ในปัจจุบันมีผู้สูงอายุที่มีปัญหาภาวะสมองเสื่อมเพิ่มมากขึ้น โดยอาการหลักๆของผู้รับบริการสมองเสื่อมคือ “การลืม” เพราะมีการเสื่อมเสียของระบบการทำงานของสมอง ทำให้ส่งผลกระทบต่างๆมากมาย เช่น การทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต การประกอบกิจกรรมการดำเนินชีวิตขั้นสูง รวมถึงมีการเปลี่ยนแปลงทางบุคลิกภาพและอารมณ์อีกด้วย
ในบทความนี้จะกล่าวถึงการสร้างแบบประเมินความสามารถในการทำกิจกรรมของผู้รับบริการสมองเสื่อมซึ่งต้องอาศัยความเฉพาะเจาะจง โดยมีกรอบอ้างอิงความบกพร่องของสติปัญญาและความเข้าใจ (Cognitive disability) ของ Claudia Kay Allen ได้อธิบายถึงความสามารถในการทำงานของสติปัญญาและความเข้าใจ (Cognitive) ระดับต่างๆ นอกจากนี้แล้วยังใช้ Routine task inventory , the Allen Cognitive Level Test และ the Cognitive Performance Test มาประกอบการสร้างแบบประเมินอีกด้วย
ขั้นตอนที่ 1 การสร้างแบบประเมิน
- ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวกับกรอบอ้างอิงความบกพร่องของสติปัญญาและความเข้าใจของAllen และการให้บริการทางกิจกรรมบำบัดในผู้รับบริการสมองเสื่อม
- สร้างแบบประเมินความสามารถในการทำกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุสมองเสื่อม โดยมีแบบประเมิน Routine task inventory เป็นหลัก
ขั้นตอนที่ 2 การหาความเที่ยงตรงทางด้านเนื้อหา
- นำแบบประเมินที่สร้างให้ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกิจกรรมบำบัด จำนวน 5 ท่าน ทำการตรวจสอบความถูกต้องและสมบูรณ์ของเนื้อหาในแบบประเมิน รวมถึงการให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงเนื้อหาด้วย
- นำแบบประเมินความสามารถในการทำกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุสมองเสื่อมมาปรับแก้ไขรายละเอียดต่างๆตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญโดยอยู่ภายใต้กรอบอ้างอิงความบกพร่องของสติปัญญาและความเข้าใจของAllen
ขั้นตอนที่ 3 นำไปทดลองใช้จริง
- จัดอบรมเชิงปฏิบัติกับให้นักกิจกรรมบำบัด
- นักกิจกรรมบำบัดนำไปประเมินผู้รับบริการสมองเสื่อมในโรงพยาบาลจำนวน 30 คนและเก็บข้อมูล โดยวิธีเก็บข้อมูลจะใช้การสัมภาษณ์จากผู้ดูแลและสังเกตจากการทำกิจกรรมของผู้รับบริการ
- นำมาอภิปรายร่วมกันระหว่างผู้สร้างแบบประเมินกับนักกิจกรรมบำบัด และทำการปรับปรุงเนื้อหาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้มีเนื้อหาที่ครบถ้วน สมบูรณ์และครอบคลุมได้มากที่สุด
การใช้แบบประเมินความสามารถในการทำกิจกรรมของผู้สูงอายุสมองเสื่อมนั้นต้องอาศัยความรู้ในเรื่องทฤษฎีความบกพร่องของสติปัญญาและความเข้าใจ เนื่องจากเครื่องมือนี้เหมาะสมกับผู้ที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับผู้ที่มีความบกพร่องของความรู้ความเข้าใจจึงจะสามารถประเมินได้อย่างมีความน่าเชื่อถือ
แบบประเมินนี้แบ่งการประเมินออกเป็น 4 ด้านด้วยกัน ได้แก่
กลุ่มอาการภาวะสมองเสื่อมนั้นส่งผลต่อการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก ส่งผลกระทบทั้งต่อผู้รับบริการและผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก ความผิดปกติต่างๆนั้นเกิดจากความบกพร่องในการทำงานของระบบประสาท นักกิจกรรมบำบัดจึงต้องประเมินด้านการรับรู้ และความเข้าใจให้ชัดเจน เพื่อนำข้อมูลมาเชื่อมโยงว่าส่งผลกระทบอย่างไรในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต ได้แก่ การทำกิจวัตรประจำวัน การศึกษา การทำงาน งานอดิเรกและการมีส่วนร่วมทางสังคม
ผู้สูงอายุสมองเสื่อมสามารถบำบัดให้สามารถกลับมาทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตได้ โดยต้องอาศัยทั้งนักกิจกรรมบำบัดและครอบครัวผู้ดูแลร่วมด้วย ซึ่งมีวิธีการอื่นๆในการดูแลผู้สูงอายุสมองเสื่อมอีกหลากหลายวิธี เช่น การปรับสภาพแวดล้อม , การให้อุปกรณ์ดัดแปลง/อุปกรณ์ช่วย และอื่นๆอีกมากมาย
Reference : สุภาวดี พุฒิหน่อย , วรรณนิภา บุญระยอง . การพัฒนาแบบประเมินความสามารถในการทำกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุสมองเสื่อม (Development of the Occupational Performance Evaluation for Demented Elderly) . วารสารกิจกรรมบำบัด 2555 ; ปีที่ 17 ฉบับที่ 3 : 12 - 24.


