ดิฉันเป็นนักศึกษากิจกรรมบำบัดชั้นปีที่สาม มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มีโอกาสไปศึกษางานฝ่ายจิตเวชที่โรงพยาบาลกรุงเทพ และโรงพยาบาลมนารมย์

ณ วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 นักศึกษากิจกรรมบำบัดชั้นปีที่สามและอาจารย์อีกสองท่าน ได้เดินทางไปที่ศูนย์จิตรักษ์ โรงพยาบาลกรุงเทพ

เมื่อเดินทางมาถึงศูนย์จิตรักษ์ก็มีรุ่นพี่ที่เรียนจบมาจากที่เดียวกันชื่อ "พี่โบว์" มาตอนรับ ซึ่งตลอดการศึกษาดูงานพี่โบว์จะเป็นคนที่คอยให้ความรู้และคอยตอบคำถามที่สงสัยเกี่ยวกับศูนย์จิตรักษ์ พี่โบว์พาพวกเราไปที่ห้องประชุมเพื่อบรรยายเกี่ยวกับรูปแบบการทำงานของทีศูนย์ ซึ่งที่รูปแบบการทำงานของที่นี่จะมุ่งเน้นบริการวินิจฉัย รักษา และบำบัดฟื้นฟูสุขภาพใจ ตามหลัก Recovery Oriented Services (ROS) ด้วยกระบวนการการรักษาและกิจกรรมหลากหลายที่สนับสนุนให้ผู้ป่วยตระหนักถึงคุณค่าในตัวเอง และมีส่วนร่วมในกระบวนการบำบัดที่ออกแบบให้เหมาะสมกับความต้องการ ผู้ป่วยที่มารักษาที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็น

  • คนที่ภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล มีอารมณ์สองขั้ว
  • คนที่ติดสารเสพติด
  • คนที่กำลังต้องการกำลังใจเพื่อต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บทางกาย
  • คนที่เริ่มสงสัยในคุณค่าของตัวเอง และกำลังค้นหาว่าความสุข ความสำเร็จในชีวิตอยู่ที่ไหน
  • คนที่กำลังเผชิญกับความผิดหวังในชีวิต ตกอยู่ในภาวะเครียด

ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตเวชในขั้นรุนแรงจะถูกส่งต่อให้โรงพยบาลอื่นที่มีความพร้อมของระบบมากกว่า เพราะที่ศูนย์นี้ยังเปิดได้ไม่นานทำให้บุคลากรยังมีจำกัด

เมื่อบรรยายถึงรูปแบบการทำงานของที่ศูนย์จบลง พี่โบว์จีงพาเดินชมรอบศูนย์ โดยที่แรกที่พี่โบว์พาไปคือส่วนของผู้ป่วยใน ซึ่งพี่โบว์พาไปในส่วนของครัว เพราะเป็นบริเวณที่นักกิจกรรมบำบัดมีบทบาทมากในการสอนผู้ป่วยในการทำอาหาร วัตถุประสงค์ในการเลือกกิจกรรมการทำอาหารจะแตกต่างออกไปในการบำบัดรักษาผู้ป่วยแต่ละบุคคล บางคนให้ทำกิจกรรมนี้เพื่อนผ่อนคลาย บางคนให้ทำกิจกรรมนี้เพราะในบทบาทของผู้ป่วยต้องกลับไปทำอาหารเมื่อออกไปจากโรงพยาบาล เป็นต้น เมื่อพี่โบว์อธิบายถึงวัตุประสงค์การเข้าครัวทำอาหารแลว พี่โบว์ก็มีกิจกรรมให้พวกเราช่วยกันวิเคราะห์ว่า การทำปอเปี๊ยะทอดตามสูตรในกระดาษนี้ พวกเราจะจัดแบ่งหน้าที่ให้ผู้ป่วยแต่ละคนทำอย่างไรบ้าง ถ้าการเข้าร่วมทำอาหารครั้งนั้นมีผู้ป่วยที่เป็น ภาวะอารมณ์สองขั้วอยู่สองคน เป็นโรคหลอดเลือดในสมอง(stroke)อีกหนึ่งคน เป็นความจำเสื่อมระดับน้อยอีกหนึ่งคน หลังจากที่พวกเราบอกคำตอบกับพี่โบว์ไปแล้ว พี่โบว์บอกกับเราว่า "การเลือกว่าจะให้ผู้ป่วยทำอะไร เราต้องถามความต้องการของผู้ป่วยก่อนว่าต้องการทำอะไร " ทำให้ฉันรู้สึกว่าเราต้องคิดถึงใจของผู้ป่วยให้มาก เมื่อเราเดินชมห้องครัวเสร็จแลวก็มีพยาบาลคนหนึ่งพาเดินไปดูที่ห้องผู้ป่วยใน ทางศูนยจิตรักษ์จะเน้นการออกแบบห้องที่ปลอดภัย และเป็นสัดส่วน ต่อมาพวกเราก็เดินไปชมที่บริเวณตรวจผู้ป่วยนอก บริเวณนี้จะเน้นตกแต่งให้มีลักษณะเหมือนบ้าน ใช้สีโทนสว่าง สดใส และมีการจัดเก้าอี้ให้หันในหลายๆทิศทางเพื่อทำให้บรรยากาศไม่ดูอึดอัด นอกจากนี้ยังใช้ประเมินผู้ป่วยได้ด้วย เมื่อเราเดินชมบรรยกาศรอบๆแล้ว พวกเราก็กล่าวลาพี่โบว์และพี่พยาบาล เพื่อเดินทางไปยังโรงพยาบาลมนารมย์

วิเคราะห์เพื่ออธิบายตามกลัก SMART TREES

S : Self คือ ศูนย์จิตรักษ์กรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ

M : Motivation คือ สหวิชาชีพมีแรงจูงใจในการจัดตั้งศูนย์จิตรักษ์เพื่อบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยทางจิตเวชให้สามารถดำเนินกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง

A : Ability คือ ความสามารถของสหวิชาชีพที่ร่วมกันบำบัดผู้ป่วยให้สามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้

RT : Role Transformation คือ พี่โบว์จากปกติทำหน้าที่เป็นนักกิจกรมบำบัดบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วย ก็เปลี่ยนบทบาทมาเป็นอาจารย์ให้ความรู้นักศึกษากิจกรรมบำบัดชั้นปีที่สาม

TR : Therapeutic Relationship คือ ความสัมพันธ์ระหว่างสหวิชาชีพในศูนย์กับผู้ป่วย รวมไปถึงญาติของผู้ป่วย ที่มีความสัมพันธ์ที่เป็นมิตร จึงทำให้เป็นประโยชน์ในการบำบัดรักษา

TE : Therapeutic Environment คือ การปรับสภาพแวดล้อมของศูนย์ที่จะเน้นเรื่องความปลอดภัยและบรรยากาศที่อบอุ่นคล้ายกับบ้านเพื่อส่งเสริมให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลาย

TE : Therapeutic Empathyคือ ความเข้าอกเข้าใจถึงการกระทำของผู้ป้วยที่เกิดขึ้นเป็นผลจากโรคไม่ใช่นิสัย หรือความเป็นตัวตนของผู้ป่วยเมื่อเข้าอกเข้าใจแล้วจะทำให้เรารู้สึกไม่โกรธและไม่ตอบโต้กลับด้วยความรุนแรง

TS :Therapeutic Skill คือ ทักษะความสามารถของสหวิชาชีพที่ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องในการบำบัดฟิ้นฟูผู้ป่วย


เมื่อเดินทางออกจากโรงพยาบาลกรุงเทพแล้วพวกเราก็มุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาลมนารมย์ โดยเมื่อถึงโรงพยาบาลมนารมย์ก็มีนักกิจกรรมบำบัดสองท่านมาตอนรับ และพาเข้าประชุมเพื่อบรรยายรูปแบบกิจกรรมที่โรงพยาบาลมนารมย์ การทำงานร่วมกันของสหวิชาชีพต่างๆ และผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เข้ารับการบำบัดฟืนฟู

รูปแบบกิจกรรมที่โรงพยาบาลมนารมย์จะเป็นโปรแกรมในแต่ละวัน(Day Program) ซึ่งโปรแกรมนี้จะถูกจัดตามความต้องการของผู้รับบริการ เช่นทำอาหาร ทำงานศิลปะ เป็นต้น โดยที่โรงพยาบาลนี้จะมีสหวิชาชีพเฉพาะทางมากมาย เช่น นักละครบำบัด นักศิลปะบำบัด นักดนตรีบำบัด เป็นต้น ซึ่งการที่มีนักวิชาชีพที่เฉพาะเจาะจง ทำให้การบำบัดรักษาทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อบรรยายจบก็มีพี่พาเดินชมโดยพาเดินชมตั้งแต่ แผนกประชาสัมพันธ์ จนเดินเข้าไปในบริเวณที่ทำการบำบัดทางกิจกรรมบำบัดซึ่งจะมี ห้องครัว ห้องนั่งคุย ห้องสำหรับฝึกผู้ป่วยเด็ก จากนั้นพวกเราก็เดินไปที่ห้องละครบำบัดภายในห้องจะเป็นห้องโล่งและมีกระจกที่ปิดด้วยม่าน และอุปกรณ์ที่ใช้ในการแสดง และห้องสุดท้ายที่ดิฉันรู้สึกประทับใจอย่างมากคือ ห้องศิลปะบำบัด เป็นห้องที่ถูกระบายไล่สีทั้งห้อง มีอุปกรณ์วาดภาพ ระบายสี เมื่อเดินเข้าไปทำให้มีความรู้สึกสว่าง สดใส จากการสอบถามถึงงานศิลปะที่ใช้ในการบำบัดผู้ป่วยทำให้ทราบว่า การที่จะให้ผู้ป่วยทำงานศิลปะหนึ่งชิ้นตองผ่านการวิเคราะห์ถึง ชนิดของสีที่ใช้ กระดาษที่ใช้ อุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ เพื่อปรับระดับความยากง่ายของการทำผลงานออกมาให้ตรงตามความสามรถของผู้ป่วย จากนั้นพวกเรากเดินชมถึงห้องตรวจผู้ป่วยเด็ก ในส่วนที่ใช่ตรวจผู้ป่วยเด็กสิ่งแวดล้อมจะถูดจัดให้มีความสดใส เน้นรูปลักษณ์ของเฟอร์นิเจอร์ที่รูปร่างคล้ายตัวการ์ตูน เพื่อดึงดูดความสนใจเด็กขณะรอคิวตรวจ จากนั้นพวกเราก็เดินมายังหน้าห้องประชุมเพื่อถ่ายรูปรวมและกล่าวลาพี่นักกิจกรรมบำบัดทั้งสองท่าน

วิเคราะห์เพื่ออธิบายตามกลัก SMART TREES

S : Self คือ โรงพยาบาลมนารมย์

M : Motivation คือสหวิชาชีพได้เห็นปัญหาของผู้ป่วยจิตเวชที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น จึงมีแรงจูงใจที่จะจัดตั้งโรงพยาบาลขึ้นเพื่อบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยทางจิตเวชให้มีสุขภาพจิตที่ดี เพื่อส่งเสริมให้กลับไปใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวได้

A : Ability คือ ความสามารถของสหวิชาชีพที่ร่วมกันบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยให้กลับไปอยู่ร่วมกับคนในสังคมได้

RT : Role Transformation คือ พี่นักกิจกรรมบำบัดจากปกติทำหน้าที่เป็นนักกิจกรมบำบัดบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วย ก็เปลี่ยนบทบาทมาเป็นอาจารย์ให้ความรู้นักศึกษากิจกรรมบำบัดชั้นปีที่สาม

TR : Therapeutic Relationship คือ ความสัมพันธ์ระหว่างสหวิชาชีพในโรงพยาบาลกับผู้ป่วย รวมไปถึงญาติของผู้ป่วย ที่มีความสัมพันธ์ที่เป็นมิตร จึงทำให้เป็นประโยชน์ในการบำบัดรักษา

TE : Therapeutic Environment คือ การปรับสภาพแวดล้อมของโรงพยาบาลที่จะเน้นเรื่องบรรยากาศที่เป็นมิตร โทนสีสว่างเพื่อส่งเสริมให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลาย

TE : Therapeutic Empathyคือ ความเข้าอกเข้าใจถึงการกระทำของผู้ป้วยที่เกิดขึ้นเป็นผลจากโรคไม่ใช่นิสัย หรือความเป็นตัวตนของผู้ป่วยเมื่อเข้าอกเข้าใจแล้วจะทำให้เรารู้สึกไม่โกรธและไม่ตอบโต้กลับด้วยความรุนแรง

TS :Therapeutic Skill คือ ทักษะความสามารถของสหวิชาชีพที่ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องในการบำบัดฟิ้นฟูผู้ป่วย

ขอขอบคุณ

ศูนย์จิตรักษ์ โรงพยาบาลกรุงเทพ http://www.bangkokhospital.com/index.php/th/center...

โรงพยาบาลมนารมย์ http://www.manarom.com/article-detail.php?id=66666...

ในการให้ความรู้และเปิดโอกาสให้พวกเรานักศึกษากิจกรรมบำบัดชั้นปีที่สามศึกษาดูงาน