ชีวิตที่พอเพียง 2603. ยุคสับสน


ในการประชุม เสวนาเตรียมจัดตั้งวิทยาลัยการจัดการระบบสุขภาพ ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๙ คุณหมอสุธี ฮั่นตระกูล รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครพิษณุโลก ตั้งข้อสงสัยว่ายุคนี้เป็นยุคสับสน เราจะสร้างสรรค์ระบบสุขภาพได้อย่างไร ทำให้ผมเขียนบันทึกนี้

ข้อโต้แย้งเชิงเสนอทฤษฎีของผมคือ ยุคสับสนเป็นปฐมบทแห่งการเปลี่ยนแปลงใหญ่ เป็นโอกาสสร้างการเปลี่ยนแปลง แบบก้าวกระโดดสู่ยุคใหม่ที่ศิวิไลซ์กว่าเดิม

หากไม่สับสน เราจะเปลี่ยนแปลงได้แบบเล็กๆ น้อยๆ จุกๆ จิกๆ เท่านั้น ความสับสนเป็นโอกาสแห่งการเปลี่ยนแปลง ใหญ่ ยิ่งสับสนมาก ยิ่งมีโอกาสสูง เพราะสังคมมันคลอนแคลน (volatile) จึงพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

แต่จะเปลี่ยนสู่ความถดถอย หรือถอยหลัง หรือเปลี่ยนสู่ความก้าวหน้า ก็ได้ อยู่ที่พลังขับเคลื่อน

อย่างในยุคทหารครองเมืองในขณะนี้ เสี่ยงต่อการถอยหลังเป็นอย่างยิ่ง เพราะผู้ปกครองบ้านเมืองมีอำนาจสูงสุด ตรวจสอบไม่ได้ กลไกตรวจสอบในบ้านเมืองบางกลไกก็เข้าไปอาศัยอำนาจทหาร เพื่อผลประโยชน์ตนเสียอีก แต่คนไทยก็ม่ควรท้อถอย ต้องช่วยกันประคับประคองและขับเคลื่อนบ้านเมือง ไปในทางที่ถูกต้อง เป็นธรรม เป็นประโยชน์ต่อมหาชน

ระบบสุขภาพของไทย ได้รับการยกย่องในเวทีต่างๆ ของโลก แต่ในวงการวิชาชีพแพทย์ ก็มีคนสับสน ต้องการเปลี่ยนให้อยู่ใต้ single command ซึ่งเป็นการถอยหลังเข้าคลอง เป็นวิธีคิดที่ตกยุค เน้นอำนาจควบคุมสั่งการ (C&C - command & control) ซึ่งเป็นระบบบริหารบ้านเมืองแห่งอดีต

การบริหารบ้านเมืองในปัจจุบันและอนาคตต้องเป็นแบบ D&E (distributive & empowerment) คือกระจายอำนาจไปยังหลากหลายศูนย์ และเอื้ออำนาจ (empower) ด้วยความรู้และกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งเป็นวิธีการพื้นฐานของประชาธิปไตย



วิจารณ์ พานิช

๒ ม.ค. ๕๙


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (3)

ชอบประโยคนี้ของอาจารย์ครับ

"อย่างในยุคทหารครองเมืองในขณะนี้ เสี่ยงต่อการถอยหลังเป็นอย่างยิ่ง เพราะผู้ปกครองบ้านเมืองมีอำนาจสูงสุด ตรวจสอบไม่ได้ กลไกตรวจสอบในบ้านเมืองบางกลไกก็เข้าไปอาศัยอำนาจทหาร เพื่อผลประโยชน์ตนเสียอีก แต่คนไทยก็ม่ควรท้อถอย ต้องช่วยกันประคับประคองและขับเคลื่อนบ้านเมือง ไปในทางที่ถูกต้อง เป็นธรรม เป็นประโยชน์ต่อมหาชน"

ผมคิดว่ากลุ่มคนที่เรียกร้องให้ทหารออกมาทั้งๆ ที่เสียงประชาชนส่วนใหญ่ต่างไม่เห็นด้วยต้องเป็นคนรับผิดชอบครับ ผู้คนที่เรียกร้องให้ทหารออกมานั้นถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์แล้วว่าเป็นใครบ้างและเราอยู่ในยุคที่การบิดเบือนประวัติศาสตร์ทำได้ยากขึ้นกว่าในอดีตมาก ดังนั้นแม้เขาจะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบแค่ไหน ประวัติศาสตร์ก็จะลงโทษเขาเองว่าเขาคือผู้ชักนำประเทศไทยเขาสู่วิบากกรรมครับ

เขียนเมื่อ 

ยุคสับสนปฐมบทการเปลี่ยนแปลง
เหตุจำแลงคลอนแคลนหาทางออก
ก้าวไปหน้าถอยหลังสับขาหลอก
เกิดขึ้นได้หลายดอกกระแสพลัง

ในกลุ่มที่เป็นคนเรียกร้องทหารให้ออกมานั้น นพ. มงคล ณ สงขลา รู้สึกจะเป็นคนที่ high profile คนแรกๆ ที่ออกมาบอกว่าตัดสินใจผิด เสียดายว่าถ้าอาจารย์หมอมงคลเพิ่มการกล่าวขอโทษประชาชนด้วยอาจารย์จะได้ความนับถือจากประชาชนพลังเงียบคืนมา

ล่าสุดนี้ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เริ่มออกมายอมรับถึงความผิดพลาดของตัวเอง แต่ก็ยังขาดคำพูดขอโทษประชาชนอยู่ดี

ในประวัติศาสตร์มนุษยชาติไม่เคยเลยที่ปัญหาประชาธิปไตยจะแก้ไขได้ด้วยอำนาจเผด็จการ ผมแปลกใจมากที่คนดูมีความรู้ความคิดและประสบการณ์สูงในประเทศไทยกลับไม่เข้าใจความจริงข้อนี้ อะไรหนอที่เป็นมิจฉาทิฐิบังตาพวกเขาไว้

ในขณะเดียวกันนักคิดช่วงอายุ 25-45 ปีที่ไม่เคยผ่านประสบการณ์ชีวิตช่วงเวลาของประเทศอยู่ภายใต้อำนาจเผด็จการกลับเป็นคนพยายามต่อต้าน ซึ่งแน่นอนว่าไม่สามารถทำอะไรได้มากอย่างที่เราได้เห็นกันครับ