หลวงปู่ ตอนที่ ๑ พุทธมามกะ

เอเต มะยัง ภันเต, สุจิระปะรินิพพุตัมปิ, ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามะ,

ธัมมัญจะ สังฆัญจะ, พุทธะมามะกาติ โน, สังโฆ ธาเรตุ.

ในราวปี ๒๕๐๔ ผมเรียนอยู่ชั้น ม.๒ (ปัจจุบัน ป.๖) จะเป็นเดือนใดไม่แน่ชัด แต่น่าจะเป็นกลางปี ที่จำได้แม่นยำคือ เป็นวันหยุดและบ่ายคล้อย ผมกำลังเล่นเป่ากบอยู่ใต้ถุนบ้านของเพื่อนบ้านอย่างเอาเป็นเอาตาย ก็มีเสียงตะโกนจากถนนดินหน้าบ้าน

“ไหว กลับบ้านเร็ว หลวงปู่มา” พี่ชายผมนั่นเอง แต่ผมเฉยและงงๆ ว่า หลวงปู่เป็นใคร ก้มหน้าเป่ากบต่อ จนพี่ชายมาถึงและดึงผมขึ้นจากการคุกเข่าก้มหน้าเป่ายางวง

“เดี๋ยวก่อนซิ” ผมต่อรอง

“ไม่ได้ ไปเดี๋ยวนี้” พี่ชายพูดขึงขัง หน้าตาท่าทางเครียด ผมจึงต้องยอมเดินตามกลับบ้าน

พอขึ้นพ้นบันไดก็เห็นพระภิกษุรูปหนึ่งนั่งจ้องมาทางผม มีแม่ พี่ๆ น้องๆ นั่งพับเพียบค้อมตัวต่อหน้าท่าน พี่ชายผมที่มาก่อนก็นั่งเรียบร้อยแล้วพร้อมกับกวักมือให้ผมไปนั่งข้างๆ

“ไปล้างมือ ล้างหน้า ล้างตาก่อน” เสียงดุๆ จากภิกษุชราดังกังวานท่ามกลางความเงียบ สายตาจ้องผมเขม็ง ผมรีบวิ่งไปชานบ้านทำตามคำสั่งแล้วมานั่งข้างๆ พี่ชาย

“นั่งคุกเข่า” เสียงดุๆ กังวาน “กราบพระ สวดมนต์เป็นไหม” หลวงปู่พูดต่อ

“เป็นค่ะ” เสียงแม่ตอบเบาๆ แล้วพาลูกๆ กราบ ๓ ครั้ง

ก่อนหน้านี้ ในเวลาเย็นหากพ่ออยู่บ้านจะพาแม่และลูกๆ กราบพระสวดมนต์ทุกเย็น วันนั้นพ่อไม่อยู่ แต่พวกเราก็สวดมนต์สั้นได้อย่างถูกต้องและพร้อมเพรียงกัน

“เออ....ดี” เสียงดุคลายลง หากใบหน้ายังไม่มีรอยยิ้ม

วันนั้น เป็นวันแรกที่ผมได้พบหลวงปู่ ท่านมาเพื่อให้แม่และลูกแม่ทุกคน แสดงตนเป็นพุทธมามกะ นั่นคือ การประกาศตนว่า เป็นผู้รับนับถือพระพุทธเจ้า ยอมรับพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชีวิตของตนนั้นเอง ดังภาษาบาลีที่ยกขึ้นมาข้างต้น แปลว่า

“ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอถึงพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น แม้เสด็จปรินิพพานแล้ว ทั้งพระธรรมและพระสงฆ์ เป็นสรณะที่ระลึกนับถือ ขอพระสงฆ์จงจำข้าพเจ้าทั้งหลายไว้ว่าเป็นพุทธมามกะ ผู้รับเอาพระพุทธเจ้าเป็นของตน คือผู้นับถือพระพุทธเจ้า”



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าก่อนนอน



ความเห็น (0)