ขอบคุณภาพจากทางอินเตอร์เน็ต...........
พระอาจารย์กงมา จิรปุญโญ ได้นำพระวิริยังคืซึ่งอายุตอนนั้น ๒๒ ปี อุปสมบทได้เพียงหนึ่งพรรษา ออกเดินธุดงค์ครั้งสำคัญเพื่อติดตามพระอาจารย์มั่น ผู้เป็นปรมาจารย์ของคณะกัมมัฏฐาน เดินธุดงค์ด้วยเท้าจากจันทบุรีเข้าจังหวัดนครราชสีมา มุ่งเข้าหาตัวอำเภอกระโทก เข้าสู่ตัวเมืองนครราชสีมาเข้าจำวัดที่วัดป่าสาลวัน ในขณะที่สงครามโลกยังไม่สงบจึงต้องระมัดระวังตัวไปด้วยวัดนี้ก็โดนระเบิดไปหลายลูก ทำให้ญาติโยมก็ลดน้อยลงไปด้วยความลำบากยากแค้น อพยพไปที่อื่นกันจนบางตา
หลวงพ่อบันทึกไว้ในวรรคหนึ่งว่า...สงครามนี้ไม่ดีเลย แต่มนุษย์ก็ชอบทำสงครามกันทุกยุคสมัย...
เช้าวันต่อมามุ่งขึ้นรถไฟเก่าจวนเจียนจะพังด้วยสงครามไปจังหวัดอุดรธานีไปจำวัดที่วัดป่าบ้านจิก อยู่ ๑ อาทิตย์ก็เดินทางต่อไปจังหวัดสกลนคร ทราบว่าอาจารย์มั่นมาพักอยู่จังหวัดนี้ก็ยิ่งกระวนกระวายใจอยากจะไปพบอาจารย์มั่นมาก ขณะที่อาจารย์กงมา พาหยุดพักเอาแรงในจังหวัดที่วัดสุทธาวาสอยู่หลายวัน
ท่านอาจารย์กงมาได้เล่าถึงอาจารย์มั่น ถึงความเป็นไปหลายข้อคือ
๑. ท่านอาจารย์มั่นฯ ท่านรู้จักใจคนจะนึกจะคิดอะไรท่านทราบหมด
๒. ท่านอาจารย์มั่นฯ ท่านดุยิ่งกว่าใครทั้งนั้น
๓.ท่านอาจารย์มั่นฯ ท่านเทศนาในธรรมปฏิบัติยอดยิ่งกว่าใครทั้งนั้น
๔.ท่านอาจารย์มั่นฯ ท่านปฏิบัติตัวของท่านเป็นตัวอย่างแก่ศิษย์อย่างเยี่ยมยอด
๕. ท่านอาจารยืมั่นฯ ท่านจะต้องไล่พระที่อยู่กับท่าน ถ้าหากทำผิด แม้เพียงความผิดนั้นจะไม่มากแต่เป็นเหตุให้เสื่อมเสีย
หลวงพ่อบันทึกไว้ว่า..นี่เป็นความทรงจำของผู้เขียนที่จะต้องท่องเอาไว้ในใจไม่ให้ลืม
....................

สาธุๆ
ได้เรียนรู้เรื่องพระสายพระป่า
ขอบคุณมากๆครับ
ขอบคุณที่แบ่งปันความรู้ดี ๆ จ้ะ