"พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง"

          วันก่อนผมได้ไปร่วมประชุมคณะทำงานประเมินวิสาหกิจชุมชนของจังหวัด  ซึ่งมีคณะทำงานจากหลายหน่วยงาน ผมไปในฐานะเจ้าหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติงาน  เพราะสำนักงานเกษตรจังหวัดเป็นเลขาคณะทำงาน

          ไม่ได้มาเล่าว่างานเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่ผมจะเล่าคงเป็นสิ่งที่ผมได้เรียนรู้และนำเครื่องมือKM ไปปรับใช้ในครั้งนี้  นั่นก็คือการ "นิ่งฟังอย่างตั้งใจ" ครับ  การฟังอย่างลึกหรือการฟังอย่างมีความตั้งใจนั้น  ก่อเกิดประโยชน์ให้แก่ตัวเองในหลายๆ ประเด็นคือ

  • ได้ยิน และมองเห็นประเด็นที่จะต้องนำมาปรับปรุงการทำงาน (การประเมิน) จากข้อเสนอแนะจากผู้ร่วมประชุม
  • เรียนรู้ และเข้าใจในความปรารถนาดีของทุกคน 
  • เป็นการฝึกตนเองให้มีความอดทน (ฟัง)
  • เห็นความแตกต่างของความคิดและการสื่อออกมา  แตทุกคนล้วนต้องการให้งานออกมาดีที่สุด
  • เกิดแนวทางการทำงานแบบมีส่วนร่วม เพราะเมื่อได้ร่วมกันคิดและเสนอแนะวิธีการทำงาน  ก็จะต้องมีข้อตกลงอันจะนำไปสู่การปฏิบัติร่วมกันต่อไปได้
  • ฯลฯ

          หลังจากเสร็จจากการประชุม ผมได้คุยกับเจ้าหน้าที่ที่ไปด้วยกัน และชมเขาว่า เขาก็นิ่งฟังได้ดี จึงถึงบางอ้อว่า ที่นิ่งก็เพื่อที่จะให้คนอื่นได้ร่วมแสดงความคิดเห็นมากๆ และจะได้มาร่วมกันปฏิบัติงานนี้ให้สำเร็จลุล่วงไปให้ดีที่สุด  ก็เป็นอันว่าวิธีการดังภาษิตของคนโราณที่ว่า "พูดไปสองไพเบี้ย  นิ่งเสียตำลึงทอง"  ที่มีความหมายใกล้เคียงกับการ "ฟังอย่างลึก" ของ KM นับว่าใช้ได้ผลดีมากนะครับ(ในบางโอกาส) ไม่เชื่อท่านก็ลองนำไปใช้ดูเองก็แล้วกัน 

         แต่สิ่งที่คนไปร่วมประชุมอย่างผมไม่ได้แสดงบทบาทก็คือ ผมไม่พูดเลยในการประชุมครั้งนี้   แต่ผมกลับคิดว่าผมได้มีส่วนร่วม (คือร่วมฟัง) และได้ประโยชน์ต่องานและการฝึกฝนตนเองมากกว่าการประชุมทุกๆ ครั้งเสียอีก เพราะเข้าใจและมองเห็นการพัฒนางานชัดเจนมากขึ้น

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ

วีรยุทธ  สมป่าสัก