โรคออทิสติก หรือในปัจจุบันเรียกว่าโรคออทิสติกสเปกตรัม(autism spectrum disorder) เป็นโรคพัฒนาการบกพร่องจากความผิดปกติของสมองที่มีอาการแสดงเป็น ความบกพร่องในพัฒนาการทางด้านการใช้ภาษาสื่อสารและการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ร่วมกับความผิดปกติของพฤติกรรมและความสนใจที่เป็นแบบแคบจำกัดหรือเป็นแบบแผนซ้าๆ
สาเหตุ :
- โรคทางกายที่มีผลต่อสมอง เช่น หัดเยอรมัน การติดเชื้อไวรัสที่สมอง
- ระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ เนื่องจากเด็กออทิสติกบางรายมีจำนวน T-cell และสารช่วยสร้างภมิคุ้มกันร่างกายต่ำ(lgA)
- พันธุกรรม มีโครโมโซมที่ผิดปกติหลายตัวที่พบในโรคนี้ เช่น ตัวที่ 2,7, 13, 15, 16,19
- วัคซีนป้องกันคางทูม หัดเยอรมัน หรือเรียกสั้นๆว่า MMR
ส่งผลให้กระทบกิจกรรมการดำเนินชีวิตดังนี้
- ด้านกิจวัตรประจำวันขั้นพื้นฐาน(ADLs)
การขับถ่าย - ปฏิเสธการเข้าห้องน้ำที่มีที่แคบ โวยวายต่อการนั่งโถส้วมที่มีความสูงทำให้เท้าไม่สัมผัสพื้น
การแต่งตัว - ปฏิเสธการใส่เสื้อผ้าที่มีพื้นผิวเฉพาะเท่านั้้น อาจใส่แต่เสื้อแขนยาวหรือสวมเฉพาะผ้ายีนส์
การรับประทานอาหาร - อมวัตถุสิ่งของ กินของที่ไม่ใช่อาหาร กินอาหารรสจัด กินอาหารซ้ำๆ หรือเฉพาะอย่าง
การทำความสะอาดร่างกาย - ปฏิเสธการแปรงฟัน การสระผม การหวีผม การทาแป้งและโลชั่น หรือการเช็ดหน้าเช็ดตัว
- ด้านกิจวัตรประจำวันขั้นสูง(IADLs)
ไม่ตระหนักรู้ต่อภัยอันตราย เช่นชอบปีนป่ายที่สูงโดยไม่ระมัดระวังถึงอันตราย
ตอบสนองต่อภัยร้ายหรือสถานการณ์ฉุกเฉินไม่เหมาะสม เช่น วิ่งออกไปที่ถนนที่ยังมีรถวิ่งอยู่
- การศึกษา(Education)
- ยากลำบากในการทำกิจกรรมในชั้นเรียนปกติ
- ลุกลี้ลุกลน กระสับกระส่ายทนั่งนิ่งไม่ได้นานในชั้นเรียน
- การเล่น(Play)มักเล่นไม่สมกับวัยเช่น
- เล่นแยกตัว เล่นคนเดียว
- สนใจของเล่นมากกว่าสนใจเพื่อนเล่น
- เล่นที่ไม่มีความหมาย และซ้ำๆ เช่น เล่นสบัดมือ ถูมือ หมุนของในมือ
- มีการเล่นที่รุนแรงมากกว่าปกติ
- ด้านการมีส่วนร่วมทางสังคม(social participation)
- ไม่สามารถริเริ่มหรือคงไว้ซึ่งการมีส่วนร่วมทางสังคมได้
- ปัจจัยส่วนบุคคลของผู้รับบริการ(client factors)
- การรับรู้ความสามารถและการให้คุณค่าตนเองต่ำ
- บกพร่องด้านการทำงานหน้าที่ของร่างกาย
- ทักษะในการทำกิจกรรม(performance skills)
- ด้านประสาทสัมผัส-การรับรู้ การเคลื่อนไหว-การวางแผน
- ด้านการควบคุมอารมณ์
- ด้านความคิดความเข้าใจ
-การสื่อความหมายและการเข้าสังคม
- รูปแบบการทำกิจกรรม(performance patterns)
การประเมินทางกิจกรรมบำบัด
| Person | Environment | Occupation | Performance |
|---|---|---|---|
|
|
|
|
P + E + O + P = Well-being(สุขภาวะ)
•สอบถามถึงการมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตอย่างเป็นขั้นตอนซึ่งการมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตจะนำไปสู่ความเป็นอยู่ที่ดีได้
- สัมภาษณ์ความพึงพอใจในการดำเนินชีวิต
ตัวอย่างแบบประเมินที่ใช้
ด้าน Person : แบบคัดกรองบุคคลออทิสติก, sensory profile, Sensory Integration and Praxis Tests(SIPT)
ด้านOccupation : แบบคัดกรองความสามารถการทำกิจวัตรประจำวัน(สร้อยสุดา,2549) ,Functional Independent Measure for children (WeeFIM)(Hamliton&Granger,1991) ,แบบประเมินความสามารถในการดูแลตนเองของเด็ก(นันทณี,2548) ,Vineland Adaptive Behavior Scales(VABS)(Sparrow,et,al.1984) ,แบบคัดกรองความพร้อมการเรียน(Pre-academic Checklist)(มยุรี, 2549),School Function Assessment(SFA) (Coster, et,al.1998 ) ,คู่มือวางแผนเพื่อการศึกษาและอาชีพ(The Self-Directed Search) ฉบับภาษาไทย (Holland, กรมสุขภาพจิต),แบบตรวจสอบพฤติกรรมการเล่นด้วยวิธีการสังเกต(Observation of play behavior checklist) (ไฉทยา, 2549),Knox Preschool play scale-Revised(Knox,1997),Test playfulness (ToP)
ด้านPerformance : แบบตรวจรายบันทึกพฤติกรรม(Behavior checklist)
ด้านWell-being : Well-being self assessment ประกอบด้วยคำถาม 14 ข้อ คะแนน 1-5 ขึ้นอยู่กับความถี่ เช่น ฉันรู้สึกผ่อนคลาย , ฉันรู้สึกดีเกี่ยวกับตัวฉัน , ฉันอยากจะทำสิ่งใหม่ๆ เป็นต้น
การแปลผล มี 4 ระดับด้วยกัน ได้แก่ Very low , Below average ,Average ,Above average
แบบประเมินการฟื้นคือนู่สุขภาวะ
กระบวนการออกแบบโปรแกรมการรักษาทางกิจกรรมบำบัดให้เกิดแรงจูงใจและความสามารถ
|
Person |
Environment |
Occupation |
Performance |
|
•มีปัญหาการใช้ภาษาสื่อสารและการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ร่วมกับ •มีความผิดปกติของพฤติกรรมและความสนใจที่เป็นแบบแคบจำกัดหรือเป็นแบบแผนซ้ำๆ •ความบกพร่องด้านการบูรณาการประสาทความรู้สึก มีการตอบสนองความรู้สึกที่มากหรืน้อยเกินไปจากปกติ อาทิเช่นระบบกายสัมผัส -มีการปฏิเสธ ต้อต่านสัมผัสแผ่วเบา ไม่ชอบให้คนมากอด หรือมีอาการไม่แสดงออกถึงความเจ็บปวด ระบบการได้ยิน- หันเหความสนใจง่ายเมื่อมีเสียงกระตุ้น ตื่นตระหนกต่อบางเสียง เช่นปิดหู เดินหนี โวยวาย หรือ ไม่แสดงความตระหนกต่อเสียง ไม่รับรู้ว่ามีเสียง ระบบความรู้สึกจากกล้ามเนื้อ เอ็นและข้อต่อ -เคลื่อนไหวร่างกายโดยไม่มีเป้าหมาย ไม่นิ่ง หรือ เคลื่อนไหวร่างกายช้า งุ่มงาม หกล้มง่าย ไม่มีการเคลื่อนไหวร่างกายเช่นอยู่กับที่นานๆ ระบบเวสติบูล่าร์- มีความทนทานต่ำต่อกิจกรรมการเคลื่อนไหวแบบหมุน แกว่ง โยกไปมา มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนอย่างรวดเร็วและรุนแรง หรือ แสวงหากิจกรรมการหมุนแกว่ง โยกมากกว่าปกติ โดยไม่รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน |
•ครอบครัวเข้าใจพร้อมให้การช่วยเหลือ •สิ่งแวดล้อมทางสังคม |
•ADL/IADLs •Rest& Sleep •Education •Play •Social participation •Work •Leisure •Client factors •Performance skills •Performance patterns |
•สามารถทำกิจกรรมได้ •รู้ระดับความสามารถของตนเอง •ความวิตกกังวลลดลง |
|
T.Relationship to recovery |
T.Environment to empowerment |
T.Use of self to empathy |
T.Skill to active learning |
|
•พูดคุยให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ดูแล เกี่ยวกับพฤติกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นว่าว่ามีสาเหตุมาจากตัวโรคผู้รับบริการไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อผู้รับบริการและมีการช่วยเหลือผู้รับบริการอย่างเต็มที่ |
•ผู้บำบัดเข้าใจในตัวผู้รับบริการ มีใจที่อยากจะบำบัดรักษาผู้รับบริการเต็มความสามารถ •ผู้บำบัดใช้ตัวเองเป็นสื่อบำบัดในการสอนให้ผู้รับบริการเข้าใจอารมณ์ของตนเอง กระตุ้นให้เกิดการรู้คิด |
•วิเคราะห์กิจกรรมการประกอบกิจวัตรประจำวัน (Activity analysis) พิจารณาในการปรับความยากง่ายของกิจกรรมเพื่อให้เหมาะกับความสามารถ •พัฒนารูปแบบการเล่นเพื่อนำไปสู่การพัฒนาการมีส่วนร่วมในสังคม •ทำกิจกรรมกลุ่มระดับ “อารมณ์ร่วมใจ (Cooperative group)”โดยมีการจัดกลุ่มกิจกรรมตามระดับความรู้ความเข้าใจ 4-5 โดย เพื่อให้ได้มีการทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ส่งเสริมทักษะทางสังคมและกระบวนการคิด |
+ E = Motivation (แรงจูงใจ)
P + E =Motivation (แรงจูงใจ)
- ค้นหากิจกรรมที่ผู้รับบริการสนใจและสอดคล้องกับความต้องการของร่างกาย
- เป็นกิจกรรมที่ผู้รับบริการสามารถทำได้จริงไม่เกินความสามารถหรือต่ำกว่าความสามารถจนเกินไป
- คนรอบข้างเข้าใจปัญหาของผู้รับบริการ
- ให้แรงเสริมขณะทำกิจกรรม
- จัดกิจกรรม/สภาพแวดล้อมที่จูงใจหรือสอดคล้องกับความต้องการ
P + E + O = Abilities (ความสามารถ)
-ส่งเสริมทักษะการรับความรู้สึก-เคลื่อนไหวของร่างกาย
- พัฒนาทักษะด้านความคิดความเข้าใจและการจัดการอารมณ์
- ปรับเปลี่ยนเวลา เช่นหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ส่งต่อต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในช่วงเวลามักจะเกิดพฤติกรรมอยู่บ่อยครั้ง
- ปรับเปลี่ยนขั้นตอนวิธีการทำ ลดความซับซ้อน ปรับระดับความยากง่ายให้เหมาะสมกับบุคคล ความสามารถ
- เปลี่ยนสถานที่และตำแหน่ง เช่น ทำกิจกรรมที่อยู่ใกล้ชิดผู้ดูแลหรือผู้บำบัด เพื่อกระตุ้นให้ผู้รับบริการได้สามารถคงไว้ซึ่งการทำกิจกรรม
- ส่งเสริมการแสดงออกและปฏิสัมพันธ์
- รักษาสิ่งแวดล้อมให้ตอบสนองต่อความต้องการทางร่างกาย
- เตรียมความพร้อมด้านการทำงาน
- หาต้นแบบที่ดี เพื่อให้เกิดการเลียนแบบพฤติกรรมที่เหมาะสม
- ให้โอกาสเรียนรู้ผ่านกิจกรรมต่างๆในบริบทจริง
แหล่งอ้างอิง :
•สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณะสุข. แนวปฏิบัติทางคลินิกกิจกรรมบำบัดสำหรับบุคคลออทิสติกสเปกตรัม OCCUPATIONAL THERAPY CLINICAL PRACTICE GUIDELINE FOR INDIVIDUALS WITH AUTISTIC SPECTRUM DISOORDER (OT-CPG-ASD. ม.ป.ท.:2557.
•นันทวัช สิทธิรักษ์. จิตเวช ศิริราช DSM-5. กรุงเทพฯ: ประยูรสาส์นไทย การพิมพ์; 2558.