"ประวัติศาสตร์" จะเปลี่ยนได้ต้องมีหลักฐานยืนยัน ไม่ใช่แค่ "ความคิดเห็น"

ประวัติศาสตร์ ไม่ได้เปลี่ยนจาก คำพูด หรือ มโน แต่เปลี่ยนได้จากหลักฐานยืนยัน

ผมเห็นบทความนี้ พออ่านแล้ว คงต้องพูดอะไรบางอย่าง

หลากปริศนา’พระนเรศวร’ คำถามคาใจและแบบเรียนไทยที่ (ยัง) ไม่ยอมเปลี่ยน? (นำมาจาก มติชนออนไลน์ 5 ก.พ. 59 .. CR :@Juthatip Poka
https://www.facebook.com/juthatip.iii)

ต้องรับความจริงว่า การบันทึกหลักฐานที่ผ่านมาเป็นร้อย ๆ ปี นั้นอาจมีความคลาดเคลื่อน หน้าที่คนในชาติหรือนักประวัติศาสตร์

คือ การหาหลักฐาน (ซึ่งก็หายากเพราะ ชาติเราไม่บันทึก มีแต่เรื่องเล่า และอีกอย่างผ่านมานานคนที่รู้ก็ตายหมด ) มาพิสูจน์ ไขความจริง จึงมีวิธีการที่เรียกว่า ชำระประวัติศาสตร์

แต่การที่บางคน บางท่าน(ว่าเป็นผู้รู้) มาบอก ต้องยืนยันด้วยหลักฐาน จึงจะไปเปลี่ยน สิ่งที่บันทึกไว้ หรือในตำราเรียน และหากยังไม่มีข้อยุติ จะไปเปลี่ยนได้อย่างไร อีกอย่าง ขาติใดบันทึก ชาตินั้นก็จะเขียนแต่ความดี และการได้เปรียบของตน อันนี้ต้องเข้าใจหรือหาหลักฐานประกอบ ไม่ใช่เชื่อไปเสียหมด

อย่างคำว่า "เนี่ย สยำ กุก" ที่ ปราสาทนครวัด หลักฐานใหม่บอกว่า น่าจะเป็นพวก "ส่วย" ที่มีหงอนสีแดง (ทำนองนี้) ผมอ่านแล้วก็ยังทะแม่ง ๆ แต่ก็ยังหาอะไรไปยันไม่ได้ สรุป เราก็ยังไม่ลงความเห็น หรือบอกไม่ได้ว่า เป็น สยาม ที่ไหน ลุ่มแม่น้ำกก ทางอีสาน-ลาวเหนือ บางคนตะเลิดไปลำพูนโน่น หรือภาคกลาง ? เช่นเดียวกัน

ดังนั้น เรื่องประวัติศาสตร์ เป็นการหาหลักฐาน(ที่หายากมายืืนยัน) จึงยังหาข้อยุติไม่ได้ เพียงแต่การชำระประวัติศาสตร์ตามหลักฐานได้ถึงแค่ไหน ก็เท่านั้น
หากอธิบายและสื่อสารตามนี้ เราจะเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และ สนใจประวัติศาสตร์ และ ช่วยกันหาหลักฐานมายืนยัน จึงเป็นความสนุกและมีอารยะที่ถูกต้องมากกว่าการบ่นต่อว่า

( ศาลสมเด็จพระนเรศวร ที่ บ้านพริก อ.แม่สรวย จ.เชียงราย )


ดร.ดนัย เทียนพุฒ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ตำราพิไชยสงคราม



ความเห็น (0)