เคล็ดลับคือ เปลี่ยนวิธีจัดการเรียนการสอนจากเอาหลักสูตรมาตรฐานมาเป็นเอาความชอบความถนัด ของเด็กเป็นตัวตั้ง เด็กชอบอะไร หาทางสนับสนุนให้ได้เรียน เช่นกลุ่มที่ชอบเล่นฟุตบอลล์ ก็หาลูกฟุตบอลล์และจัดเวลาให้ซ้อม มีครูฝึกให้ และพาไปแข่งขัน กลุ่มที่ชอบดนตรีก็ส่งเสริมให้ฝึกซ้อม และหาโอกาสให้แสดงฝีมือ สร้างความภาคภูมิใจในตนเองและทีม


ในหนังสือ Creative Schools : The Grassroot Revolution That’s Transforming Educationบทแรกเอ่ยถึงโรงเรียนมัธยมต้น สโม้กกี้โร้ด ที่ครูใหญ่และทีมครูเปลี่ยนโรงเรียนจากโรงเรียนของเด็กเกเร มาเป็นโรงเรียนตัวอย่าง ภายในเวลาไม่กี่ปี โดยที่นักเรียนก็ยังมาจากชุมชนโดยรอบที่เป็นย่านคนจนเช่นเดิม

เคล็ดลับคือ เปลี่ยนวิธีจัดการเรียนการสอนจากเอาหลักสูตรมาตรฐานมาเป็นเอาความชอบความถนัด ของเด็กเป็นตัวตั้ง เด็กชอบอะไร หาทางสนับสนุนให้ได้เรียน เช่นกลุ่มที่ชอบเล่นฟุตบอลล์ ก็หาลูกฟุตบอลล์และจัดเวลาให้ซ้อม มีครูฝึกให้ และพาไปแข่งขัน กลุ่มที่ชอบดนตรีก็ส่งเสริมให้ฝึกซ้อม และหาโอกาสให้แสดงฝีมือ สร้างความภาคภูมิใจในตนเองและทีม

เมื่อเด็กมีความสุข มีความมั่นใจในตนเอง ก็มีความหวังต่ออนาคตของตน ความตั้งใจเรียนในวิชาอื่นๆ และประพฤติตนดี ก็ตามมาเอง ผลลัพธ์การเรียนรู้กระเตื้องขึ้นเอง อย่างน่าประหลาดใจ

และที่น่าภูมิใจคือ โรงเรียนมีนักเรียนเด่น ที่ถือว่าเป็นนักเรียนเกียรตินิยม ในด้านต่างๆ และได้รับ คัดเลือกให้ได้รับทุนเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย จากนักเรียนเกเร กลายเป็นนักเรียนเก่ง เป็นที่ต้องการ ของมหาวิทยาลัย

ช่างเหมือนเหตุการณ์ในประเทศไทยเสียจริง วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ผมเข้าร่วมประชุม โครงการสร้างแผนที่เพื่อเสริมพลังโรงเรียน มีผู้อำนวยการโรงเรียน ๓ ท่านเข้าร่วมประชุม คือ ผอ. เรืองฤทธิ์ อภิวงศ์ โรงเรียนแม่อายวิทยาคม อ. แม่อาย จ. เชียงใหม่ ผอ. อดุลย์ ภู่ภัทรางค์ รร. บัวลาย จ. นครราชสีมา และ ผอ. สมบูรณ์ รินท้าว รร. บ้านหัวเวียงเหนือ อ. ภูเพียง จ. น่าน ทั้งสามเป็นโรงเรียนในสังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด และเป็นโรงเรียนขนาดเล็กถึงขนาดกลาง นักเรียนมาจากครอบครัวยากจน

จุดที่ว่าเหมือนโรงเรียน สโม้กกี้โร้ด ในอเมริกา ก็คือ ทั้งสามโรงเรียนนี้แก้ปัญหาเด็กไม่สนใจการเรียน โดยสอบถามความชอบของเด็ก และจัดให้ได้เรียนสิ่งที่ชอบ ผมจดบันทึกระหว่างนั่งฟังไว้ดังนี้ “การจัดหลักสูตรรายบุคคล จัดตามความสนใจของนักเรียน แก้ปัญหาได้ นักเรียนเกิดภาคภูมิใจ เห็นคุณค่าตนเอง ครอบครัว และสังคม กลุ่มเกเร ๖ คน ให้เล่นดนตรีตามสนใจ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ให้ทุนเรียนปริญญาตรี”

นี่คือการศึกษาแบบ child centered ที่แท้จริง ผมอยากเห็นโรงเรียนที่กล้าจัดการศึกษาที่ไม่ตรง ตามมาตรฐานกลางนัก แต่นักเรียนเกิดผลลัพธ์การเรียนรู้สูงกว่า แก้ปัญหาเด็กเกเรได้ด้วย



วิจารณ์ พานิช

๗ ก.พ. ๕๙