงานช้า กับการพูดเพ้อเจ้อ แก้ไขโดย ต้องระวังกับตนเองให้มาก ๆ สำรวมให้มากกว่านี้

5. ไม่ดื่มเหล้า ไม่ขาดสติ
ขาดสติตอนที่ไปซื้อของที่เซเว่นแล้วมานั่งรอน้ำปั่นที่พี่ ๆฝากซื้อ อาจจะด้วยหลายแก้ว และใช้เวลารอ ตอนออกมาหนูลืมของที่ซื้อมาจากเซเว่นไว้ที่ร้าน ชักจะแย่กับตนเองมากแล้วค่ะ ไม่มีสติ

6. ไม่ทานอาหารหลังเที่ยง
ตกเย็นมาหิววันนี้ทานชาเขียวค่ะ

7. ไม่ร้องเพลง ดูละคร ไม่ใช้เครื่องประทินผิว
วันนี้เหมือนบททดสอบวางอยู่ตรงหน้ากับสิ่งที่ต้องสำรวมระวัง ล้อมคอกง่าย ๆ คือ เดินหนี แต่มันยังเดินหนีไม่ได้ เลยแก้โดยการ เปิดคลิป “พื้นที่ชีวิต วิจัยชีวิต เกี่ยวกับเส้นทางแต่ละคนที่ไปลองภาวนา”
8. ไม่นั่งนอนบนที่นอนสูง ยัดนุ่นหรือสำลี
เวลานั่งที่เก้าอี้นานๆ เหมือนเหงื่อออกแล้วต้องหาเบาะที่รองฟองน้ำมาซ้อนเพื่อนั่ง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สามสิบวันแห่งการเรียนรู้



ความเห็น (0)