พลังการเรียนรู้ สร้างสรรค์ สู่การเปลี่ยนแปลง..ออทิสติก(Autism Spectrum Disorders).. สู่การฟื้นคืนสุขภาวะสังคมไทย

ปัจจุบัน พบว่ามีคนเป็นโรคออทิสติกเพิ่มขึ้นมาก แต่ในหลายครั้งบุคคลรอบข้างก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะของพฤติกรรมที่เกิดขึ้นของบุคคลประเภทนี้มากนัก ในวันนี้เรามาทำความเข้าใจเกียวกับ โรคออทิสติกเพิ่มขึ้นกันค่ะ :)


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ autism spectrum disorder


โรคออทิสติก หรือในปัจจุบันเรียกว่าโรคออทิสติกสเปกตรัม(autism spectrum disorder) เป็นโรคพัฒนาการบกพร่องจากความผิดปกติของสมองที่มีอาการแสดงเป็น ความบกพร่องในพัฒนาการทางด้านการใช้ภาษาสื่อสารและการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ร่วมกับความผิดปกติของพฤติกรรมและความสนใจที่เป็นแบบแคบจำกัดหรือเป็นแบบแผนซ้าๆ

สาเหตุ :

  1. โรคทางกายที่มีผลต่อสมอง เช่น หัดเยอรมัน การติดเชื้อไวรัสที่สมอง
  2. ระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ เนื่องจากเด็กออทิสติกบางรายมีจำนวน T-cell และสารช่วยสร้างภมิคุ้มกันร่างกายต่ำ(lgA)
  3. พันธุกรรม มีโครโมโซมที่ผิดปกติหลายตัวที่พบในโรคนี้ เช่น ตัวที่ 2,7, 13, 15, 16,19
  4. วัคซีนป้องกันคางทูม หัดเยอรมัน หรือเรียกสั้นๆว่า MMR

ส่งผลให้กระทบกิจกรรมการดำเนินชีวิตดังนี้

  • ด้านกิจวัตรประจำวันขั้นพื้นฐาน(ADLs)

การขับถ่าย - ปฏิเสธการเข้าห้องน้ำที่มีที่แคบ โวยวายต่อการนั่งโถส้วมที่มีความสูงทำให้เท้าไม่สัมผัสพื้น

การแต่งตัว - ปฏิเสธการใส่เสื้อผ้าที่มีพื้นผิวเฉพาะเท่านั้้น อาจใส่แต่เสื้อแขนยาวหรือสวมเฉพาะผ้ายีนส์

การรับประทานอาหาร - อมวัตถุสิ่งของ กินของที่ไม่ใช่อาหาร กินอาหารรสจัด กินอาหารซ้ำๆ หรือเฉพาะอย่าง

การทำความสะอาดร่างกาย - ปฏิเสธการแปรงฟัน การสระผม การหวีผม การทาแป้งและโลชั่น หรือการเช็ดหน้าเช็ดตัว

  • ด้านกิจวัตรประจำวันขั้นสูง(IADLs)

ไม่ตระหนักรู้ต่อภัยอันตราย เช่นชอบปีนป่ายที่สูงโดยไม่ระมัดระวังถึงอันตราย

ตอบสนองต่อภัยร้ายหรือสถานการณ์ฉุกเฉินไม่เหมาะสม เช่น วิ่งออกไปที่ถนนที่ยังมีรถวิ่งอยู่

  • การศึกษา(Education)

- ยากลำบากในการทำกิจกรรมในชั้นเรียนปกติ

- ลุกลี้ลุกลน กระสับกระส่ายทนั่งนิ่งไม่ได้นานในชั้นเรียน

  • การเล่น(Play)มักเล่นไม่สมกับวัยเช่น

- เล่นแยกตัว เล่นคนเดียว

- สนใจของเล่นมากกว่าสนใจเพื่อนเล่น

- เล่นที่ไม่มีความหมาย และซ้ำๆ เช่น เล่นสบัดมือ ถูมือ หมุนของในมือ

- มีการเล่นที่รุนแรงมากกว่าปกติ

  • ด้านการมีส่วนร่วมทางสังคม(social participation)

- ไม่สามารถริเริ่มหรือคงไว้ซึ่งการมีส่วนร่วมทางสังคมได้

  • ปัจจัยส่วนบุคคลของผู้รับบริการ(client factors)

- การรับรู้ความสามารถและการให้คุณค่าตนเองต่ำ

- บกพร่องด้านการทำงานหน้าที่ของร่างกาย

  • ทักษะในการทำกิจกรรม(performance skills)

- ด้านประสาทสัมผัส-การรับรู้ การเคลื่อนไหว-การวางแผน

- ด้านการควบคุมอารมณ์

- ด้านความคิดความเข้าใจ

-การสื่อความหมายและการเข้าสังคม

  • รูปแบบการทำกิจกรรม(performance patterns)

การประเมินทางกิจกรรมบำบัด


Person Environment Occupation Performance

  • สัมภาษณ์ผู้รับบริการและผู้ดูและเพื่อรวบรวมข้อมูลและสอบถามถึงความต้องการปัญหา และเป้าหมายของกิจกรรมการดำเนินชีวิตของผู้รับบริการ เช่น สภาวะอารมณ์ ปัญหาการนอนหลับ ป
  • ประเมินความบกพรองดานการบูรณาการประสาทความรูสึก
  • สอบถามถึงสภาพจิตใจของผู้รับบริการและผู้ดูแล



  • สัมภาษณ์และสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้รับบริการ
    • ด้านสังคม : สัมภาษณ์ผู้ดูแลถึง บทบาทและความเข้าใจเกี่ยวกับตัวโรคผู้รับบริการ รวมไปถึงประวัติความเป็นอยู่และการเลี้ยงดูที่ผ่านมา
    • ด้านกายภาพ : ประเมินสภาพแวดล้อมที่ผู้รับบริการอยู่เป็นประจำหรือในสถานที่ใหม่ๆ ว่ามีปัจจัยใดที่เป็นตัวส่งเสริมการเกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือไม่
  • ประเมินอุปสรรคของผู้รับบริการในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตจากการสัมภาษณ์และสังเกตการแสดงพฤติกรรม
  • รูปแบบในการเข้าร่วมทำกิจกรรม
  • เมินทักษะการปรับตัวและการประยุกต์ใช้ในชีวติประจำวัน

P + E + O + P = Well-being(สุขภาวะ)

•สอบถามถึงการมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตอย่างเป็นขั้นตอนซึ่งการมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตจะนำไปสู่ความเป็นอยู่ที่ดีได้

  • สัมภาษณ์ความพึงพอใจในการดำเนินชีวิต

ตัวอย่างแบบประเมินที่ใช้

ด้าน Person : แบบคัดกรองบุคคลออทิสติก, sensory profile, Sensory Integration and Praxis Tests(SIPT)

ด้านOccupation : แบบคัดกรองความสามารถการทำกิจวัตรประจำวัน(สร้อยสุดา,2549) ,Functional Independent Measure for children (WeeFIM)(Hamliton&Granger,1991) ,แบบประเมินความสามารถในการดูแลตนเองของเด็ก(นันทณี,2548) ,Vineland Adaptive Behavior Scales(VABS)(Sparrow,et,al.1984) ,แบบคัดกรองความพร้อมการเรียน(Pre-academic Checklist)(มยุรี, 2549),School Function Assessment(SFA) (Coster, et,al.1998 ) ,คู่มือวางแผนเพื่อการศึกษาและอาชีพ(The Self-Directed Search) ฉบับภาษาไทย (Holland, กรมสุขภาพจิต),แบบตรวจสอบพฤติกรรมการเล่นด้วยวิธีการสังเกต(Observation of play behavior checklist) (ไฉทยา, 2549),Knox Preschool play scale-Revised(Knox,1997),Test playfulness (ToP)

ด้านPerformance : แบบตรวจรายบันทึกพฤติกรรม(Behavior checklist)

ด้านWell-being : Well-being self assessment ประกอบด้วยคำถาม 14 ข้อ คะแนน 1-5 ขึ้นอยู่กับความถี่ เช่น ฉันรู้สึกผ่อนคลาย , ฉันรู้สึกดีเกี่ยวกับตัวฉัน , ฉันอยากจะทำสิ่งใหม่ๆ เป็นต้น

การแปลผล มี 4 ระดับด้วยกัน ได้แก่ Very low , Below average ,Average ,Above average

แบบประเมินการฟื้นคือนู่สุขภาวะ

กระบวนการออกแบบโปรแกรมการรักษาทางกิจกรรมบำบัดให้เกิดแรงจูงใจและความสามารถ



Person

Environment

Occupation

Performance

•มีปัญหาการใช้ภาษาสื่อสารและการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ร่วมกับ

•มีความผิดปกติของพฤติกรรมและความสนใจที่เป็นแบบแคบจำกัดหรือเป็นแบบแผนซ้ำๆ

•ความบกพร่องด้านการบูรณาการประสาทความรู้สึก มีการตอบสนองความรู้สึกที่มากหรืน้อยเกินไปจากปกติ อาทิเช่นระบบกายสัมผัส -มีการปฏิเสธ ต้อต่านสัมผัสแผ่วเบา ไม่ชอบให้คนมากอด หรือมีอาการไม่แสดงออกถึงความเจ็บปวด

ระบบการได้ยิน- หันเหความสนใจง่ายเมื่อมีเสียงกระตุ้น ตื่นตระหนกต่อบางเสียง เช่นปิดหู เดินหนี โวยวาย หรือ ไม่แสดงความตระหนกต่อเสียง ไม่รับรู้ว่ามีเสียง

ระบบความรู้สึกจากกล้ามเนื้อ เอ็นและข้อต่อ -เคลื่อนไหวร่างกายโดยไม่มีเป้าหมาย ไม่นิ่ง หรือ เคลื่อนไหวร่างกายช้า งุ่มงาม หกล้มง่าย ไม่มีการเคลื่อนไหวร่างกายเช่นอยู่กับที่นานๆ

ระบบเวสติบูล่าร์- มีความทนทานต่ำต่อกิจกรรมการเคลื่อนไหวแบบหมุน แกว่ง โยกไปมา มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนอย่างรวดเร็วและรุนแรง หรือ แสวงหากิจกรรมการหมุนแกว่ง โยกมากกว่าปกติ โดยไม่รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน

•ครอบครัวเข้าใจพร้อมให้การช่วยเหลือ

•สิ่งแวดล้อมทางสังคม

•ADL/IADLs

•Rest& Sleep

•Education

•Play

•Social participation

•Work

•Leisure

•Client factors

•Performance skills

•Performance patterns

•สามารถทำกิจกรรมได้

•รู้ระดับความสามารถของตนเอง

•ความวิตกกังวลลดลง

T.Relationship to recovery

T.Environment to empowerment

T.Use of self to empathy

T.Skill to active learning

  • สร้างสัมพันธภาพกับผู้รับบริการในการพูดคุยให้ไว้ใจ เพื่อให้เกิดวามร่วมมือในการทำกิจกรรมการบำบัดรักษา

•พูดคุยให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ดูแล เกี่ยวกับพฤติกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นว่าว่ามีสาเหตุมาจากตัวโรคผู้รับบริการไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อผู้รับบริการและมีการช่วยเหลือผู้รับบริการอย่างเต็มที่

•ผู้บำบัดเข้าใจในตัวผู้รับบริการ มีใจที่อยากจะบำบัดรักษาผู้รับบริการเต็มความสามารถ

•ผู้บำบัดใช้ตัวเองเป็นสื่อบำบัดในการสอนให้ผู้รับบริการเข้าใจอารมณ์ของตนเอง กระตุ้นให้เกิดการรู้คิด

•วิเคราะห์กิจกรรมการประกอบกิจวัตรประจำวัน (Activity analysis) พิจารณาในการปรับความยากง่ายของกิจกรรมเพื่อให้เหมาะกับความสามารถ

•พัฒนารูปแบบการเล่นเพื่อนำไปสู่การพัฒนาการมีส่วนร่วมในสังคม

•ทำกิจกรรมกลุ่มระดับ “อารมณ์ร่วมใจ (Cooperative group)”โดยมีการจัดกลุ่มกิจกรรมตามระดับความรู้ความเข้าใจ 4-5 โดย เพื่อให้ได้มีการทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ส่งเสริมทักษะทางสังคมและกระบวนการคิด

+ E = Motivation (แรงจูงใจ)


P + E =Motivation (แรงจูงใจ)

- ค้นหากิจกรรมที่ผู้รับบริการสนใจและสอดคล้องกับความต้องการของร่างกาย

- เป็นกิจกรรมที่ผู้รับบริการสามารถทำได้จริงไม่เกินความสามารถหรือต่ำกว่าความสามารถจนเกินไป

- คนรอบข้างเข้าใจปัญหาของผู้รับบริการ

- ให้แรงเสริมขณะทำกิจกรรม

- จัดกิจกรรม/สภาพแวดล้อมที่จูงใจหรือสอดคล้องกับความต้องการ

P + E + O = Abilities (ความสามารถ)

-ส่งเสริมทักษะการรับความรู้สึก-เคลื่อนไหวของร่างกาย

- พัฒนาทักษะด้านความคิดความเข้าใจและการจัดการอารมณ์

- ปรับเปลี่ยนเวลา เช่นหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ส่งต่อต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในช่วงเวลามักจะเกิดพฤติกรรมอยู่บ่อยครั้ง

- ปรับเปลี่ยนขั้นตอนวิธีการทำ ลดความซับซ้อน ปรับระดับความยากง่ายให้เหมาะสมกับบุคคล ความสามารถ

- เปลี่ยนสถานที่และตำแหน่ง เช่น ทำกิจกรรมที่อยู่ใกล้ชิดผู้ดูแลหรือผู้บำบัด เพื่อกระตุ้นให้ผู้รับบริการได้สามารถคงไว้ซึ่งการทำกิจกรรม

- ส่งเสริมการแสดงออกและปฏิสัมพันธ์

- รักษาสิ่งแวดล้อมให้ตอบสนองต่อความต้องการทางร่างกาย

- เตรียมความพร้อมด้านการทำงาน

  • หาต้นแบบที่ดี เพื่อให้เกิดการเลียนแบบพฤติกรรมที่เหมาะสม

- ให้โอกาสเรียนรู้ผ่านกิจกรรมต่างๆในบริบทจริง

แหล่งอ้างอิง :

•สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณะสุข. แนวปฏิบัติทางคลินิกกิจกรรมบำบัดสำหรับบุคคลออทิสติกสเปกตรัม OCCUPATIONAL THERAPY CLINICAL PRACTICE GUIDELINE FOR INDIVIDUALS WITH AUTISTIC SPECTRUM DISOORDER (OT-CPG-ASD. ม.ป.ท.:2557.

•นันทวัช สิทธิรักษ์. จิตเวช ศิริราช DSM-5. กรุงเทพฯ: ประยูรสาส์นไทย การพิมพ์; 2558.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Perception evaluation : right-left discrimination and finger agnosia



ความเห็น (0)