กิจกรรมบำบัดกับโรคภาวะสมองเสื่อม (Dementia)

กิจกรรมบำบัดจะช่วยให้ผู้ป่วยโรคภาวะสมองเสื่อมมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างไร

โรคภาวะสมองเสื่อม (Dementia) คือ

โรคภาวะสมองเสื่อม ตามความเข้าใจของบุคคลทั่วไปคือ ความจำเสื่อม ขี้หลง ขี้ลืม มีพฤติกรรมแปลกๆ โดยความเป็นจริงแล้วสภาวะเหล่านี้เกิดจากความผิดปกติในการทำงานของสมองโดยรวม จึงมีผลทำให้เกิดความบกพร่องในการประกอบกิจกรรมการดำเนินชีวิต เช่น มีความสามารถในการเรียนรู้ ความจำ การคำนวณ หรือการใช้ความคิดที่สลับซับซ้อน รวมถึงมีประสิทธิภาพทางการสื่อภาษา การแปลความหมาย ลดลงร่วมกับมีการเปลี่ยนแปลงของบุคลิกภาพและพฤติกรรมอย่างชัดเจน อาการผิดปกตินี้เกิดขึ้นอย่างน้อยเป็นเวลา 6 เดือน แพทย์จึงจะสามารถวินิจฉัยว่าเกิดจากภาวะสมองเสื่อม

โรคสมองเสื่อมอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ บางโรครักษาได้ บางโรครักษาไม่ได้ แต่ถ้าตรวจพบได้เร็วจะสามารถชะลออัตราการเสื่อมของสมองได้ สมองเสื่อมเกิดจากการเสื่อมของเซลล์สมอง (Degenerative dementia) เกิดจากการเสื่อมของระบบประสาทที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน ซึ่งมีหลายโรคตัวอย่างเช่น โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) เป็นภาวะสมองเสื่อมที่พบได้บ่อยที่สุด ปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โรคลิววี่บอร์ดี้ (Lewybody disease) เป็นโรคที่มีอาการร่วมกันระหว่างอัลไซเมอร์กับพาร์กินสัน เป็นต้น

ซึ่งงานวิจัยที่ดิฉันได้ค้นคว้ามามีชื่อว่า Novel occupational therapy interventions may improve quality of life in older adults with dementia

ในงานวิจัยนี้จะพูดถึงโปรแกรมการรักษาทางกิจกรรมบำบัดที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคภาวะสมองเสื่อมเพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งทางด้านร่างกาย และทางด้านจิตใจ

โดยงานวิจัยนี้ มีอาสาสมัคร 273 คน ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี มี 196 คนได้รับการยกเว้นเนื่องจากมีความบกพร่องทางสติปัญญาแต่ไม่มีภาวะสมองเสื่อม (CIND) จึงเหลืออาสาสมัคร 77 คน ที่อยู่ในเกณฑ์ DSM-V ของภาวะสมองเสื่อม จึงต้องเข้ารับการบำบัดทางกิจกรรมบำบัด พร้อมกับการรักษาทางการแพทย์ในขณะที่กลุ่มควบคุมได้รับการรักษาทางการแพทย์เพียง 5 สัปดาห์ กลุ่มที่ได้รับการทดลองจะถูกวัดผลโดยการประเมินทางกิจกรรมบำบัด WHOQOL-BREF หลังจากได้รับโปรแกรมการรักษาทางกิจกรรมบำบัด


Figure1 StudyFlow (Schematic View).

โดยการรักษาจะมีทั้งหมด 5 กิจกรรม ใช้เวลาทั้งหมด 70 นาทีต่อครั้ง กิจกรรมการรักษาทั้งหมดถูกนำมาใช้ทดสอบเป็นเวลา 5 สัปดาห์

1. กิจกรรมการผ่อนคลาย โดยการสลับการเกร็งและผ่อนคลายกล้ามเนื้อในแต่ละกลุ่มของกล้ามเนื้อ จะทำให้กล้ามเนื้อรับรู้ถึงสภาวะการเกร็งและการผ่อนคลาย ใช้เวลาทั้งหมด 10นาที

2. กิจกรรมการออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายมีความแข็งแรง ความคล่องตัว และการไหลเวียนของเลือดที่ดี ใช้เวลาทั้งหมด 10 นาที

3. สอนกิจกรรมการดูแลตัวเอง เป็นการดูแลร่างกายให้สะอาด เช่น การดูแลเส้นผม ผิวหนัง เล็บและฟัน รวมทั้งการแต่งตัวใส่เสื้อผ้า และ กิจกรรมงานในครัวเรือน เช่นการจัดที่นอนการดูแลสวน และการจัดการด้านการเงิน ใช้เวลาทั้งหมด 15นาที

4. กิจกรรมการออกกำลังกายทางสมอง เช่น การอ่านหนังสือออกเสียงดังๆ รวมถึงการทำกิจกรรมสองอย่างพร้อมกัน (อ่านหนังสือในขณะที่เดินอยู่ หรือการเขียนหรือวาดภาพในขณะที่ฟังเพลง) การแก้ปริศนาภาพ และการแปรงฟันโดยใช้มือข้างที่ไม่ถนัด ใช้เวลาทั้งหมด 20นาที

5. กิจกรรมนันทนาการ เช่นการดูโทรทัศน์ การทำกิจกรรมเล่นเกมในร่ม เกมตารางหมากรุกจีน และการร้องเพลงร่วมกันกับคนในกลุ่ม เป็นกิจกรรมทางสังคม ใช้เวลาทั้งหมด 10 นาที

ผู้ป่วยที่มีภาวะสมองเสื่อมหลังจากได้รับการรักษาทางกิจกรรมบำบัดร่วมกับการรักษาทางการแพทย์แล้ว พบว่าผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งทางด้านร่างกาย และทางด้านจิตใจ โดยการรักษาทางกิจกรรมบำบัดนั้น มีทั้งกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพทางจิต โปรแกรมฝึกทักษะด้านความคิดความเข้าใจ และกิจกรรมการออกกำลังกาย ผลลัพธ์จากการฝึกพบว่าผู้ป่วยมีแรงจูงใจในการทำกิจกรรมต่างๆมากขึ้น มีความคิดเป็นเชิงบวก และยังสามารถลดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของผู้ป่วยลงได้ กิจกรรมการฝึกนี้จะเน้นให้ผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมต่างๆได้อย่างอิสระตามศักยภาพของผู้ป่วยแต่ละคน


Prakash Kumar, Sarvada Chandra Tiwari, Ashish Goel, Vishnubhatla Sreenivas , Nand Kumar, Rakesh Kumar Tripathi ,Vineet Gupta and Aparajit Ballave Dey. (2014). Novel occupational therapy interventions may improve quality of life in older adults with dementia. International Archives of Medicine, doi : 10.1186/1755-7682-7-26

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Occupational therapy



ความเห็น (0)